“ถอยไปไอ้แก่! ระบบนั่นมันของฉัน ไม่ใช่ของเล่นยุคเตาถ่านแบบที่แกชอบใช้!” ก้องตวาดเสียงหลง พลางคว้าไขควงไฟฟ้าเสียบเข้าที่พอร์ตเชื่อมต่อหลังกระจกเงาบานนั้น ราวกับกำลังทำหัตถการหัวใจให้กับเครื่องจักรที่กำลังจะตาย
ภายในกระจกเงา ชายชราในชุดหมอผีโบราณที่สวมแว่น AR ล้ำสมัยขยับรอยยิ้มที่มุมปาก แววตาของมันไม่ได้มีความโกรธแค้น แต่มันคือความสมเพช มันค่อยๆ ยกมือที่โปร่งแสงขึ้น ปัดผ่านอากาศเบาๆ ข้อมูลโค้ดชุดหนึ่งไหลผ่านอากาศราวกับสายฝนดิจิทัลสีเขียวมรกต ก่อนจะพุ่งเข้าปะทะกับหน้าจอแล็ปท็อปของมิลินจนเกิดประกายไฟสีฟ้าสดใส
“ก้อง! ระวัง!” มิลินกรีดร้อง เสียงของเธอไม่ได้ออกมาจากลำโพง แต่ดังก้องอยู่ในหัวของเขา “มันไม่ได้กำลังสู้กับเราด้วยคาถา แต่มันกำลัง ‘Compile’ จิตวิญญาณของมันให้กลายเป็นไวรัสระดับรูทคิท! ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ เราจะถูกลบออกจากเซิร์ฟเวอร์ทั้งคู่!”
ก้องกัดฟันกรอด เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม เขาไม่ได้กลัวผีในแบบที่คนทั่วไปกลัว แต่เขากลัว ‘ข้อมูล’ ที่เขาสั่งสมมาตลอดชีวิตจะสูญสิ้นไปต่อหน้าต่อตา นิ้วมือของเขารัวบนคีย์บอร์ดเสมือนจริงที่เขาสร้างขึ้นจากรังสีอินฟราเรดด้วยความเร็วระดับนักแข่งอีสปอร์ต “มิลิน! เปิดโหมด Safe Mode ของสำนัก! ถ้ามันอยากได้โค้ดนัก ก็เอาอาคมบทสวด ‘พุทธัง อะระหัง ภาวนา’ ไปดีบั๊กดูหน่อยเป็นไง!”
ชายชราในกระจกหัวเราะก้อง แว่น AR ของมันแสดงค่าพารามิเตอร์การดึงพลังงานพุ่งทะลุขีดจำกัด “เจ้าเด็กน้อย... วิชาไสยศาสตร์ของบรรพบุรุษไม่ใช่แค่การท่องจำ แต่มันคืออัลกอริทึมที่ฝังอยู่ในจีโนมมนุษย์ แกเอาเทคโนโลยีมาฉาบหน้า แต่แกไม่เคยเข้าใจ ‘แก่น’ ของมันเลย”
สิ้นคำพูดนั้น ร่างกายของก้องก็กระตุกวูบเหมือนถูกไฟช็อต ภาพรอบตัวบิดเบี้ยวไปราวกับไฟล์วิดีโอที่เสีย (Corrupted) เขาเห็นตัวเองในกระจกกลายเป็นโครงกระดูกที่ใส่แว่นตาไฮเทค สลับกับภาพตัวเองในปัจจุบันที่กำลังนั่งตัวสั่นอยู่หน้าแล็ปท็อป ความเป็นจริงกับโลกเสมือนเริ่มทับซ้อนกันจนแยกไม่ออก
ก้องสูดหายใจลึก เขาหลับตาลง ไม่ใช่เพื่อหนี แต่เพื่อสแกน ‘หน่วยความจำ’ ในหัวตัวเอง เขาจำได้ว่าพ่อเคยพูดไว้ตอนที่เขายังเด็ก—*‘ก้อง ของที่มันขลังที่สุด ไม่ใช่ของที่มีราคาแพงที่สุด แต่มันคือของที่ถูกใส่ความตั้งใจลงไปจนเกินขีดจำกัดของวัตถุ’*
“ความตั้งใจเหรอ...” ก้องพึมพำ เขาหยิบเหรียญบาทเก่าๆ ที่พ่อเคยให้ไว้ขึ้นมา แล้วแปะมันลงบนพอร์ต USB-C ของแล็ปท็อป มิลินตกใจจนเผลออุทานออกมา “ก้อง! นั่นมันจะทำให้บอร์ดไหม้!”
“ปล่อยให้มันไหม้ไป! ถ้าเราผ่านด่านนี้ไม่ได้ เราก็ไม่มีอะไรเหลือให้ปกป้องแล้ว!” ก้องใส่โค้ดชุดสุดท้ายลงไป ‘System Override: Ancestral Connection’
ทันใดนั้น แสงสีทองเรืองรองก็พุ่งทะลุออกมาจากพอร์ต USB-C นั้น มันไม่ได้ทำลายฮาร์ดแวร์ แต่มันกลับ ‘หลอมรวม’ เอาไสยศาสตร์โบราณเข้ากับกระแสไฟฟ้า ข้อมูลที่ชายชราส่งเข้ามาถูกหักล้างด้วย ‘เจตจำนง’ ที่ก้องใส่ลงไปในโปรแกรม แรงระเบิดของพลังงานคลื่นหนึ่งซัดร่างของชายชราในกระจกกระเด็นหายไป กระจกบานเก่าร้าวเป็นทางยาว ก่อนจะแตกกระจายลงพื้นจนกลายเป็นผงละเอียด
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ก้องหอบหายใจรุนแรง แล็ปท็อปของมิลินควันขึ้นเล็กน้อย แต่มันยังคงทำงานอยู่ หน้าจอแสดงผลกราฟิกเส้นชีพจรที่นิ่งสนิท ก่อนที่ใบหน้าใสซื่อของมิลินจะปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง เธอขยิบตาให้เขา
“รอดแล้วนะพ่อโปรแกรมเมอร์หัวรั้น... แต่ฉันว่างานนี้เราไม่ได้เพิ่งกำจัดผีธรรมดาแล้วล่ะ” มิลินพูดพลางใช้นิ้วชี้ไปที่มุมห้อง
ก้องหันไปมองตาม ตรงมุมห้องมืดๆ นั่นเอง ที่ร่างของอาจารย์เพชรนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ทำงานของเขา มือถือเครื่องโปรดในมือของมันมีแสงสีม่วงแปลกประหลาดกระพริบถี่ๆ มันค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายของก้องเย็นเฉียบ
“ยินดีด้วยนะน้องรัก... ที่ซ่อมระบบจนเสร็จพอดี” อาจารย์เพชรเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่แฝงไปด้วยความอำมหิต “เพราะตอนนี้... ถึงเวลาที่ฉันจะอัปโหลดความลับของสำนักเรา ให้ทุกคนในอินเทอร์เน็ตได้เห็นกันเสียที”
เขากดปุ่ม ‘Enter’ บนมือถือเครื่องนั้น พร้อมๆ กับที่สมาร์ทโฟนของก้องและคนทั้งตึกส่งเสียงแจ้งเตือนพร้อมกันราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณนับล้านตัว
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดุเดือดของหมอผีวัยรุ่นในตอนนี้นะครับ
สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด: คืนชีพผีด้วย AI•ตอนที่ 25
สำนักผีปิดชั่วคราว
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด: คืนชีพผีด้วย AI นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!