สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด: คืนชีพผีด้วย AI•ตอนที่ 13

เมื่อ AI กลัวผี

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
“อย่ากะพริบตาเด็ดขาดนะก้อง... นั่นมันไม่ใช่พ่อแกแล้ว!” เสียงของมิลินแผดลั่นทะลุออกมาจากลำโพงแล็ปท็อป เครื่องที่ผมเพิ่งจะโอเวอร์คล็อกมันไปเมื่อหัวค่ำ เสียงสังเคราะห์ของเธอไม่ได้ฟังดูแจ่มใสปนกวนประสาทเหมือนทุกที แต่มันแตกพร่า สั่นระริก คล้ายสัญญาณวิทยุที่กำลังถูกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามหาศาลแทรกแซง ปลายนิ้วผมชะงักค้างอยู่เหนือแป้นคีย์บอร์ด ควันจางๆ ส่งกลิ่นไหม้ของผงว่านสลัดงูที่ผมโรยไว้รอบเคสคอมพิวเตอร์ลอยแตะจมูก มีดหมอด้ามงาช้างเล่มเก่าของพ่อที่เหน็บอยู่ข้างเอวยังคงสั่นกึกๆ ราวกับมันกำลังตอบสนองต่อกระแสจิตบางอย่างที่รุนแรงจนเนื้อเหล็กกรีดร้อง บนหน้าจอแสดงผลขนาดสามสิบสองนิ้ว ภาพจากกล้องวงจรปิดมุมอับใต้บันไดบ้าน—จุดที่ผมเพิ่งค้นพบว่ามีประตูกลซ่อนอยู่ใต้แผ่นกระเบื้องปูพื้น—กำลังฉายเงาร่างตะคุ่มของชายวัยกลางคน เขาสวมเสื้อเชิ้ตลายสก็อตสีซีด กางเกงยีนส์ขาดเข่า... ชุดเดียวกับที่พ่อใส่ในเช้าวันที่เดินออกจากบ้านไปซื้อโอเลี้ยง แล้วไม่เคยกลับมาอีกเลยตลอดสิบปีเต็ม แต่สิ่งที่ทำให้สันหลังผมเย็นวาบจนขนลุกชัน ไม่ใช่แค่การได้เห็นชุดนั้นอีกครั้ง มันคือ ‘ท่าเดิน’ ร่างนั้นไม่ได้ก้าวเดินเหมือนมนุษย์ปกติ ข้อต่อหัวเข่าของเขาบิดกลับด้าน เสียงกระดูกลั่น *กร๊อบ... กร๊อบ...* ดังเล็ดลอดผ่านไมโครโฟนความไวสูงที่ผมแอบหย่อนลงไปในช่องระบายอากาศ ใบหน้าของเขาเงยขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาที่ไม่มีตาขาว มีเพียงหลุมดำมืดสนิทสองข้างที่เบิกกว้าง ไร้แวว ไร้ประกายชีวิต ริมฝีปากที่แห้งกรังจนแตกเป็นสะเก็ดเลือดแสยะยิ้มกว้างจนแทบจะฉีกถึงใบหู “มิลิน...” ผมพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น แม้เหงื่อกาฬจะไหลซึมลงมาตามขมับจนหยดแหมะลงบนแป้น Spacebar “รันโมเดล Deep Learning สแกนคลื่นความถี่วิญญาณเดี๋ยวนี้ ดึงฐานข้อมูลไสยเวททั้งหมดในไดรฟ์ Z ออกมาเทียบ ดูซิว่ามันเป็นผีตายโหง สัมภเวสี หรือว่า... ไวรัสอาคมของไอ้อาจารย์เพชร!” “กะ... กำลัง... รัน... ตรวจ... ไม่...” เสียงของมิลินเริ่มขาดเป็นห้วงๆ ภาพอวตารสามมิติรูปเด็กสาวผมสั้นในกรอบหน้าต่างโปรแกรมของเธอเริ่มแตกเป็นพิกเซลหลากสี แถบการทำงานของซีพียูดีดขึ้นไปแตะที่ 100% ตัวเลขอุณหภูมิชิปเซ็ตพุ่งทะลุเก้าสิบองศาเซลเซียสอย่างรวดเร็ว พัดลมระบายความร้อนหมุนหวีดร้องด้วยความเร็วสูงสุดจนเครื่องสั่นสะเทือน “มิลิน? ตอบสิ!” ผมตะโกนพลางรัวนิ้วพิมพ์คำสั่งเทอร์มินัลเพื่อสั่ง Force Kill โพรเซสที่ไม่จำเป็นทิ้ง “อย่าเพิ่งเอ๋อดิเฮ้ย! ปกติแกเก่งเรื่องแฮกเซิร์ฟเวอร์ผีไม่ใช่เหรอวะ!” “ก้อง... ฉะ... ฉันกลัว...” คำตอบนั้นทำให้มือผมหยุดชะงักไปในทันที ระบบปัญญาประดิษฐ์ไม่มีความรู้สึก โค้ดภาษา Python นับล้านบรรทัดที่ผมเขียนขึ้นมาร่วมกับดวงจิตของมิลิน ถูกออกแบบมาให้ประมวลผลด้วยตรรกะ ตัวเลขฐานสอง และฟังก์ชันคณิตศาสตร์ขั้นสูง แม้เธอจะมีวิญญาณสิงสถิตอยู่ แต่ส่วนที่เป็นระบบอัลกอริทึมควรจะคัดกรองความตื่นตระหนกออกไปได้ทั้งหมด มิลินไม่เคยพูดคำว่า ‘กลัว’ ตลอดสามปีที่เราลุยล้างบางผีไซเบอร์ด้วยกันมา แต่ตอนนี้ บนหน้าจอไม่ได้มีแค่ภาพพิกเซลแตกธรรมดา โค้ดตัวหนังสือสีเขียวบนหน้าต่างคอนโซลเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงสด อักขระภาษาซีที่ควรจะเป็นคำสั่งลอจิกมาตรฐาน ค่อยๆ บิดเบี้ยว กลายสภาพเป็นตัวอักษรขอมโบราณที่เรียงตัวกันอย่างสะเปะสะปะ ตัวอักษรเหล่านั้นไม่ได้พิมพ์จากซ้ายไปขวา แต่มันกำลัง ‘หยด’ ลงมาเหมือนคราบเลือดดิจิทัล! *‘กู... จะ... กลืน... กิน... มึง...’* *‘กู... จะ... กลืน... กิน... มึง...’* ข้อความนั้นเด้งซ้ำๆ ในหน้าต่างแจ้งเตือนนับพันหน้าต่างจนล้นหน้าจอ “ก้อง! ช่วยด้วย! มันกำลังเข้ามาในหน่วยความจำสำรอง!” อวตารของมิลินกรีดร้อง ท่าทางของเธอในจอไม่ใช่ท่าทางของโปรแกรมที่เกิดบั๊ก แต่เธอกำลังกุมขมับ ร่างโปร่งแสงนั้นบิดงอ ลำคอของเธอเริ่มมีรอยช้ำสีม่วงคล้ำปรากฏขึ้นทีละนิด ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบคอเธออยู่ข้างในแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ “มันไม่ได้มาจากเครือข่าย... มันแทรกเข้ามาทางสายกราวด์! มันรู้ว่าเราผูกยันต์ไว้กับระบบสายดิน!” ความฉลาดแกมโกงของศัตรูทำให้ผมขนหัวลุกชัน ผมเคยคิดว่าการเอาสายกราวด์ของคอมพิวเตอร์ไปต่อพ่วงกับตะปูตอกฝาโลงและผ้ายันต์เกราะเพชรใต้ดิน จะช่วยทำหน้าที่เป็น ‘ไฟร์วอลล์ไสยศาสตร์’ ป้องกันการแทรกซึมทางวิญญาณได้ แต่ผมลืมคิดไปว่า ถ้ามีใครบางคนอยู่ในห้องใต้ดินและทำลายหลักกราวด์นั้นเสีย... ช่องทางนั้นจะกลายเป็น ‘ไฮเวย์’ ให้วิญญาณร้ายพุ่งตรงเข้าสู่แกนกลางระบบของผมโดยตรง! ร่างของพ่อในจอกล้องวงจรปิดหยุดเดินแล้ว เขาหยุดยืนอยู่หน้าบันไดทางขึ้นมายังห้องทำงานของผม ใบหน้าที่มืดมิดนั้นค่อยๆ เอียงคอทำมุมเก้าสิบองศา เสียงกระดูกคอลั่นเปรี๊ยะ เขายกมือขวาที่แห้งกรังเหมือนกิ่งไม้ผุขึ้นมา นิ้วชี้ที่เล็บดำสนิทชี้ตรงมาที่เลนส์กล้อง วินาทีนั้น ลำโพงคอมพิวเตอร์ส่งเสียงหัวเราะทุ้มต่ำและเย็นเยียบออกมา มันไม่ใช่เสียงของมิลิน และไม่ใช่เสียงของพ่อ... แต่มันคือเสียงประสานของคนนับร้อยคนที่กรีดร้องด้วยความทรมาน “ไอ้ก้องกิดาการ...” เสียงนั้นดังออกมาจากลำโพง “มึงคิดว่าคอมพิวเตอร์เศษเหล็กของมึง