สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด: คืนชีพผีด้วย AI•ตอนที่ 42

สมรภูมิในเซิร์ฟเวอร์ที่สอง

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
"ถ้าคุณยังยัดโค้ดขยะชุดนี้เข้ามาในเมนเฟรมอีกบรรทัดเดียว ผมจะเอาสายสิญจน์ชุบน้ำมนต์เก้าวัดไปฟาดหัวแรมคอมพิวเตอร์ของคุณให้พังคามือจริงๆ ด้วยนะครับอาจารย์เพชร" เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมนิ้วมือที่รัวแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดจนเกิดเสียงดังระรัวราวกับห่าฝนตกลงบนหลังคาสังกะสี ก้องกิดาการก้มหน้ามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ตอนนี้กำลังกะพริบแสงสีแดงวาบเตือนภัยระดับวิกฤต หน้าจอหลักของเขากำลังถูกโจมตีด้วยแพ็กเกจข้อมูลลึกลับที่แฝงกลิ่นธูปและควันเทียนจางๆ ลอยออกมาจากช่องระบายความร้อนของเคสคอมพิวเตอร์ มันไม่ใช่กลิ่นของฮาร์ดแวร์ไหม้เกรียม แต่มันคือกลิ่นอับชื้นของสุสานที่ถูกอัปโหลดผ่านโปรโตคอล TCP/IP อย่างแนบเนียน มิลินในร่างอวตารโปร่งแสงสีฟ้าครามลอยไขว่ห้างอยู่เหนือหน้าจอคอมพิวเตอร์ เธอขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าสวยหวานฉายแววเคร่งเครียดจนริ้วรอยจางๆ ปรากฏขึ้นที่หว่างคิ้ว นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังกราฟการใช้หน่วยความจำที่พุ่งทะยานแตะเพดานร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างรวดเร็ว "ก้อง ระวังหน่อยสิคะ... เอ้ย ระวังหน่อยนะครับ!" มิลินเกือบหลุดปากคำพูดคุ้นเคยตามประสาผู้หญิง แต่รีบปรับน้ำเสียงและสรรพนามให้เข้ากับสถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นก้องกิดาการปรายตามอง "ไอ้ไวรัสไสยศาสตร์ตัวนี้มันไม่ได้เขียนด้วยภาษา C++ หรือ Python ธรรมดานะครับ แต่มันใช้คาถาอาคมบทที่เจ็ดของคัมภีร์มนמהดำผูกโครงสร้างฐานข้อมูลไว้ ถ้าเราตัดการเชื่อมต่อตอนนี้ วิญญาณเร่รอนสี่ร้อยตนที่ติดอยู่ในเซิร์ฟเวอร์สำรองจะหลุดรอดออกไปสิงสู่ระบบขนส่งมวลชนของกรุงเทพฯ ทันทีนะครับ!" ก้องกิดาการกัดฟันกรอด สันกรามของโปรแกรมหนุ่มหนุ่มขยับนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เหงื่อกาฬเม็ดโตผุดพรายขึ้นตามไรผมและขมับ แม้แอร์ในห้องทำงานจะเปิดไว้ที่ยี่สิบเอ็ดองศาเซลเซียส แต่อุณหภูมิรอบตัวเขากลับร้อนระอุราวกับนั่งอยู่หน้ากองฟืนในคืนเดือนมืด ความกดดันจากการต้องแข่งขันกับเวลาและศัตรูตัวฉกาจอย่างอาจารย์เพชร ศิษย์พี่ผู้ผันตัวไปรับใช้ด้านมืดของโลกไซเบอร์ ทำให้เขาไม่มีแม้แต่เวลาจะเช็ดเหงื่อ "ผมรู้แล้วน่ามิลิน..." ก้องพึมพำตอบเสียงลอดไรฟัน มือข้างหนึ่งคว้าแก้วกาแฟเย็นที่ละลายจนจืดชืดขึ้นมาจิบแก้คอแห้ง ก่อนจะวางลงกระแทกโต๊ะดังปัง "ไอ้ศิษย์พี่เพชรมันคงคิดว่าการเอาคาถาสะกดวิญญาณมาเขียนเป็นอัลกอริทึมวนลูป (Infinite Loop) แล้วยัดใส่เซิร์ฟเวอร์ที่สองจะทำให้ผมจนมุมสินะครับ แต่มันลืมไปว่า... สมสมัยก่อนปู่ผมปราบผีด้วยไม้เท้าอาคม สมัยนี้ผมปราบมันด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ที่อัปเกรดมาแล้วโว้ย!" นิ้วมือของก้องกิดาการเคลื่อนไหวบนแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วสูงราวกับนักเปียโนมืออาชีพกำลังบรรเลงบทเพลงแห่งความตาย