“นั่นแกจะทำอะไรน่ะก้อง! ไอ้นั่นมันไม่ใช่ของเล่นนะเว้ย!”
เสียงแผดลั่นของมิลินดังขึ้นภายในจอมอนิเตอร์ แสงสีฟ้าสว่างวาบสะท้อนบนใบหน้าที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อของผม ผมไม่ได้ตอบกลับทันที มือสั่นเทาขณะคีบแผ่นฟิล์มไวแสงที่อาบด้วยน้ำหมึกสูตรพิเศษ—ส่วนผสมระหว่างเลือดไก่ดำกับสารฟอสฟอรัสที่ผมเพิ่งสกัดจากหลอดไฟเก่าในห้องแล็บ—วางลงบนแผงวงจรต้นแบบที่ออกแบบมาเพื่อดักจับคลื่นความถี่วิญญาณโดยเฉพาะ
“ถ้าไม่ลองทำแบบนี้ เราก็มีแต่ตายกับตาย มิลิน” ผมตอบพลางกัดฟันแน่น “แกก็เห็นแล้วนี่... สิ่งที่พ่อทิ้งไว้ให้มันไม่ใช่แค่คำพูดในความมืด แต่มันคือ ‘รหัส’ ที่เชื่อมต่อโลกคนเป็นกับโลกวิญญาณเข้าด้วยกัน”
ความมืดมิดจากเหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงฝังหัว ผมจำได้แม่นถึงไอเย็นที่ปะทะลำคอ และเสียงกระซิบที่คุ้นเคยจนน่าขนลุก นั่นไม่ใช่แค่เสียงผีธรรมดา แต่มันคือเสียงของคนที่ควรจะตายไปตั้งแต่สิบปีก่อน พ่อของผม—เจ้าสำนักไสยเวทผู้ทรนงที่หันหลังให้เทคโนโลยี แต่กลับทิ้งอัลกอริทึมลึกลับไว้ในเซิร์ฟเวอร์สำรอง
“ยันต์กระดาษน่ะมันเก่าไปแล้ว” ผมคว้าหัวแร้งไฟฟ้าขึ้นมา บัดกรีตะกั่วลงบนจุดเชื่อมต่อลายยันต์แปดทิศที่ถูกดัดแปลงเป็นวงจรพิมพ์เขียว “ในยุคที่ผีสิงอยู่ในเน็ตเวิร์ก เราก็ต้องใช้ยันต์ที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าสถิตได้ นี่คือ ‘ยันต์ไฟฟ้านีออน’ ถ้าตัวเลขสมการนี้ถูกต้อง เมื่อมันเริ่มทำงาน แสงนีออนจะตัดผ่านมิติและแผดเผาไอ้ตัวที่พยายามจะสิงร่างฉัน!”
มิลินเงียบไปครู่หนึ่ง ร่างโปร่งแสงในจอภาพไหววูบเหมือนสัญญาณภาพขาดหาย ก่อนที่เธอจะถอนหายใจยาว “นายมันบ้า ก้องกิดาการ นายกำลังเอาไฟฟ้าแรงสูงไปรวมกับอาคมโบราณ ถ้าเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา ไม่ใช่แค่ร่างนายนะที่ไหม้เกรียม วิญญาณของฉันที่อยู่ในนี้น่ะ แหลกละเอียดแน่นอน”
“งั้นก็ลุ้นเอาสิ” ผมแสยะยิ้ม กดยืนยันคำสั่ง ‘Compile’ บนคีย์บอร์ด
จังหวะที่บรรทัดโค้ดถูกประมวลผล หน้าจอทั้งหมดในห้องพลันดับพรึ่บ ความเงียบงันเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นโครมคราม ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีต่อมา แผ่นฟิล์มบนโต๊ะก็เริ่มสั่นไหว มันไม่ได้แค่เรืองแสง แต่มันเปล่งประกายด้วยสีน้ำเงินเข้มข้นจนแสบตา ลวดลายอักขระโบราณที่ผมออกแบบไว้เต้นเร่าดั่งมีชีวิต กระแสไฟฟ้าแล่นปราดผ่านเส้นทองแดง เกิดเสียงเปรี๊ยะปรี๊ดดั่งพายุสายฟ้าขนาดจิ๋วที่ถูกกักขังอยู่ในกรอบอะคริลิก
“สำเร็จ...” ผมพึมพำ
ทว่า ความรู้สึกยินดีจางหายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อผมสังเกตเห็นบางอย่างบนจอภาพที่ดับไปแล้ว เงาสะท้อนในกระจกเงาด้านหลัง ไม่ใช่เงาของผมคนเดียว...
ข้างหลังผม มีร่างของชายวัยกลางคนยืนอยู่ เขาสวมชุดหม้อห้อมเก่าคร่ำคร่า สวมแว่นสายตากรอบหนาที่ผมจำได้แม่นจากกรอบรูปในห้องนอนพ่อ แว่นนั้น... มันสะท้อนภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ผมเพิ่งโปรแกรมเสร็จ แต่สิ่งที่ทำให้เลือดในกายผมเย็นเฉียบ คือดวงตาของเขามันไม่มีตาดำ มันมีแต่รหัสเลขฐานสองสีเขียววิ่งวนอยู่ข้างใน!
“พ่อ?” ผมเรียกเบาๆ เสียงขาดห้วง
ร่างนั้นไม่ขยับ แต่เสียงกระซิบที่คุ้นเคยกลับดังขึ้นรอบทิศทาง ไม่ได้มาจากข้างนอก แต่มาจากหูฟังที่ผมสวมใส่อยู่ “ลูกชาย... ยันต์นั่นน่ะ วงจรมันลัดวงจรตั้งแต่บรรทัดที่ 402 แล้วนะ”
ผมรีบก้มมองโค้ดบนจอที่เพิ่งติดขึ้นมาอีกครั้ง ใจผมหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม บรรทัดนั้นมีคำสั่งที่ผมไม่ได้เขียน... *‘return true;’* ซึ่งหมายความว่ายันต์นีออนนี้ไม่ได้มีไว้ป้องกันผม แต่มันถูกออกแบบมาเพื่อให้ ‘เปิดประตู’ ให้สิ่งที่อยู่ข้างหลังผมเข้ามาได้เต็มตัว!
ก่อนที่ผมจะทันได้ถอดปลั๊ก อุปกรณ์บนโต๊ะทั้งหมดก็ระเบิดแสงนีออนสว่างวาบจนห้องทั้งห้องกลายเป็นสีขาวโพลน ผมรู้สึกเหมือนถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วเส้นประสาท ขณะที่เสียงหัวเราะของอาจารย์เพชรดังแทรกเข้ามาในระบบการสื่อสารของผม
“ก้องกิดาการ... ขอบใจมากนะที่อัปเกรดช่องทางให้ข้า”
ประตูห้องของผมถูกเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้ใช้มือสัมผัส พร้อมกับการปรากฏตัวของเงามืดมิดที่ก้าวพ้นข้ามธรณีประตูเข้ามา พร้อมกับหน้าจอโน้ตบุ๊กทุกเครื่องในห้องที่พากันแสดงข้อความพร้อมกันว่า... ‘SYSTEM HIJACKED: FATHER DEITY IS LOADING’
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันบ้าคลั่งของหมอผีวัยรุ่นในตอนนี้นะครับ!
สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด: คืนชีพผีด้วย AI•ตอนที่ 32
ยันต์ไฟฟ้านีออน
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด: คืนชีพผีด้วย AI นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!