"ถ้าคุณคิดว่าการบล็อกไอพีแอดเดรสจะช่วยให้ผีพ่อเลิกบ่นเรื่องเกรดเฉลี่ยสมัยมัธยมได้... คุณคงเป็นโปรแกรมเมอร์ที่อ่อนหัดที่สุดเท่าที่ผมเคยรู้จักเลยล่ะครับ, คุณก้อง"
มิลินส่งเสียงแซวผ่านลำโพงบลูทูธบนโต๊ะทำงาน แสงไฟนีออนสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ส่องกระทบใบหน้าซีดเซียวของก้องกิดาการ ซึ่งตอนนี้ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อกาฬ โปรแกรมเมอร์หนุ่มกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอย่างยากลำบาก นิ้วเรียวยาวสั่นเทาจนแทบจะควบคุมเมาส์ไม่ได้ บนหน้าจอหลักของเขาเวลานี้ ป๊อปอัปหน้าต่างสีดำทึบแปลกประหลาดกำลังรันคำสั่งรัวเร็วราวกับมีชีวิต สายตาสีแดงฉานของข้อความแจ้งเตือนกระพริบถี่ๆ ฟ้องว่าระบบป้องกันความปลอดภัยระดับไฟร์วอลล์ที่เขาเขียนขึ้นด้วยหยาดเหงื่อสามวันสามคืน กำลังถูกเจาะทะลวงทีละชั้นอย่างเลือดเย็น
ก้องสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เขากัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสันนูน "ฉันไม่ได้บล็อกเพื่อหนีผีพ่อ... ฉันบล็อกเพราะรำคาญเสียงบ่นต่างหากเล่า! อีกอย่าง ใครจะไปคิดว่าวิญญาณแก่ๆ จะอัปเกรดตัวเองมาใช้โปรโตคอล IPv6 ได้ฟะ!"
"ก็คนที่คุณเพิ่งเผาโทรศัพท์รุ่นล่าสุดไปให้เมื่อสัปดาห์ก่อนไงล่ะคะ" มิลินลอยตัวออกมาจากจอแล็ปท็อปในร่างภาพโฮโลแกรมสีฟ้าจางๆ เธอเอียงคอมองหน้าจอด้วยความสนใจระคนหวาดระแวง "ว่าแต่... จะให้ฉันช่วยสแกนลายเซ็นดิจิทัลของเขาก่อนไหมคะ? ดูท่าทางแล้ว พลังงานรอบตัวเขาไม่ได้มาแบบวิญญาณเร่ร่อนธรรมดาแน่ๆ ครับ น่าจะเป็นรุ่นเก๋าที่พกของดีมาเต็มพิกัด"
"ไม่ต้อง... ฉันจัดการเองได้" ก้องปฏิเสธเสียงแข็ง มือซ้ายคว้าขวดน้ำมนต์สูตรผสมไอโซпропилแอลกอฮอล์ 99% ที่เขาเพิ่งคิดค้นขึ้นเพื่อฆ่าเชื้อไวรัสไสยศาสตร์โดยเฉพาะ ส่วนมือขวาก็กดแป้นพิมพ์รัวเป็นชุดเพื่อเขียนคำสั่งสคริปต์บล็อกฉุกเฉิน
ทว่า... สายเกินไป
หน้าจอทั้งหมดดับวูบลงในพริบตาเดียว ความมืดมิดเข้าปกคลุมห้องทำงานจนเหลือเพียงแสงไฟสีแดงกะพริบจากเรოเตอร์อินเทอร์เน็ต จากนั้น ลำโพงบลูทูธที่มิลินใช้อาศัยอยู่ก็ส่งเสียง "ซ่า..." ยาวนาน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงทุ้มต่ำคุ้นหู เสียงที่ก้องกิดาการพยายามหนีมาตลอดสามปีนับตั้งแต่ท่านเสียชีวิต
*‘ไอ้ลูกไม่รักดี... เขียนโค้ดภาษาอะไรของแกฟะ ตัวแปรก็ประกาศมั่วซั่ว ลูป (Loop) ก็ไม่ยอมเคลียร์เมมโมรี่ แบบนี้ตอนผีหลอก วิญญาณมันจะไปหลอนทันได้ยังไงกัน!’*
เสียงนั้นดังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง จนหน้าต่างกระจกสั่นระรัว ก้องสะดุ้งเฮือก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยอาคมโบราณที่ผสานเข้ากับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
"พ่อ..." ก้องเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาด้วยความรู้สึกที่ตีรวน ทั้งตกใจ หวาดกลัว และอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก "นี่พ่อตายไปตั้งสามปีแล้วนะ ทำไมยังตามมาจู้จี้เรื่องโค้ดดิ้งของผมอีกเนี่ย! ผมไม่ใช่เด็กอมมือแล้วนะเว้ย!"