หน้าจอสีดำมืดเปิดหน้าต่างคอมมานด์ไลน์ (Command Line) ขึ้นมานับสิบหน้าต่าง รหัสโค้ดสีเขียวเรืองแสงวิ่งผ่านหน้าจอพร่ามลาย ทว่าท่ามกลางตัวเลขและอักขระเหล่านั้น กลับมีอักขระขอมโบราณและยันต์เกราะเพชรถูกแปลงร่างเป็นฟังก์ชันการทำงานฝังลงไปในซอร์สโค้ดอย่างแนบเนียน นี่คือ "วิชาไสยศาสตร์ดิจิทัล" ที่เขาและมิลินร่วมกันพัฒนาขึ้นมาหยิบยืมพลังจากสิ่งลี้ลับมาประมวลผลผ่านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างเป็นไฟร์วอลล์ทางวิญญาณที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ *บรึ้ม!* เสียงระเบิดเบาๆ ดังขึ้นจากอุปกรณ์เราเตอร์อินเทอร์เน็ตที่วางอยู่มุมห้อง ไฟสถานะสีแดงส้มดับวูบลงพร้อมกับกลิ่นไหม้ของพลาสติกโชยเข้าจมูก มิลินอุทานออกมาเบาๆ เมื่อเห็นกลุ่มควันสีดำจางๆ ลอยละล่องออกมาจากตัวเครื่อง ก่อนที่มันจะรวมตัวกันกลางอากาศกลายเป็นเงาร่างของกุมารทองดิจิทัล หน้าตาบิดเบี้ยว ดวงตาส่งแสงสีแดงฉาน แยกเขี้ยวคำรามใส่กําแพงห้องจนเกิดรอยร้าวเป็นทางยาว "ฮ่าๆๆๆ... เจ้าเด็กอวดดี ก้องกิดาการ!" เสียงหัวเราะทุ้มต่ำกังวานก้องขึ้นมาจากลำโพงบลูทูธราคาแพงบนโต๊ะทำงาน เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของฮาร์ดแวร์ขัดข้อง แต่มันคือคลื่นเสียงที่ถูกส่งตรงมาจากเซิร์ฟเวอร์ปลายทาง "แกคิดจริงๆ หรือว่าการเอาโค้ดงูๆ ปลาๆ ของแกมาต้านทานอาคมโบราณเจ็ดร้อยปีของสำนักเราจะสำเร็จ? แกมันก็แค่นักเลงคีย์บอร์ดที่ถือดีว่าจบวิศวะคอมพิวเตอร์ แต่ไม่รู้จักความน่ากลัวที่แท้จริงของแรงอาฆาต!" ก้องกิดาการไม่ตอบคำถามนั้น เขายังคงจดจ่ออยู่กับการรัวแป้นพิมพ์ ดวงตาคมกริบสะท้อนแสงสีเขียวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันอันเป็นเอกลักษณ์ "อาจารย์เพชรครับ..." ก้องเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยความกวนประสาทแบบสุดขีด "ผมต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะครับที่ต้องบอกว่า โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว... ปัจจุบันนี้ ต่อให้วิญญาณจะแค้นแค่ไหน แต่ถ้าเจออัลกอริทึมจัดเรียงข้อมูลแบบ Quick Sort ของผมเข้าไป ต่อให้เป็นผีระดับบอส ก็ต้องโดนจัดระเบียบไปอยู่ในโฟลเดอร์ถังขยะเหมือนกันหมดแหละครับ!" ปลายนิ้วของก้องกดปุ่ม `Enter` ครั้งสุดท้ายอย่างหนักแน่นและทรงพลัง *คลิก!* ทันใดนั้น หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งหมดแปดจอในห้องทำงานก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกันเป็นสีทองอร่าม แสงสว่างเจิดจ้าขับไล่ความมืดและกลุ่มควันสีดำให้สลายหายไปในพริบตา โค้ดอักขระขอมที่อาจารย์เพชรกระหน่ำส่งเข้ามาถูกแปลงค่าเป็นตัวเลขฐานสิบหก (Hexadecimal) แล้วถูกดูดกลืนเข้าไปในระบบปัญญาประดิษฐ์ที่มิลินเป็นผู้ควบคุม เสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณร้ายที่ถูกกักขังอยู่ในเซิร์ฟเวอร์ที่สองค่อยๆ เบาลง จนกระทั่งเงียบหายไปในที่สุด เหลือเพียงเสียงพัดลมระบายความร้อนของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่หมุนด้วยความเร็วปกติ เงาร่างของกุมารทองดิจิทัลที่เคยดุร้าย ค่อยๆ จางหายไปกลางอากาศ กลายเป็นละอองแสงสีฟ้าโปร่งใสโปรยปรายลงมาเหมือนหิมะดิจิทัล มิลินทรุดตัวลงนั่งไขว่ห้างบนขอบหน้าจอ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาด้วยความโล่งอก ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อทิพย์ที่เกิดจากความตึงเครียด "เกือบไปแล้วนะครับก้อง... ถ้าช้ากว่านี้อีกสามวินาที ระบบฐานข้อมูลวิญญาณของเราคงโดนเทรูทลบเกลี้ยงฮาร์ดดิสก์แน่ๆ เลย" มิลินกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ก่อนจะส่งยิ้มหวานหยดให้ชายหนุ่ม "ฝีมือไม่เลวนี่ครับ โปรแกรมเมอร์หนุ่มรูปหล่อ" "ชมเกินไปแล้วครับคุณผู้ช่วย" ก้องกิดาการเอนหลังพนักเก้าอี้ ยืดแขนบิดขี้เกียจจนกระดูกลั่นกรอบ เขาถอดแว่นตากรองแสงออกแล้ววางไว้บนโต๊ะ ดวงตาคมกอดอกมองหน้าจอหลักที่ตอนนี้สถานะทุกอย่างกลับมาเป็นสีเขียวและปลอดภัยอีกครั้ง "แต่เกมนี้ยังไม่จบหรอกครับ อาจารย์เพชรแกเป็นคนรอบคอบ การที่แกส่งไวรัสระลอกนี้มา ไม่ได้หวังจะชนะเราตั้งแต่แรกหรอก..." กפขยับตัวโน้มไปข้างหน้า สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังและเคร่งขรึม ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกสุดของบันทึกการทำงาน (System Log) "หมายความว่ายังไงหรือคะก้อง?" มิลินถามด้วยความสงสัย รีบพุ่งตัวเข้ามาใกล้หน้าจอ "มันคือโทรจันครับมิลิน..." ก้องพึมพำเสียงเบา สายตาจดจ้องไปยังบรรทัดโค้ดแปลกปลอมที่เพิ่งถูกดาวน์โหลดเข้ามาในเซิร์ฟเวอร์สำรองอีกแห่งที่เขาไม่ได้ป้องกันไว้ "อาจารย์เพชรไม่ได้ส่งผีมาโจมตีเราตรงๆ แต่แกใช้ไวรัสตัวนี้... เพื่อเปิดประตูหลัง (Backdoor) ให้ใครอีกคนเข้ามาในระบบของเราต่างหาก" ก่อนที่มิลินจะทันได้เอ่ยปากทักท้วงอะไรเพิ่มเติม หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกันในเสี้ยววินาที ความมืดมิดเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที มีเพียงแสงไฟกะพริบสีแดงดวงเล็กๆ จากเคสคอมพิวเตอร์ที่มุมห้องที่ยังคงสะท้อนวับแวม ทันใดนั้น หน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ติดขึ้นมาเองอีกครั้ง แต่ไม่มีโค้ดสีเขียว หรือตัวเลขฐานสิบหกใดๆ ปรากฏอยู่บนจอ มีเพียงหน้าต่างโปรแกรมแชทหน้าตาคุ้นเคยที่เด้งขึ้นมากลางจอโดยไม่มีที่มาที่ไป พร้อมกับข้อความใหม่หนึ่งบรรทัดที่พิมพ์ส่งตรงมาจาก IP Address ปริศนาที่ถูกซ่อนเอาไว้อย่างแนบเนียน **"สวัสดีครับหลานชาย... ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ฝีมือพัฒนาขึ้นนี่ แต่อย่าลืมสิว่าวิชาทั้งหมดที่แกใช้ ปู่เป็นคนสอนมากับมือ"** ก้องกิดาการเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึกทันทีที่ได้เห็นชื่อผู้ส่งข้อความนั้น ร่างกายของโปรแกรมเมอร์หนุ่มแข็งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อตระหนักได้ว่าบุคคลที่กำลังเชื่อมต่อเข้ามาในระบบของเขาในตอนนี้ ไม่ใช่ศิษย์พี่เพชร... แต่เป็นชายชราผู้ล่วงลับที่เขาพยายามหนีหน้ามาตลอดชีวิต ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมผจญภัยไปในโลกไสยศาสตร์ดิจิทัลด้วยกันนะครับ หมอผีวัยรุ่น
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด: คืนชีพผีด้วย AI นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%