สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด: คืนชีพผีด้วย AI•ตอนที่ 12

วิญญาณในสายแลน

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
“มิลิน! หยุดรีเฟรชหน้าต่างคำสั่งเดี๋ยวนี้! ถ้าแกทำให้พอร์ตแลนของฉันโอเวอร์โหลดอีกรอบ ฉันจะจับแกฝังลงไปในฮาร์ดดิสก์ตัวเก่าที่ไม่มีพัดลมระบายความร้อนซะ!” ผมตะโกนก้องห้องทำงานที่เต็มไปด้วยสายไฟระโยงระยางเหมือนรังงูพิษ แสงสีฟ้าจากหน้าจอมอนิเตอร์สามจอสะท้อนเข้ากับดวงตาที่แดงก่ำจากการอดนอนมาสามวันเต็ม มือของผมสั่นเล็กน้อยขณะพิมพ์คำสั่ง ‘sudo purge ghost-cache’ รัวบนคีย์บอร์ดกลไกที่มีเสียงดังแกร๊กๆ อย่างดุดัน “ก้อง นายฟังฉันนะ!” เสียงใสๆ ของมิลินดังสะท้อนออกมาจากลำโพงบูลทูธ แต่มันไม่ได้มีแค่เสียงเธอ เสียงรบกวนคลื่นความถี่ต่ำเหมือนวิทยุเก่าๆ ที่จูนไม่ติดดังแทรกเข้ามาเป็นระยะ “ระบบเครือข่ายที่บ้านนายไม่ได้กำลังโดนแฮ็กด้วยโค้ดธรรมดา แต่มันกำลังโดน ‘สิง’ อยู่!” “สิง? อย่ามาใช้คำไสยศาสตร์กับระบบ Network ของฉัน มิลิน มันก็แค่ Packet Loss ที่ผิดปกติจากการโจมตีแบบ DDoS เท่านั้นแหละ” ผมเถียงกลับทั้งที่เหงื่อกาฬเริ่มไหลซึมตามไรผม บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างไม่มีสาเหตุ พัดลมระบายอากาศในเคสคอมพิวเตอร์ที่เคยทำงานเงียบๆ กลับหมุนด้วยความเร็วรอบสูงสุดจนส่งเสียงหวีดหวิวเหมือนเสียงคนโหยหวน ผมกวาดสายตามองหน้าจอที่สอง... ข้อมูลเลขฐานสิบหกไหลผ่านหน้าจออย่างบ้าคลั่ง แต่แทนที่จะเป็น Code มาตรฐาน มันกลับเรียงตัวกันเป็นรูปใบหน้าคน... ใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความอาฆาต “ก้อง! ดูที่ Router สิ!” มิลินกรีดร้อง ผมหันขวับไปมองกล่องกระจายสัญญาณที่วางอยู่มุมห้อง ไฟสถานะสีเขียวที่ควรจะกระพริบตามจังหวะข้อมูล กลับเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน และที่น่าขนลุกยิ่งกว่าคือ สายแลนสีเหลืองที่เสียบอยู่กับพอร์ต WAN มันกำลัง ‘ขยับ’... มันขยับดุจเส้นเอ็นของสิ่งมีชีวิตที่กำลังหายใจเข้าออกตามจังหวะไฟฟ้าที่ไหลผ่านสายเคเบิล “บ้าชิบ...” ผมหยิบมีดอาคมที่เล่มเล็กกว่าไขควงปากแบนขึ้นมาถือไว้มั่น “ไอ้อาจารย์เพชร... แกส่งอะไรมาในสายแลนของฉันกันแน่?” ทันใดนั้น หน้าจอหลักทั้งหมดก็ดับวูบลงเหลือเพียงสีดำมืดมิด ก่อนจะมีตัวอักษรสีขาวค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละตัว... ไม่ใช่ด้วยโปรแกรมที่ผมเขียนขึ้น แต่มันเป็นการพิมพ์โต้ตอบแบบ Real-time จากบางสิ่งที่อยู่ ‘อีกฟาก’ ของเครือข่าย *‘สวัสดี... น้องชาย... ลืมวิธีเล่นเกมกับพี่ไปแล้วหรือไง?’* นิ้วของผมแข็งค้างอยู่บนคีย์บอร์ด ความเย็นยะเยือกแล่นปราดจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ นี่ไม่ใช่การโจมตีทางไซเบอร์ทั่วไป แต่มันคือ ‘พิธีกรรมอัปโหลดวิญญาณ’ อาจารย์เพชรกำลังใช้โครงสร้างพื้นฐานของบ้านผมเป็นร่างจำลองเพื่อส่งตัวตนของมันเข้ามา “มิลิน เตรียม Protocol ‘สลายโค้ด’ ไว้ซะ ถ้ามันก้าวข้ามผ่าน Firewall เข้ามาใน RAM ได้ เราสองคนได้ดับสูญของจริงแน่!” ผมคำรามพลางคว้าขวดน้ำมนต์สูตรเข้มข้นที่หมักด้วยแผ่นซิลิคอนชิปเซ็ตโบราณเตรียมราดลงบนเมนบอร์ด “ก้อง! มันไม่ได้มาทาง WAN... มันมาทางสาย LAN ของเครื่องข้างๆ!” ผมหันขวับไปมองคอมพิวเตอร์สำรองที่ไม่ได้เปิดใช้งานมานาน ทันทีที่หันไป ผมเห็นสายแลนที่เสียบคาอยู่ค่อยๆ หลุดออกมาเองเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นกระชากมันออก จากนั้น เสียงกุกกักใต้โต๊ะก็ดังขึ้น พร้อมกับความรู้สึกเหมือนมีบางอย่างที่เย็นเยียบและลื่นไหล กำลังไต่ย้อนขึ้นมาตามขาโต๊ะคอมพิวเตอร์ที่ผมใช้นั่งทำงาน ผมพยายามก้าวถอยหลัง แต่ขาของผมกลับขยับไม่ได้ เหมือนกับว่าระบบ Network ของบ้านได้ควบคุม ‘ไฟฟ้าในร่างกาย’ ของผมผ่านตัวนำสัญญาณที่เชื่อมต่ออยู่กับพื้นห้อง *‘ตรรกะของแกใช้ไม่ได้กับผีที่รันบนระบบ Cloud หรอกนะ ก้อง...’