*‘แกจะโตเป็นควายเหล็กแค่ไหน แต่ในสายตาฉัน แกก็ยังเป็นไอ้เด็กหัวเกรียนที่นั่งแก้บั๊กจนตีสามตีสี่แล้วปล่อยให้บ้านรกเป็นรังหนูเหมือนเดิม!’* เสียงทุ้มดุจากลำโพงตวาดกลับมาทันควัน พร้อมกับที่หลอดไฟนีออนบนเพดานกะพริบถี่ๆ จนเกิดเสียงฮัมต่ำๆ ในบรรยากาศ
มิลินหันไปมองก้องด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจ แต่ก็อดอมยิ้มไม่ได้ "อุ๊ย... คุณพ่อดุจังเลยนะคะ สงสัยงานนี้โปรแกรมเมอร์มือหนึ่งของเราคงต้องยอมจำนนต่ออำนาจมืดซะแล้วล่ะมั้งคะเนี่ย"
"เงียบไปเลยน่า มิลิน!" ก้องหันไปแหวใส่ภูตสาวในจอ ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสติแล้วหันกลับไปเผชิญหน้ากับหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ตอนนี้กลับมาติดสว่างอีกครั้ง แต่สิ่งที่ปรากฏบนจอ ไม่ใช่หน้าเดสก์ท็อปปกติ แต่มันคือโค้ดโปรแกรมขนาดยักษ์ที่ถูกเขียนขึ้นด้วยอักขระขอมโบราณผสมผสานกับภาษา C++ อย่างลงตัวอย่างน่าประหลาด
รอยยิ้มมุมปากของก้องปรากฏขึ้นทีละน้อย ความกลัวเมื่อครู่เริ่มถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ผู้ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ "คิดว่าจะเอาโค้ดโบราณมาขู่ผมได้เหรอครับพ่อ... สมัยนี้เขาใช้ AI ช่วยดีบักกันหมดแล้ว!"
ทันใดนั้น ก้องก็เริ่มขยับมือพิมพ์ชุดคำสั่งใหม่อย่างรวดเร็ว นิ้วมือรัวกระทบแป้นพิมพ์เกิดเป็นเสียงดังรัวราวกับเสียงฝนตกกระทบสังกะสี เขาไม่ได้แค่เขียนโค้ดเพื่อป้องกัน แต่นี่คือการสร้าง **"ยันต์กันผีเวอร์ชั่นล่าสุด"** ที่ผสมผสานระหว่างคาถาอาคมสายขาวของสำนักตระกูลก้อง และอัลกอริทึมปัญญาประดิษฐ์เชิงลึกที่เขาพัฒนาขึ้นเอง
แผ่นกระดาษยันต์สีเหลืองเก่าแก่ที่วางอยู่ข้างคีย์บอร์ดเริ่มเปล่งแสงสีทองเรืองรอง ออกซิเจนในห้องเริ่มลดลงจนรู้สึกหายใจลำบาก มิลินส่งเสียงร้องเตือนด้วยความตกใจเมื่อตัวอักษรไสยศาสตร์บนจอกลืนกินไวรัสของอาจารย์เพชรที่ตกค้างอยู่จนหมดสิ้น
"คุณก้องคะ! ระวัง! พลังงานตรงมุมห้องทางขวามือ... มันกำลังรวมตัวกัน!" มิลินตะโกนสุดเสียง ใบหน้าโฮโลแกรมฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
ก้องไม่สนใจเสียงเตือน เขากดปุ่ม **Enter** ครั้งสุดท้ายอย่างเต็มแรง พร้อมกับเอ่ยปากท่องคาถาบทสรุปที่พ่อเคยพร่ำสอนผสมผสานกับคำสั่งคอมพิวเตอร์บรรทัดสุดท้าย
"Compile... และสู่สุคติซะเถอะครับพ่อ!"
