"ถ้าพวกคุณยังมัวแต่นั่งตัวสั่นแล้วสวดมนต์ขอความเมตตาจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ออนไลน์ ผมเกรงว่าค่าอินเทอร์เน็ตเดือนนี้ของพวกคุณจะสูญเปล่าเพราะไม่มีชีวิตอยู่จ่ายมันนะครับ"
เสียงประกาศผ่านโทรโข่งขนาดพกพาของก้องกิดาการดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงกลางของศูนย์ข้อมูลสำรองใต้ดิน แรงสั่นสะเทือนจากฝูงไวรัสผีสายพันธุ์ใหม่ที่อาจารย์เพชรปล่อยออกมา กำลังทำให้หลอดไฟนีออนกระพริบกะพริบราวกับจังหวะของไฟในผับใต้ดิน บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นอับของแผงวงจรที่ร้อนจัดและกลิ่นสาบสางของวิญญาณเร่ร่อนที่ถูกบีบอัดให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล
รอบตัวของชายหนุ่มคือเหล่าพนักงานไอทีและเจ้าหน้าที่ดูแลระบบนับร้อยชีวิต ที่ตอนนี้ต่างพากันขดตัวอยู่ใต้โต๊ะทำงาน ใบหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นเทา บางคนถึงกับยกพระเครื่องขึ้นมาพนมมือไหว้อย่างลนลาน ทั้งที่ในมืออีกข้างยังถือแท็บเล็ตราคาแพง
"คุณก้อง... ผี... ผีมันทะลุออกมาจากหน้าจอเซิร์ฟเวอร์แล้วนะครับ!" วิศวกรเครือข่ายวัยกลางคนคนหนึ่งตะโกนเสียงหลง ชี้มือสั่นเทาไปที่ตู้แร็คเซิร์ฟเวอร์ตัวใหญ่ที่สุด ซึ่งตอนนี้มีเงาดำทะมึนรูปร่างบิดเบี้ยว ไหลทะลักออกมาจากพอร์ต USB ราวกับโคลนสีดำที่ไร้แรงโน้มถ่วง
มิลินที่ลอยตัวอยู่เหนือหัวของก้องในร่างแสงสีฟ้าจางๆ บนหน้าจอสมาร์ตโฟนเครื่องเก่า ส่งเสียงเตือนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ก้อง ระดับพลังงานทางวิญญาณในรัศมีสามเมตรนี้กำลังพุ่งทะยานเกินร้อยเมกะเฮิรตซ์แล้วนะ พวกมันไม่ใช่แค่โปรแกรมรบกวน แต่มันกำลังดึงข้อมูลความกลัวในจิตใต้สำนึกของคนที่นี่มาหล่อเลี้ยงตัวเอง ยิ่งพวกเขากลัว มันยิ่งทรงพลัง!"
ก้องกิดาการถอนหายใจยาว พลางใช้มือเสยผมทรงยุ่งเหยิงของตัวเอง สายตาคมกริบมองไปยังเงาดำที่กำลังก่อตัวเป็นรูปร่างของอดีตศิษย์พี่ผู้หลงใหลในความมืด เขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน เขากลับรู้สึกหงุดหงิดเสียมากกว่าที่งานเขียนโค้ดแก้บั๊กของเขาต้องมาสะดุดลงเพราะเรื่องไสโบราณผสมเทคโนโลยีแบบนี้
ชายหนุ่มก้าวเท้าออกไปยืนขวางกลางโถงทางเดิน โยนโทรโข่งลงบนโต๊ะโลหะเสียงดังสนั่น เพื่อดึงดูดสายตาของทุกคนให้หันมามอง
"ฟังผมให้ดีนะครับทุกคน!" ก้องตะโกนก้อง เสียงของเขาดังฟังชัดและเต็มไปด้วยความมั่นใจที่น่าประหลาด "พวกคุณเป็นใคร? พวกคุณคือวิศวกร เป็นโปรแกรมเมอร์ เป็นคนควบคุมโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีของประเทศนี้ไม่ใช่เหรอครับ? ทำไมถึงปล่อยให้วิญญาณตกรุ่นที่มีอัลกอริทึมกระจอกๆ แค่นี้ มาทำให้พวกคุณกลายสภาพเป็นเด็กอนุบาลที่กำลังร้องไห้งอแงหาแม่กันล่ะครับ!"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงคำรามต่ำๆ จากเงาดำเบื้องหน้า
"แต่มัน... มันคือผีนะคุณก้อง!" หญิงสาวแผนกบุคคลโต้กลับเสียงสั่น น้ำตาคลอเบ้า "ผีมันไม่มีทางแก้ด้วยคำสั่งเบื้องต้นนะ!"
