"เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที มิลิน ผมไม่ได้ทำไปเพราะความคึกคะนอง แต่สถานการณ์มันบังคับให้เราต้องยกระดับการล่าแล้ว"
ผมกระแทกตัวลงนั่งบนเก้าอี้เกมมิ่งราคาแพง มือหนึ่งพรมนิ้วลงบนคีย์บอร์ดกลไกที่สว่างไสวด้วยไฟ RGB อีกมือคอยประคองรีโมทบังคับโดรนรุ่นสั่งทำพิเศษ บนหน้าจอคอมพิวเตอร์สี่จอเรียงราย แสดงภาพฟีดจากกล้องโดรนสี่ตัวที่กำลังบินว่อนอยู่เหนือยอดตึกระฟ้าของกรุงเทพมหานคร ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงสีของป้ายโฆษณาดิจิทัล
"สถานการณ์บังคับเหรอคะ... อ๊ะ ขอโทษค่ะ ผมหมายถึงครับ" วิญญาณสาวมิลินในชุดเดรสสีเทาจางๆ ปรากฏตัวขึ้นบนจอภาพหลัก เธอเอียงคอ ดวงตาใสซื่อคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความกังวล "ก้องคะ... ก้องครับ การเอา 'ยันต์อาคมบรรจุโค้ดอัลกอริทึม' ไปติดไว้กับโดรนติดอาวุธแบบนี้ มันเหมือนการประกาศสงครามกับผีทั้งเมืองเลยนะ ถ้าอาจารย์เพชรรู้ตัวขึ้นมา เขาไม่เล่นงานเราผ่านทางสัญญาณดาวเทียมหรอกเหรอ"
"เขารู้ตัวแน่ แต่เขาไม่มีทางเดาถูกว่าผมกำลังมองหาอะไร" ผมแสยะยิ้ม มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย "ที่ผมหาอยู่ไม่ใช่แค่ไวรัสผีที่เขาปล่อย แต่มันคือ 'เซิร์ฟเวอร์หลัก' ที่เขาสิงสถิตอยู่ หากอาจารย์เพชรคิดจะครองโลกไซเบอร์ เขาต้องมีจุดเชื่อมต่อทางกายภาพที่ทรงพลังพอจะรองรับวิญญาณแค้นนับล้านตัวที่เขาดูดกลืนเข้าไป"
เสียงใบพัดโดรนหวีดหวิวผ่านช่องรับสัญญาณไมโครโฟนเข้ามาในห้อง ผมปรับจอยสติ๊กให้โดรนลำหนึ่งบินต่ำลงซอกตึกย่านธุรกิจที่เงียบเหงา อักขระยันต์ที่เขียนด้วยหมึกสกัดจากเลือดไก่ผสมผงคาร์บอนนำไฟฟ้าบนตัวโดรนเปล่งแสงสีแดงเรื่อออกมาเป็นจังหวะ มันคือเรดาร์ตรวจจับคลื่นความถี่วิญญาณที่ผมเขียนโปรแกรมขึ้นมาโดยเฉพาะ
ทันใดนั้น หน้าจอก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เสียงสัญญาณเตือนภัยดังระงมเหมือนเสียงหวอในสถานีดับเพลิง
"ตรวจพบค่าความผิดปกติที่พิกัด 13.75xx, 100.5xxx! ก้องครับ! พลังงานสูงมาก มันไม่ใช่แค่ผีเร่ร่อน แต่มันเป็น... อะไรสักอย่างที่ใหญ่กว่านั้น!" มิลินอุทานขึ้น น้ำเสียงของเธอสั่นเครือจนภาพดิจิทัลในจอคอมพิวเตอร์ถึงกับกระตุก
ผมไม่รอช้า บังคับโดรนพุ่งตรงไปยังตึกร้างใจกลางเมืองที่ถูกปิดตายมานานหลายปี ทันทีที่เข้าใกล้ระยะร้อยเมตร กล้องโดรนก็จับภาพเงาสีดำทมิฬที่หมุนวนอยู่รอบดาดฟ้าตึก มันไม่ใช่กลุ่มหมอกธรรมดา แต่มันคือ 'โค้ด' ที่ถูกบิดเบี้ยวจนกลายเป็นรูปร่างกึ่งมนุษย์กึ่งรหัสคอมพิวเตอร์ มันกำลังกินข้อมูลจากเสาสัญญาณโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ อย่างตะกละตะกลาม