สิ้นเสียงคำสั่ง แสงสว่างวาบสีฟ้าอมทองพุ่งทะยานออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ แผ่ขยายตัวออกไปเป็นรูปตาข่ายดิจิทัลโปร่งใส คลุมพื้นที่ทั่วทั้งห้องรับแขกและห้องทำงานของบ้านก้องในพริบตาเดียว เสียงคำรามต่ำๆ จากลำโพงเงียบหายไป แทนที่ด้วยเสียงแจ้งเตือนระบบที่คุ้นเคย
*[System Secure: ป้องกันวิญญาณและไวรัสสำเร็จ 100%]*
ก้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก เขาทิ้งตัวลงพนักเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยอ่อน เหงื่อไหลย้อยตามกรอบหน้า "เฮ้อ... นึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว บรรพบุรุษผีบ้านผีเรือนสมัยนี้ นี่ยังกับบัก (Bug) เดินได้ชัดๆ"
แต่มิลินกลับไม่ได้มีทีท่าว่าจะผ่อนคลายลงเลย ดวงตาคู่สวยของวิญญาณสาวเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจสุดขีด นิ้วเรียวยาวชี้ไปที่หน้าจอเซิร์ฟเวอร์สำรองที่ตั้งอยู่มุมมืดของห้อง ซึ่งอยู่นอกเหนืออาณาเขตตาข่ายดิจิทัลที่ก้องเพิ่งสร้างขึ้น
"คุณก้องคะ... นั่น... นั่นมันอะไรน่ะ?"
ก้องขมวดคิ้ว หันมองตามปลายนิ้วของเธอ หัวใจที่เพิ่งสงบลงกลับเต้นรัวขึ้นมาอีกครั้งด้วยความหวาดหวั่น
บนหน้าจอเซิร์ฟเวอร์สำรองนั้น ไม่มีโค้ดโปรแกรม ไม่มีตัวอักษรไสยศาสตร์ แต่กลับปรากฏภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดหน้าบ้านของเขาเอง... ภาพของชายชราในชุดสูทโบราณคนเดิม กำลังยืนยิ้มเย็นเยียบให้กล้อง พร้อมกับยกนิ้วขึ้นมาเคาะกระจกหน้าต่างห้องทำงานเบาๆ สามครั้ง
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
และเสียงเคาะกระจกนั้น... ก็ดังมาจากหน้าต่างด้านหลังโต๊ะทำงานของก้องจริงๆ โดยที่ไม่มีร่างของใครยืนอยู่ตรงนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว
โปรแกรมเมอร์หนุ่มชะביกตัวแข็งค้าง ขนลุกซู่ไปทั้งร่างเมื่อตระหนักได้ว่า... ระบบป้องกันที่เขากลั้นใจสร้างขึ้นเมื่อครู่ ไม่ได้กันพ่อให้อยู่นอกบ้าน... แต่มันกำลังขังตัวเขาไว้ข้างในกับบางสิ่งที่กำลังจะเข้ามา!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและปราบผีไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด: คืนชีพผีด้วย AI•ตอนที่ 43
ยันต์กันผีเวอร์ชั่นล่าสุด
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด: คืนชีพผีด้วย AI นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!