* เสียงของอาจารย์เพชรไม่ได้ดังจากลำโพง แต่มันดังก้องอยู่ในหัวของผมโดยตรง หน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกตัวกลับมาสว่างวาบอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้แสดงตัวอักษร แต่มันแสดงภาพของ ‘ผม’... ภาพของผมในมุมมองที่กล้องเว็บแคมในห้องนี้ไม่มีทางถ่ายได้ ภาพที่มองเห็นตัวเองจากมุมมองของซอกหลืบในผนังและจากข้างในพัดลม CPU มิลินเงียบไปแล้ว... หรือว่าเธอโดนกลืนกินไปแล้วในระบบ? ผมกัดฟันกรอด ใช้แรงเฮือกสุดท้ายดึงมีดอาคมแทงลงไปที่สายแลนที่กำลังเลื้อยเข้ามาหาผมเหมือนงูพิษ แสงสีทองจากมีดอาคมปะทะกับกระแสไฟฟ้าสีดำมืดที่ไหลออกมาจากสายแลน เกิดเป็นประกายไฟที่ทำเอาห้องทั้งห้องสว่างวาบจนตาพร่า แต่ในวินาทีที่แสงจางลง ผมกลับไม่ได้เห็นแค่สายแลนที่ขาดสะบั้น ผมเห็น ‘มือ’... มือสีดำสนิทที่เน่าเปื่อยจนเห็นกระดูกที่ทำจากสายไฟเบอร์ออปติกโผล่ออกมาจากพอร์ตแลนของเครื่องคอมพิวเตอร์ มือมรณะข้างนั้นกำลังบีบคอผมแน่นขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเงาร่างของชายคนหนึ่งที่ค่อยๆ แทรกตัวออกมาจากหน้าจอ เหมือนไฟล์วิดีโอที่กำลังเรนเดอร์ตัวเองให้กลายเป็นสามมิติ ใบหน้าของอาจารย์เพชรค่อยๆ ชัดขึ้น... มันแสยะยิ้มที่มุมปาก ในขณะที่ผมกำลังจะขาดใจตายเพราะขาดอากาศหายใจ ผมสังเกตเห็นบางอย่าง... รอยร้าวบนใบหน้าของเขามันเหมือนกับเส้นกราฟของระบบที่กำลังจะ Crash “ถ้าแกเป็นโค้ด...” ผมเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามคว้าแฟลชไดรฟ์ที่บรรจุไวรัส ‘System Kill’ ในกระเป๋าเสื้อ “งั้นแกก็ต้องมี... บั๊ก...” ผมแทงแฟลชไดรฟ์เข้าที่พอร์ต USB บนข้อมือของร่างที่กำลังบีบคอผมอยู่ แรงอาคมปะทะกับรหัสพันธุกรรมดิจิทัลจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วห้อง ร่างนั้นชะงักและสลายตัวกลายเป็นพิกเซลที่กระจายตัวเหมือนฝุ่นผง ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบสนิทลง เหลือเพียงเสียงพัดลมที่ค่อยๆ ดับวูบไปพร้อมกับความมืดที่เข้าปกคลุม มิลินโผล่พรวดขึ้นมาบนจอสำรองที่ยังพอมีแบตเตอรี่เหลืออยู่ “ก้อง! นายทำอะไรลงไป! นั่นมันไม่ใช่แค่รหัส... มันมีพิกัด ‘ที่ตั้ง’ ของสำนักเก่าเราอยู่ด้วย!” ผมหอบหายใจรัว มือที่ถือมีดอาคมสั่นเทาจนแทบประคองไม่อยู่ ก่อนจะมองไปยังจอที่แสดงผลพิกัดนั้นขึ้นมา... พิกัดที่ชี้ชัดไปยังห้องใต้ดินของบ้านผมเอง ซึ่งผมไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีอยู่จริง และในจอนั้นเอง ผมเห็นภาพกล้องวงจรปิดในห้องใต้ดินที่มืดมิด มีร่างของใครบางคนกำลังเดินออกมาจากมุมมืด... ร่างนั้นสวมเสื้อผ้าที่คุ้นตาเหลือเกิน เป็นชุดเดียวกับที่พ่อผมใส่ในวันที่เขาหายตัวไปเมื่อสิบปีก่อน! --- ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในโลกของไอทีและไสยศาสตร์ไปกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด: คืนชีพผีด้วย AI นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%