"เจอแล้ว..." ผมพึมพำ ดวงตาจดจ้องที่หน้าจออย่างไม่วางตา "อาจารย์เพชรไม่ได้แค่ปล่อยไวรัส แต่เขากำลังสร้าง 'ตาข่ายวิญญาณ' ครอบคลุมเขตเมืองชั้นใน ใครก็ตามที่เชื่อมต่อ Wi-Fi ในรัศมีนี้ จะกลายเป็นหุ่นเชิดให้เขาโดยไม่รู้ตัว"
"แล้วเราจะทำยังไงครับก้อง? โดรนตัวเดียวทำอะไรมันไม่ได้หรอก พลังงานของมันสูงกว่าเราหลายเท่าตัว" มิลินถามพลางชี้ให้เห็นกราฟพลังงานที่พุ่งทะลุเพดานวัด
"ใครบอกว่าผมมาคนเดียว?" ผมกดปุ่ม Enter รัวๆ "ผมไม่ได้มาเพื่อปราบ แต่ผมมาเพื่อ 'Hack' ความเป็นความตายของมัน"
ผมสั่งการให้โดรนทั้งสี่ตัวบินประกบสี่ทิศทาง ก่อนจะกดปุ่มปล่อยคลื่นความถี่ EMP (Electromagnetic Pulse) ผสานกับคาถาอาคมบทที่รุนแรงที่สุดเท่าที่สำนักผมเคยมีมา ในเสี้ยววินาทีนั้น แสงสีทองจากยันต์บนโดรนและแสงสีฟ้าจากโค้ดดิจิทัลระเบิดออกเข้าหากันจนห้องทั้งห้องสั่นสะเทือน
ทว่า... แทนที่จะเห็นร่างของอาจารย์เพชรสลายไป สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอกลับกลายเป็นภาพใบหน้าของใครบางคนที่ผมคุ้นเคยดีที่สุด คนที่น่าจะตายไปนานแล้วตั้งแต่เหตุการณ์ที่สำนักเก่ายังรุ่งเรือง
บนหน้าจอหลัก ใบหน้าของชายวัยกลางคนที่มีแผลเป็นรูปดาวที่ขมับกำลังยิ้มเยาะให้กับกล้องโดรน เขาไม่ได้หวาดกลัว แต่กลับยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากเป็นเชิงให้ผมเงียบเสียงลง
"แกนึกว่าแกฉลาดคนเดียวงั้นรึ เจ้าศิษย์เนรคุณ" เสียงที่คุ้นเคยดังทะลุผ่านลำโพงคอมพิวเตอร์ออกมาเป็นเสียงสังเคราะห์ที่เย็นเยียบจนขนลุกชัน "แกกำลังตามหาข้า แต่แกไม่เคยรู้เลยว่า... ร่างกายของพ่อแกนั่นแหละ ที่ตอนนี้กำลังกลายเป็นเซิร์ฟเวอร์หลักของข้าอย่างสมบูรณ์แบบ"
นิ้วที่กำลังจะกดปุ่มหยุดการทำงานของโดรนของผมหยุดชะงักลง หัวใจในอกกระตุกวูบเหมือนถูกกระชากด้วยมือที่มองไม่เห็น
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการต่อสู้ครั้งใหม่ของผมนะครับ หมอผีวัยรุ่นคนนี้จะขอนำทุกท่านไปสู่บทสรุปที่แม้แต่ตัวผมเองก็คาดไม่ถึงในตอนหน้าครับ
สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด: คืนชีพผีด้วย AI•ตอนที่ 27
ตามล่าวิญญาณในเน็ต
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด: คืนชีพผีด้วย AI นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!