สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด: คืนชีพผีด้วย AI•ตอนที่ 48

ยันต์แผงวงจร

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
“ถ้าคุณยังไม่อยากให้แผงวงจรเมนบอร์ดนี้กลายเป็นที่สิงuถาวรของวิญญาณเร่ร่อน ผมแนะนำให้ช่วยหุบปากแล้วส่งหัวแร้งบัดกรีมาให้ผมเสียทีครับ มิลิน” ก้องกิดาการถอนหายใจยาว พลางใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้าคมคาย กลิ่นฉุนของตะกั่วหลอมเหลวคละคลุ้งไปทั่วห้องปฏิบัติการชั่วคราว ใต้แสงไฟนีออนสีนวลที่กะพริบถี่ราวกับมันเองก็กำลังหวาดกลัวบรรยากาศรอบตัวเช่นกัน บนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่าเต็มไปด้วยชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ระเกะระกะ ทั้งฮาร์ดดิสก์พังๆ สายไฟเบอร์ออปติก และแผ่นเวเฟอร์ซิลิคอนที่ถูกแกะสลักลวดลายประหลาด—ลวดลายที่ผสมผสานระหว่างคาถาอาคมโบราณของสำนักหมอผี กับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ระดับนาโนเมตรได้อย่างน่าขนลุก “โฮ่ๆ ท่านโปรแกรมเมอร์ นี่ท่านกำลังเอาอนาคตของสำนักเรามาเสี่ยงกับแรมมือสองราคาถูกจริงๆ หรือคะ... เอ้ย หรือครับ!” เสียงใสแจ๋วแต่กวนประสาทของมิลินดังลอดออกมาจากลำโพงบลูทูธตัวจิ๋วที่วางอยู่ข้างกองซีพียู ร่างโปร่งแสงของเธอปรากฏขึ้นวูบหนึ่งบนหน้าจอสมาร์ทโฟนที่ตั้งชันไว้ ใบหน้าเนียนใสย่นจมูกด้วยความหมั่นไส้ “ฉันเตือนไว้ก่อนนะ ถ้าอาจารย์เพชรส่งไวรัสผีระลอกสองมาแล้วเจ้ายันต์แผงวงจรนี่เกิดช็อตขึ้นมา วิญญาณฉันอาจจะติดอยู่ในถังขยะรีไซเคิลของวินโดวส์ไปตลอดกาลเลยก็ได้นะยะ... เอ๊ย นะครับ!” ก้องเหลือบตามองจอสมาร์ทโฟนด้วยความเหนื่อยหน่าย เขากดหัวแร้งไฟฟ้าลงบนจุดเชื่อมต่อตะกั่วบนแผ่นทองแดงอย่างแม่นยำ ประกายไฟสีฟ้าแล่บแปล๊บออกมาเบาๆ พร้อมกับเสียงชอร์ตสั้นๆ ที่ทำให้กลิ่นไหม้ของสารเคมีลอยเข้าจมูกจนต้องจามออกมา “อย่ามาแช่งกันน่ามิลิน” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบแต่แววตากลับจริงจังจนน่ากลัว มือขวายังคงบรรจงเขียนอักขระขอมโบราณลงบนแผ่นปริ้นท์ด้วยหมึกพิเศษที่ผสมผงเหล็กไหลและสารปรอท “อาจารย์เพชรมันไม่ได้แค่ใช้ไสยศาสตร์แบบเดิมๆ อีกต่อไปแล้ว ตอนนี้มันเชื่อมต่อคลื่นสมองของเหยื่อเข้ากับเครือข่ายดาร์กเว็บ ถ้าเราใช้ยันต์กระดาษสาแบบที่พ่อผมเคยสอน มีหวังโดนไฟกระชากแผดเผาจนวิญญาณสลายกลายเป็นแค่ขยะอิเล็กทรอนิกส์ในพริบตาเดียว” บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของพัดลมระบายความร้อนจากคอมพิวเตอร์ที่ทำงานหนักหน่วง หน้าจอหลักของก้องแสดงผลกราฟิกโค้ดสีเขียวเข้มที่กำลังรันระบบป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์ระดับสูง โค้ดเหล่านั้นไม่ใช่แค่ภาษาคอมพิวเตอร์ธรรมดา แต่มันถูกเขียนทับด้วยบทสวดมนต์คาถาอาคมที่เขาคิดค้นขึ้นมาเอง เพื่อแปลงพลังงานจิตให้กลายเป็นสัญญาณดิจิทัล มิลินหุบยิ้มกวนๆ เธอลอยตัวเข้าไปใกล้ขอบจอมากขึ้น ดวงตากลมโตจ้องมองมือหนาที่กำลังบรรจงประกอบชิ้นส่วนชิปเซ็ตเข้ากับแผ่นยันต์โลหะ แม้เธอจะเป็นแค่วิญญาณที่ติดอยู่ในระบบ แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวของก้องกิดาการ—ชายหนุ่มผู้ปฏิเสธการสืบทอดสำนักด้วยการใช้ชีวิตอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่สุดท้ายโชคชะตาก็ผลักไสให้เขากลับต้องมาใช้ความรู้ด้านไอทีเพื่อกอบกู้โลกไสยศาสตร์ที่กำลังจะล่มสลาย “นายกลัวไหม... ก้อง” เสียงของมิลินอ่อนลง ผิดจากทุกทีที่มักจะมีคำพูดกวนประสาทตามหลังเสมอ ก้องชะงักมือที่กำลังขันน็อตตัวสุดท้าย ปลายหัวแร้งยังคงส่งไอความร้อนระอุขึ้นมาสะท้อนกับนัยน์ตาคู่คม เขานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่ตอบคำถาม ก่อนจะริมฝีปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของโปรแกรมเมอร์สายเลือดหมอผี “กลัวสิครับ” ก้องตอบเสียงนุ่ม แววตาไหววับ “กลัวว่าถ้าผมทำเจ้านี่พัง ผมจะต้องไปหาซื้ออะไหล่คอมพิวเตอร์ราคาแพงในห้างอีกรอบ... ยิ่งช่วงนี้กระเป๋าแบนอยู่ด้วย” “ไอ้บ้า! นึกว่าจะมีประโยคซึ้งๆ ซะอีก!” มิลินแยกเขี้ยวใส่ผ่านหน้าจอ ทำท่าจะพุ่งทะลุออกมาทุบหัวเขาให้หายหมั่นไส้ แต่เธอก็ทำได้แค่ทำหน้าบูดบึ้งตามประสาผีสาวจอมเหวี่ยง ก้องหัวเราะในลำคอเบาๆ บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่ผ่อนคลายลงชั่วพริบตา เขายกแผ่นยันต์แผงวงจรขนาดเท่าฝ่ามือขึ้นมาพิจารณาอย่างถี่ถ้วน แผงวงจรสีเขียวเข้มถูกถักทอด้วยเส้นใยทองแดงบริสุทธิ์ ลายวงจรถูกออกแบบให้เป็นรูปยันต์เกราะเพชรแปดทิศ แต่แทนที่จะใช้กระดาษหรือผ้าดิบ มันกลับถูกขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลขนาดจิ๋วที่เข็มทิศดิจิทัลภายในกำลังหมุนวนหาพิกัดของศัตรู “เอาล่ะ...” ก้องวางแผ่นยันต์ลงบนแท่นทดสอบ เขาเชื่อมต่อสายเคเบิลพอร์ต USB เข้ากับแล็ปท็อปส่วนตัว นิ้วเรียหายยาววางทาบลงบนแป้นพิมพ์พร้อมที่จะกดปุ่ม Enter เพื่อเปิดใช้งานระบบ “มาดูกันซิว่า ไสยศาสตร์ยุค 5G กับคาถาอาคมโบราณพันปี อย่างไหนมันจะรอดูก่อนกัน” นิ้วเรียวกำลังจะกดลงไปบนแป้นพิมพ์— *กริ๊งงงงง!* เสียงกริ่งหน้าห้องพักดังขึ้นอย่างกะทันหันและรุนแรง ราวกับมีคนใช้มือทุบปุ่มกดเรียกสติ ไม่ใช่เสียงกดกระดิ่งธรรมดา แต่มันเป็นจังหวะเคาะสามครั้งเว้นสองครั้ง—รหัสลับที่ใช้สื่อสารกันเฉพาะคนในสำนักหมอผีโบราณที่ตายไปแล้ว! ก้องชะתักมือทันที ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองที่ประตูห้องไม้บานเก่าที่ปิดสนิท แสงไฟนีออนบนเพดานเริ่มกะพริบถี่รัวจนเกิดเสียงฮัมต่ำๆ ในลำโพงบลูทูธของมิลินมีเสียงซ่ารบกวนดังแทรกเข้ามาจนแสบแก้วหู ร่างของผีสาวในจอสะดุ้งเฮือก สีหน้าเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกสุดขีด “ก้อง... ระบบตรวจจับสัญญาณชีวะรอบห้องรันเองโดยที่เราไม่ได้สั่งการ!” มิลินร้องเตือน เสียงของเธอขาดๆ หายๆ เหมือนสัญญาณอินเทอร์เน็ตกำลังจะหลุด “แล้ว... แล้วไอ้คนที่อยู่หน้าห้องนั่น มันไม่ใช่คนแน่ๆ!” ก้องสูดหายใจเข้าลึกๆ ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านไปตามสันหลัง แต่ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความระแวงอย่างรวดเร็ว เขายื่นมือไปหยิบแผ่นยันต์แผงวงจรที่เพิ่งประกอบเสร็จขึ้นมาถือไว้มั่น ปลายนิ้วสัมผัสกับความเย็นเฉียบของแผ่นซิลิคอนที่เริ่มมีกระแสไฟฟ้าสีฟ้าอ่อนๆ วิ่งวนอยู่ภายในลายวงจร ที่หน้าประตูนั่น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงกำลังเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่ดังทะลุกรอบบานประตูเข้ามา—เสียงของอาจารย์เพชร ศิษย์พี่ผู้ทรยศ ที่ไม่ควรจะรู้พิกัดลับแห่งนี้ได้! “ศิษย์น้อง... เปิดประตูให้พี่หน่อยสิครับ” เสียงแหบพร่าดังลอดเข้ามา ชวนให้ขนหัวลุกชัน “เอาแผงวงจรบ้าๆ นั่นออกมาให้พี่ดูหน่อยซิ ว่ามันจะต้านทานไวรัสผีระดับนรกของพี่ได้สักกี่น้ำ” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าดงผีดิจิทัลมาจนถึงตอนนี้นะครับ — หมอผีวัยรุ่น
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด: คืนชีพผีด้วย AI นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%