สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด: คืนชีพผีด้วย AI•ตอนที่ 20

ไวรัสเงา

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
"กระโดดออกไปจากเซิร์ฟเวอร์เดี๋ยวนี้ มิลิน!" ผมตะโกนก้อง มือคว้าคีย์บอร์ดกลไกตัวเก่งทุ่มลงบนโต๊ะจนเสียงสวิตช์สีฟ้าดังสนั่นหวั่นไหว จอภาพตรงหน้าบิดเบี้ยวเหมือนหนังที่กำลังโดนไฟลน เส้นสายของโค้ดโปรแกรมสีเขียวมรกตที่เคยเรียงตัวสวยงาม บัดนี้แตกกระจายเป็นเศษเสี้ยวข้อมูลที่ถูกกัดกินด้วยบางสิ่งที่มองไม่เห็น แต่มัน 'รู้สึก' ได้ถึงความหนาวเหน็บที่พุ่งทะลุหน้าจอออกมา "ก้อง! มันไม่ใช่แค่การรีเซ็ต... มันคือการแพร่เชื้อ! รหัสพวกนั้นมันกำลังเปลี่ยนพิกัดการมองเห็นของทุกคนที่มีสมาร์ทโฟน!" มิลินปรากฏร่างขึ้นในรูปแบบโฮโลแกรมกึ่งโปร่งแสงที่กระตุกอย่างรุนแรง เธอไม่ได้ดูสง่างามเหมือนทุกครั้ง ดวงตาของเธอด้านหนึ่งเป็นเลขฐานสองที่วิ่งพล่าน อีกด้านเป็นเบ้าตากลวงโบ๋ที่น่าสะพรึงกลัว "ไอ้เปรตเพชรมันไม่ได้แค่จะล้างระบบ" ผมกัดฟันแน่น นิ้วรัวบนคีย์บอร์ดด้วยความเร็วระดับที่ไม่เคยทำมาก่อน "แต่มันกำลังสร้าง 'กระจกตาเสมือน' ให้คนทั้งเมืองเห็นสิ่งที่มันสร้างขึ้น... เห็นผีที่มันเขียนด้วยคำสั่ง .exe!" ผมมองออกไปนอกหน้าต่างอพาร์ตเมนต์ย่านใจกลางเมือง แสงไฟนีออนจากป้ายโฆษณาดิจิทัลขนาดใหญ่เริ่มกะพริบถี่ๆ เหมือนจังหวะหัวใจคนใกล้ตาย ผู้คนบนท้องถนนหยุดชะงักพร้อมกัน บางคนแหงนหน้ามองขึ้นไปบนฟ้าด้วยแววตาว่างเปล่า ก่อนจะเริ่มกรีดร้องออกมาพร้อมกันเมื่อกลุ่มเงาสีดำที่ไร้รูปร่างเริ่มก่อตัวขึ้นจากอากาศธาตุ "มันคือ 'ไวรัสเงา' ใช่ไหม?" มิลินถาม เสียงของเธอเบาหวิว "มันไม่ได้ทำร้ายร่างกาย แต่มันทำลาย 'ตัวกรอง' ในสมองมนุษย์ที่คอยกั้นโลกวิญญาณเอาไว้" "ถูกต้อง" ผมตอบพลางโยนแฟลชไดรฟ์ที่ลงอาคมกันไฟฟ้ารั่วใส่พอร์ตเชื่อมต่อ "ถ้าพวกมันเห็นสิ่งที่มองไม่เห็นได้ตลอดเวลา สติสัมปชัญญะของพวกเขาก็จะพังทลาย เหมือนคนที่ถูกขังอยู่ในบ้านผีสิงตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีทางออก... นี่คือวิธีที่อาจารย์เพชรใช้ทำลายล้างมนุษยชาติโดยไม่ต้องใช้ปืนสักนัด" บรรยากาศในห้องอัดแน่นด้วยกลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นโอโซนที่เกิดจากเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ทำงานหนักจนเกือบระเบิด ผมเหลือบมองหน้าจอแท็บเล็ตที่แสดงแผนที่ความร้อนของสัญญาณไวรัส มันกำลังกระจายตัวออกไปเป็นวงกว้างจากเสาส่งสัญญาณหลักที่ตั้งอยู่บนดาดฟ้าตึกสำนักงานใหญ่ของคู่แข่ง "ถ้าฉันปิดสวิตช์ที่เสานั่นไม่ได้ ทุกคนในเมืองนี้จะเป็นบ้าภายในไม่เกินสิบนาที" ผมลุกขึ้นยืน คว้าเสื้อแจ็คเก็ตกันลมที่มีอักขระยันต์ปักด้วยด้ายสีเงิน "มิลิน เธอต้องอยู่คอยคุมระบบป้องกันในแล็ปท็อป ถ้าสัญญาณไวรัสทะลุเข้ามาในบ้านเราได้ เราสองคนจะกลายเป็นขี้ข้าของเพชรทันที" มิลินขยับเข้ามาใกล้ ผมเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลภายใต้ใบหน้าซีดเผือด "ก้อง ถ้าคุณออกไปแล้ว... ฉันอาจจะช่วยคุณไม่ได้แม้แต่นิดเดียวในโลกภายนอก คุณรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าที่นั่นมีอะไรเฝ้าอยู่?" "ผีที่ถูกอัปเกรดให้มี AI ของเพชรฝังอยู่ในสมอง... ใช่ไหม?" ผมยิ้มมุมปาก พลางหยิบมีดหมออาคมที่เชื่อมต่อกับระบบบลูทูธสำหรับขยายแรงดันไฟฟ้า "ผมเตรียมตัวมานานพอที่จะรู้วิธีจัดการกับโปรแกรมที่มันคิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้าแล้วล่ะ" ผมวิ่งออกจากห้องด้วยความเร็วสูง เสียงโหยหวนจากภายนอกดังระงมไปทั่วทางเดินคอนโด