"ผิดแล้วครับ!" ก้องยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่กวนประสาทและเปี่ยมด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวปรากฏขึ้น "ผีในยุคดิจิทัลก็แค่โค้ดที่มีความอาฆาตเป็นตัวแปรเสริม มันก็เหมือนกับบั๊กในซอฟต์แวร์นั่นแหละครับ ไม่มีระบบไหนในโลกที่ไร้รอยรั่ว และไม่มีผีหน้าไหนที่จะเหนือกว่าตรรกะของมนุษย์ที่เข้าใจวิธีรีบูตระบบ!"
ชายหนุ่มหันไปคว้าสายแพตช์แลนความเร็วสูงเส้นมหึมาที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานใกล้ๆ มือ ดวงตาของเขาฉายแวววาวด้วยความมุ่งมั่น "ถ้าอาจารย์เพชรคิดจะใช้ไสยศาสตร์ครอบงำพวกเรา งั้นเราก็จะแสดงให้เขาเห็นว่า 'ความกล้าหาญ' ของมนุษย์ยุคไอทีที่อัปเกรดตัวเองแล้ว มันทรงพลังกว่าคำสาปโบราณขนาดไหน!"
มิลินยิ้มกว้างในจอภาพ เธอรีบพิมพ์คำสั่งชุดใหม่อย่างรวดเร็ว "จัดไปเลยก้อง ฉันเปิดพอร์ตเชื่อมต่อจิตวิญญาณรวมศูนย์ให้แล้ว อยากทำอะไรก็เชิญ!"
ก้องกิดาการสูดหายใจเข้าลึกๆ เขาไม่ได้หยิบเครื่องรางหรือสายสิญจน์ขึ้นมาป้องกันตัว แต่เขากลับยกสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดหน้าจอเขียนโค้ด พลังงานแสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นจากฝ่ามือของเขา ผสมผสานกับกระแสไฟฟ้าสถิตที่ไหลวนไปทั่วห้อง
เหล่าพนักงานที่เคยหมอบตัวอยู่ใต้โต๊ะเริ่มค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง ภาพของชายหนุ่มผู้ยืนหยัดท้าทายความตายท่ามกลางฝูงผีดิจิทัล ทำให้หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความหวาดกลัวค่อยๆ เปลี่ยนเป็นจังหวะแห่งความฮึกเหิม ความลังเลในแววตาของพวกเขาเริ่มเลือนหาย ถูกแทนที่ด้วยประกายแห่งความหวังและการยอมรับในศักดิ์ศรีของอาชีพ
"ลุกขึ้นมาครับ!" ก้องตะโกนสั่งเสียงดังลั่นพร้อมกับก้าวเท้าเข้าหาเงาดำ "ใครที่มีคีย์บอร์ดอยู่ในมือ หยิบมันขึ้นมาแล้วเตรียมพิมพ์คำสั่งลบความกลัวออกจากระบบจิตใจของตัวเองซะ! เราจะมาฟอร์แมตต์เจ้านี่ให้ราบคาบไปด้วยกัน!"
สิ้นเสียงประกาศกร้าวของก้อง ฝูงชนนับร้อยที่เคยพ่ายแพ้ต่อความกลัว ก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนพร้อมเพรียงกัน แววตาของทุกคนไม่ได้สั่นไหวอีกต่อไป มือที่ถืออุปกรณ์ไอทีสั่นน้อยลง แต่กลับกระชับแน่นขึ้นด้วยความตั้งใจจริง พลังงานความเชื่อมั่นรวมหมู่ของมนุษย์นับร้อยชีวิตพุ่งทะยานขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศดิจิทัล สร้างเป็นเกราะป้องกันสีทองอร่ามที่ขับไล่ไอความมืดให้ถอยร่นไปชั่วขณะ
ก้องยกยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นว่าแนวคิดของเขาเริ่มส่งผล เขาหันกลับไปมองหน้าจอของมิลินเพื่อเตรียมเผด็จศึกขั้นเด็ดขาด
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังฮึกเหิมและชัยชนะอยู่แค่เอื้อม เสียงหัวเราะที่คุ้นเคยและชวนให้ขนหัวลุกก็ดังแทรกขึ้นมาจากลำโพงทุกตัวในอาคาร เสียงนั้นไม่ใช่ของอาจารย์เพชร แต่เป็นเสียงของใครอีกคนที่ก้องไม่คาดคิดว่าจะได้ยิน ณ ที่แห่งนี้
*"เก่งมาก... ลูกพ่อ สมกับที่พ่ออบรมสั่งสอนมานาน แต่ลูกลืมไปหรือเปล่าว่า... โค้ดต้นฉบับทั้งหมดน่ะ มันอยู่ในมือของใคร?"*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าดงผีดิจิทัลมาจนถึงตอนนี้นะครับ
สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด: คืนชีพผีด้วย AI•ตอนที่ 47
ความกล้าหาญของมนุษย์ยุคไอที
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด: คืนชีพผีด้วย AI นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!