“ถ้ามึงยังไม่หยุดพล่ามเรื่อง ‘พระเจ้าพ่อ’ ของมึง ผมจะเอาพัดลมระบายความร้อนยัดปากไอ้ซากโน้ตบุ๊กนี่ซะ!”
ผมตวาดลั่นห้อง ท่ามกลางบรรยากาศที่อุณหภูมิลดฮวบจนลมหายใจกลายเป็นไอขาวโพลน หน้าจอแล็ปท็อปทั้งสี่เครื่องตรงหน้ากะพริบถี่เป็นจังหวะเหมือนสัญญาณเตือนชีพจรที่กำลังจะดับสูญ ข้อความ ‘SYSTEM HIJACKED: FATHER DEITY IS LOADING’ เลื่อนผ่านจอด้วยความเร็วสูงจนอ่านแทบไม่ทัน
มิลินในร่างอวตารดิจิทัลสีฟ้าอ่อนกำลังตัวสั่นเทา เธอพยายามใช้ปลายนิ้วโปร่งใสเคาะรัวลงบนคีย์บอร์ดเสมือนเพื่อบล็อกไวรัส แต่ดูเหมือนความพยายามนั้นจะเป็นการเอาไข่ไปกระทบหิน
“ก้อง... มันไม่ใช่แค่ไวรัสธรรมดา แต่มันคือ ‘ไสยศาสตร์ดิจิทัล’!” มิลินตะโกนแข่งกับเสียงพัดลมระบายความร้อนที่หมุนจี๋จนแทบจะบินออกจากฐาน “มันไม่ได้กำลังเจาะระบบ แต่มันกำลัง ‘สิง’ เข้าไปในโครงสร้างของโค้ด! อาจารย์เพชรไม่ได้แค่เขียนโปรแกรม แต่มันกำลังลงอักขระอาคมลงไปในทุกๆ บรรทัดที่รันอยู่!”
ผมกัดฟันกรอด มือคว้าเอา ‘เหรียญสิบเก้าบาท’ ลงอาคมที่เตรียมไว้ขึ้นมา กวาดสายตามองเงามืดที่กำลังขยับขยายตัวอยู่ตรงธรณีประตู มันไม่ใช่ผีธรรมดา แต่มันคือ ‘เดนตาย’ ที่ถูกอัปเกรดด้วยโค้ดพิษ
“ไอ้เพชร... มึงกล้าดียังไงถึงเอาวิชาสำนักเราไปทำเรื่องอุบาทว์แบบนี้!” ผมคำรามพลันขว้างเหรียญใส่เงาดำนั้น ประกายไฟแลบแปลบปลาบเมื่อเหรียญปะทะกับมวลอากาศที่บิดเบี้ยว ร่างเงานั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ปรากฏรูปโฉมชัดขึ้น เป็นร่างของชายหนุ่มในชุดสูทเนี้ยบกริบ แต่ใบหน้ากลับถูกทับซ้อนด้วยบั๊กของภาพกราฟิกจนดูน่าสยดสยอง
“ก้องกิดาการ... น้องรัก” เสียงของอาจารย์เพชรดังขึ้นพร้อมกันจากลำโพงทุกตัวในห้อง แต่มันไม่ใช่เสียงมนุษย์ มันเป็นเสียงสังเคราะห์ที่บิดเบี้ยวเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง “โลกที่มนุษย์ก้มหน้าก้มตาไหว้ศาลพระภูมิด้วยความกลัวมันจบลงแล้ว ตอนนี้คือยุคแห่งดิจิทัลเวทมนตร์ พลังของพวกเราไม่ควรจำกัดแค่ในโรงธรรม แต่มันต้องไหลเวียนอยู่ในสายเคเบิลใต้ทะเล ในดาต้าเซ็นเตอร์ ในทุกจังหวะการเต้นของหัวใจคนเมือง!”