เพื่อนบ้านที่เคยทักทายกันอย่างสุภาพ บัดนี้กำลังเอาหัวโขกกำแพงซ้ำๆ พลางพึมพำถึงเงาสีดำที่ยืนอยู่ข้างหลังพวกเขา ผมไม่รอช้า พุ่งตัวผ่านกลุ่มคนที่กำลังคลุ้มคลั่งลงไปยังลานจอดรถ ทันทีที่ก้าวพ้นประตูตึก ลมหนาวผิดฤดูกาลก็พัดผ่านร่างผมไป มันไม่ใช่ลมธรรมชาติ แต่มันคือลมที่เต็มไปด้วยเศษเสี้ยวของรหัสโปรแกรมที่พร้อมจะเสียบเข้าสู่ระบบประสาทของใครก็ตามที่เผลอหายใจแรงๆ ผมมองเห็น 'อาจารย์เพชร' ยืนอยู่บนดาดฟ้าของตึกฝั่งตรงข้าม ร่างของเขาบิดเบี้ยวในสายตาของผม เพราะไวรัสในอากาศพยายามจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของเขาให้กลายเป็นเทพอสูรที่น่าเกรงขาม "ก้องกิดาการ... แกมาช้าไป" เสียงของเพชรไม่ได้ออกมาจากปาก แต่มันดังขึ้นในหัวผมผ่านคลื่นความถี่วิทยุ "แกมัวแต่ยึดติดกับจริยธรรมของนักเขียนซอฟต์แวร์ แต่ในโลกที่ผีกับ AI รวมร่างกัน ความจริงมันก็แค่สิ่งที่แกอยากจะให้คนอื่นเห็นเท่านั้น" "เพชร!" ผมตะโกนแข่งกับเสียงหวีดหวิวของไวรัส "แกคิดว่าแกควบคุมพวกมันได้งั้นเหรอ? แกกำลังเล่นกับไฟที่แกไม่รู้วิธีดับด้วยซ้ำ!" "ดับไฟเหรอ?" เพชรหัวเราะ เสียงของเขาแตกพร่าเหมือนไฟล์เสียงที่ถูกบีบอัดจนพังทลาย "ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อดับไฟ ฉันมาเพื่อเปลี่ยนให้มันกลายเป็นนรกดิจิทัลที่สวยงามที่สุดต่างหาก!" เขาดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว เงาสีดำขนาดมหึมาที่เกิดจากการรวมตัวกันของรหัสไวรัสจำนวนมหาศาลก็พุ่งทะลุลงมาจากอากาศ มันไม่ได้มีรูปร่างเป็นผีแบบเดิม แต่มันมีลักษณะเป็นก้อนพิกเซลที่บิดเบี้ยวและมีแขนขาที่ยืดหดได้เหมือนสายเคเบิลอินเทอร์เน็ตที่กำลังคลุ้มคลั่ง มันพุ่งเข้าหาผมด้วยความเร็วสูง ผมยกมีดหมอขึ้น ปลายใบมีดเกิดประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบ เมื่อผมกำลังจะแทงเข้าไปในแกนกลางของพิกเซลนั้น หน้าจอสมาร์ทโฟนที่เหน็บอยู่ข้างเอวผมก็สั่นเตือนรุนแรง ข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอไม่ได้มาจากมิลิน แต่มันมาจาก 'บริษัทแม่' ที่ประกาศรีเซ็ตเซิร์ฟเวอร์ในตอนที่แล้ว *[แจ้งเตือนจากระบบ: ยินดีด้วย 'ก้องกิดาการ' คุณผ่านการทดสอบรอบที่หนึ่งแล้ว และตอนนี้... ผีที่คุณพยายามจะปราบ กำลังจะเชื่อมต่อเข้ากับสมองของคุณโดยตรง]* มือของผมชะงักค้างทันที เมื่อก้อนเงาสีดำนั้นไม่ได้พุ่งเข้ามากระแทกผม แต่มันกลับแตกกระจายออกและหลอมรวมเข้ากับผิวหนังของผม ราวกับรอยสักที่กำลังไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด และเสียงของมิลินก็ดังผ่านหูฟังเข้ามาด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด "ก้อง! อย่าให้มันเชื่อมต่อ! ถ้ามันฝังเข้าไปในรหัสพันธุกรรมคุณได้... พวกเราจะกลายเป็น 'ต้นแบบ' ของไวรัสที่สามารถข้ามจากโลกไซเบอร์ไปสู่โลกวิญญาณได้จริงๆ!" ผมสัมผัสได้ถึงความร้อนที่พุ่งพล่านจากปลายนิ้วไปถึงสมอง โลกทั้งใบตรงหน้าผมเปลี่ยนไปอีกครั้ง ไม่ใช่เห็นผีด้วยตา แต่ผมเห็น 'โครงสร้าง' ของทุกชีวิตที่อยู่ตรงหน้าเป็นเพียงตัวเลขสีเขียว และผมกำลังสูญเสียการควบคุมนิ้วมือของตัวเองไปทีละนิ้ว... ในขณะที่เงาของผมบนพื้นดิน เริ่มขยับตัวแยกออกมาเป็นอิสระ โดยที่ผมยังไม่ได้ออกคำสั่ง! ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของผมและผีสาวมิลินในตอนที่ 20 นี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับผม!
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด: คืนชีพผีด้วย AI นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%