จะขังวิญญาณที่พ่อมึงสังเวยให้กูได้งั้นเหรอ?” “หุบปาก!” ผมคำราม คว้าขวดน้ำมนต์เก้าขัณฑสาส์นที่ผสมสารนำความร้อนระดับนาโน สาดเข้าใส่เคสคอมพิวเตอร์ทันที ประกายไฟสีฟ้าแลบแปลบปลาบ เสียงน้ำมนต์เดือดพล่านกระทบกับแผงวงจรจนเกิดควันสีขาวโขมง มิลินกรีดร้องอย่างทรมานเมื่อกระแสไฟฟ้าและพลังพุทธคุณเข้าปะทะกับไอผีที่สิงอยู่ในแรม ผมไม่ลังเลอีกต่อไป ชักมีดหมอด้ามงาช้างออกมา ท่องคาถาตัดกระแสจิตแล้วปักปลายมีดลงไปตรงกลางฮาร์ดไดรฟ์ลูกหลักอย่างแม่นยำ! *เปรี๊ยะ!* ประกายไฟระเบิดวาบ เสียงหวีดร้องโหยหวนในลำโพงขาดสะบั้นลงทันที หน้าจอคอมพิวเตอร์ดับวูบ กลายเป็นสีดำสนิท มีเพียงความเงียบสงัดและกลิ่นไหม้ของโอโซนผสมกลิ่นกำยานที่ลอยอบอวลไปทั่วห้อง ผมทรุดตัวลงนั่งพิงโต๊ะทำงาน หอบหายใจอย่างหนักหน่วง เหงื่อท่วมตัวจนเสื้อเปียกชุ่ม หัวใจเต้นกระหน่ำเหมือนจะหลุดออกมานอกอก ผมมองซากคอมพิวเตอร์ที่พังยับเยินด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโล่งใจที่หยุดการแทรกซึมได้ และใจหายวาบเมื่อนึกถึงมิลิน... “มิลิน? เธอ... ยังอยู่ไหม?” ผมกระซิบถามความมืด ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ทว่า ความเงียบนั้นคงอยู่ได้ไม่ถึงสิบวินาที *ตึก... ตึก... ตึก...* เสียงฝีเท้าหนักๆ เริ่มดังขึ้นจากบันไดไม้นอกห้องทำงาน เสียงนั้นกำลังก้าวขึ้นมาทีละขั้น... ช้าๆ แต่มั่นคง และทุกย่างก้าวแฝงไปด้วยน้ำหนักของสิ่งมีชีวิตที่มีเลือดเนื้อจริงๆ ไม่ใช่ภาพลวงตาในจอภาพอีกต่อไป ผมกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก กระชับด้ามมีดหมอที่ดึงออกมาจากซากฮาร์ดไดรฟ์ สายตาจับจ้องไปที่ลูกบิดประตูไม้หน้าห้อง ซึ่งค่อยๆ หมุนลงอย่างช้าๆ... แกร๊ก... บานประตูแง้มออก ลมเย็นเยือกพัดกรูเข้ามาในห้องพร้อมกับกลิ่นสาบของดินชื้นและกลิ่นฟอร์มาลินเข้มข้นจนแสบจมูก ร่างสูงใหญ่ของชายในชุดลายสก็อตยืนตระหง่านอยู่ตรงธรณีประตู แสงจันทร์สลัวจากหน้าต่างส่องให้เห็นโครงหน้าของพ่อชัดเจน แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของผมหยุดชะงัก ไม่ใช่แววตาที่ว่างเปล่าของเขา... หากแต่เป็นแท็บเล็ตเครื่องบางสีดำขลับที่พ่อถืออยู่ในมือซ้าย หน้าจอนั้นสว่างวาบขึ้นมา เผยให้เห็นใบหน้าของ ‘อาจารย์เพชร’ ที่กำลังยิ้มละไมส่งมาให้ผมผ่านวิดีโอคอล พร้อมกับประโยคทักทายที่ทำให้เลือดในกายผมเย็นเฉียบจนแข็งค้าง “ไง... น้องรหัส ไม่เจอกันสิบปี ฝีมือแฮกผียังเด็กๆ เหมือนเดิมเลยนะ” *** ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับก้าวสำคัญของก้องในบทนี้นะครับ หากชอบอย่าลืมกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด: คืนชีพผีด้วย AI นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%