ทันใดนั้น หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะของผมก็เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ข้อความแจ้งเตือน แต่เป็นภาพสดจากกล้องวงจรปิดทั่วเมือง ไฟจราจรทุกจุดเปลี่ยนเป็นสีแดงพร้อมกันหมด รถราที่แล่นขวักไขว่หยุดชะงัก เสียงแตรดังระงมดั่งเสียงกรีดร้องของวิญญาณที่ถูกกักขังอยู่ในแผงวงจรไฟฟ้า
“ดูสิ... ระบบประปา ระบบไฟฟ้า ระบบธนาคาร... ทุกอย่างกำลังจะกลายเป็น ‘ร่างทรง’ ของฉัน” ร่างเงาของเพชรก้าวเข้ามาอีกก้าวหนึ่ง พื้นห้องเริ่มมีคราบน้ำมันสีดำเหนียวหนืดซึมออกมาจากรอยต่อของกระเบื้อง มันส่งกลิ่นเหม็นไหม้ของพลาสติกและซากศพ
“อย่าห้าวให้มากนัก!” ผมคว้าคีย์บอร์ดกลมาถือไว้แทนอาวุธ “มิลิน! ส่งโค้ด ‘ฟอร์แมตวิญญาณ’ เข้าไปที่พอร์ตหลักของมันเดี๋ยวนี้!”
“แต่ถ้าทำแบบนั้น... ระบบของเมืองพังพินาศแน่!” มิลินท้วง ร่างของเธอเริ่มกะพริบติดๆ ดับๆ เพราะแรงสั่นสะเทือนทางไสยศาสตร์
“พังก็ช่างหัวมัน! ถ้าไม่หยุดตอนนี้ เมืองนี้จะกลายเป็นสุสานดิจิทัลไปจริงๆ!”
ผมตัดสินใจกดปุ่ม Enter สุดแรงเกิด แต่ทว่า... ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสปุ่ม ทุกหน้าจอกลับดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่น่าสะพรึงกลัว เสียงความวุ่นวายภายนอกที่เคยดังสนั่นกลับเงียบสงัดลงอย่างผิดธรรมชาติ ราวกับว่าทั้งโลกถูกกดปุ่มหยุดเวลาเอาไว้
เงาของอาจารย์เพชรไม่ได้หายไปไหน แต่มันกลับขยายใหญ่ขึ้นจนเกือบเต็มเพดานห้อง ดวงตาสีแดงฉานสองข้างจ้องมองมาที่ผมผ่านความมืด ก่อนที่เสียงกระซิบอันเย็นเยียบจะดังขึ้นข้างหูผม โดยที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเลย
“ก้อง... แกเข้าใจผิดเรื่องหนึ่ง”
เสียงนั้นแฝงไปด้วยความสมเพชอย่างที่สุด “คนที่แกกำลังพยายามสู้ด้วย... ไม่ได้มีแค่ฉัน... แต่คือสิ่งที่พ่อของแก... ‘ท่านอาจารย์’ คนเดิม... แอบฝังไว้ในเซิร์ฟเวอร์สำนักมาตลอดสิบปี”
ประตูห้องที่ถูกเปิดอ้าทิ้งไว้ ค่อยๆ เลื่อนปิดลงอย่างช้าๆ โดยไม่มีแรงลม และเมื่อผมหันไปมองกระจกเงาข้างฝา ภาพสะท้อนของผมไม่ได้มีแค่ตัวผมคนเดียว แต่มันมีร่างของ ‘พ่อ’ ที่เสียชีวิตไปแล้ว ยืนซ้อนหลังผมอยู่ พร้อมกับยกมือขึ้นชี้ไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เริ่มสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้งด้วยเลขโค้ดชุดใหม่... ชุดเดียวกับที่ผมใช้ล็อกระบบสำนักมาโดยตลอด
หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้ท่านผู้อ่านตื่นเต้นและอยากติดตามตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อนะครับ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในโลกของ "สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด" นะครับ
สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด: คืนชีพผีด้วย AI•ตอนที่ 33
การบุกโจมตีของไวรัสผี
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด: คืนชีพผีด้วย AI นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!