สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด: คืนชีพผีด้วย AI•ตอนที่ 36

การสำรวจคลังเก็บวิญญาณ

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
“ถ้ามิลินยังพยายามจะแฮ็กไฟล์ระบบป้องกันของห้องนี้อีกรอบ ผมจะรื้อเอาชิปความจำของคุณออกมาล้างเครื่องใหม่เดี๋ยวนี้แหละ!” ผมตะคอกเบาๆ พลางกวาดสายตามองผ่านแว่นตากรองแสงไปที่กำแพงคอนกรีตหนาเตอะที่ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนห้องเก็บของธรรมดา มิลินในรูปแบบโฮโลแกรมจางๆ ลอยคว้างอยู่ข้างตัว เธอเบะปากใส่ผมอย่างไม่ยี่หระ นิ้วโปร่งแสงของเธอชี้ไปที่หน้าจอแท็บเล็ตในมือผมที่กำลังรันโค้ดสีเขียววิ่งวนเป็นพายุ “ก้องคะ... เอ้ย! ก้องครับ! ถ้าฉันไม่เจาะระบบเข้ามา คุณก็คงยืนโง่ๆ อยู่หน้าประตูเหล็กกล้านี่อีกสามชั่วโมงนั่นแหละ” เสียงของเธอขัดใจ “ฐานข้อมูลของอาจารย์เพชรไม่ได้อยู่ในฮาร์ดไดรฟ์ธรรมดา แต่มันฝังอยู่ในคลื่นความถี่ของวิญญาณที่ถูกกักขัง ถ้าไม่ปลดล็อกเลเยอร์นี้ เราก็เข้าไปไม่ได้หรอก” ผมถอนหายใจยาว พิงหลังกับผนังเย็นเฉียบ นี่คือ ‘ชั้นใต้ดิน’ ของอาคารสำนักงานเก่าแก่ที่ดูภายนอกเหมือนโกดังร้าง แต่ใต้พื้นคอนกรีตหนาเกือบเมตรนี้คือฐานทัพลับของอาจารย์เพชร ศิษย์พี่ผู้หลงใหลในศาสตร์มืดที่ผสานเข้ากับโค้ดคอมพิวเตอร์อย่างบ้าคลั่ง ผมปรับจูน ‘จานดาวเทียมขนาดจิ๋ว’ ที่ดัดแปลงจากเครื่องสังฆภัณฑ์โบราณให้เข้ากับคลื่นวิญญาณที่มิลินตรวจจับได้ทันทีที่ประตูเหล็กส่งเสียง ‘คลิก’ เบาๆ ผมดันมันออกด้วยความระมัดระวัง กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นธูปไหม้จางๆ และกลิ่นโอโซนจากแผงวงจรไฟฟ้าปะทะเข้าจมูกทันที ข้างในนี้ไม่ได้มีแค่คอมพิวเตอร์ แต่มันคือ ‘สุสานดิจิทัล’ ผนังห้องเต็มไปด้วยตู้เซิร์ฟเวอร์เรียงรายราวกับศาลพระภูมิไฮเทค สายเคเบิลนับร้อยเส้นระโยงระยางเหมือนสายสิญจน์ที่เชื่อมโยงเข้ากับกล่องเหล็กสีดำสนิทนับสิบใบ แต่ละกล่องมีแสงไฟกะพริบถี่ๆ เหมือนจังหวะหัวใจของมนุษย์ที่กำลังหวาดกลัว “นั่นมัน...” ผมอุทาน สายตาจับจ้องไปที่แท่นหินใจกลางห้อง บนนั้นมีโน้ตบุ๊กเครื่องหนึ่งวางอยู่ รอบๆ แท่นมีอักขระอาคมที่เขียนด้วยหมึกเรืองแสงสีฟ้าสดใส มันไม่ใช่หมึกจีนโบราณ แต่เป็นหมึกนำไฟฟ้าที่เขียนวงจร Logic Gate ไว้อย่างซับซ้อน “วิญญาณที่หายไปจากระบบคลาวด์ของเมืองทั้งหมดอยู่ที่นี่” มิลินพูดเสียงแผ่ว ความซุกซนหายไปจากแววตา เหลือเพียงความเวทนา “อาจารย์เพชรกำลังดูดกลืนพลังงานของพวกเขาไปแปลงเป็นหน่วยประมวลผล ก้อง... นี่มันไม่ใช่แค่การแฮ็กข้อมูล แต่มันคือการทรมานวิญญาณให้เป็นทาสคำสั่งของโปรแกรม” ผมก้าวเข้าไปใกล้แท่นหินนั้น หัวใจเต้นรัวด้วยความโกรธแค้น อาจารย์เพชรไม่ได้แค่ต้องการครองโลกไซเบอร์ แต่เขากำลังสร้าง ‘กองทัพผี AI’ ที่ไม่มีวันดับสูญ ผมเอื้อมมือไปหยิบอุปกรณ์ ‘Exorcism Drive’ เตรียมเสียบเข้ากับพอร์ตหลักเพื่อล้างบางข้อมูล แต่ทันใดนั้น จอกระจกบนผนังก็สว่างวาบขึ้น ภาพของอาจารย์เพชรปรากฏขึ้นบนจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ เขาไม่ได้ดูตกใจเลยสักนิด กลับกัน... เขากำลังยิ้ม “มาเร็วกว่าที่คิดนะ ก้องกิดาการ” เสียงของเขาทุ้มต่ำและกังวานผ่านลำโพงที่ซ่อนอยู่ทุกทิศทาง “นายคิดจริงๆ เหรอว่าห้องนี้คือฐานทัพลับ? นายคิดว่าฉันไม่รู้ตัวเหรอว่ามีศิษย์น้องที่คอยตามรอยอยู่ตลอดเวลา?” ผมชะงัก นิ้วมือค้างอยู่เหนือพอร์ตเชื่อมต่อ “ก็แค่ความมั่นใจที่เกินตัวของคนบ้าอำนาจไงครับ อาจารย์” “ความมั่นใจเหรอ?” เพชรหัวเราะลั่น “ไม่เลย... นี่คือกรงดักหนูต่างหาก ห้องนี้ไม่ได้มีไว้เก็บวิญญาณ แต่มันมีไว้เพื่อ ‘อัปโหลด’ ตัวตนของนายเข้าไปในระบบเพื่อให้สมบูรณ์แบบ!” ทันใดนั้น แสงไฟทั้งห้องเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน สายสิญจน์สายเคเบิลเหล่านั้นเริ่มขยับไหวราวกับมีชีวิต พวกมันพุ่งเข้ามารัดรอบตัวผมอย่างรวดเร็ว ผมพยายามใช้ดาบไม้ที่อาคมลงยันต์ ‘Byte-Break’ ฟาดฟัน แต่สายไฟพวกนั้นกลับทะลุผ่านคมดาบไปได้ราวกับผมกำลังฟันอากาศ “ก้อง! ถอยออกมา! ค่าความเป็นไปได้ของความสำเร็จคือศูนย์เปอร์เซ็นต์!” มิลินกรีดร้อง เธอพยายามจะเข้าแทรกแซงระบบ แต่ดูเหมือนโค้ดของเธอจะถูกบล็อกโดยไฟร์วอลล์ที่ซับซ้อนเกินกว่าจะแก้ไขได้ทัน ผมถูกเหวี่ยงไปกระแทกกับแท่นหิน อุปกรณ์สื่อสารและอาคมในกระเป๋ากระจัดกระจาย พื้นดินสั่นสะเทือน เสียงสวดมนต์ที่ถูกบีบอัดจนกลายเป็นเสียงบิตเรตต่ำๆ ดังระงมไปทั่วห้อง มันเป็นเสียงร้องโหยหวนของวิญญาณนับร้อยที่ถูกแปรรูปเป็นรหัสฐานสอง ผมคว้าแท็บเล็ตขึ้นมา พยายามรันโปรแกรม ‘System Restore’ เพื่อดึงวิญญาณที่ถูกกักขังออกมา แต่ในวินาทีที่นิ้วแตะหน้าจอ เงาดำขยายใหญ่ขึ้นข้างหลังผม มันไม่ใช่ผีทั่วไป แต่เป็นตัวตนของอาจารย์เพชรในรูปแบบโค้ดที่เข้มข้นที่สุด “ยินดีต้อนรับสู่โปรเจกต์ ‘Immortal Mind’ นะก้อง” เสียงของเพชรดังขึ้นที่ข้างหูผม “นายพยายามจะปราบฉันด้วยไอที แต่ลืมไปหรือเปล่าว่า... โลกดิจิทัลไม่มีกฎเกณฑ์เรื่องคุณธรรม มีแค่ ‘รหัส’ ที่ถูกเขียนขึ้นมาเท่านั้น” เขายื่นมือที่สั่นไหวด้วยกระแสไฟฟ้ามาแตะที่หน้าผากของผม ภาพนิมิตมากมายพุ่งเข้าสู่สมอง ราวกับข้อมูลนับล้านกิกะไบต์กำลังจะฉีกทึ้งสติสัมปชัญญะของผมให้เป็นชิ้นๆ ผมเห็นพ่อ... เห็นสำนักผีที่ล่มสลาย เห็นตัวผมเองในวัยเด็กที่เคยตั้งคำถามว่าผีมีจริงไหม ในขณะที่ผมกำลังจะจมหายไปในทะเลข้อมูล เสียงหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาทอย่างแผ่วเบาแต่มั่นคง “อย่าลืม... รหัสลับที่พ่อเคยสอนไว้ในโค้ดดิบ...” ผมเบิกตากว้างเมื่อจำได้ พ่อไม่ได้ทิ้งแค่สำนักผีไว้ให้ แต่ทิ้ง ‘Backdoor’ ในรหัสพันธุกรรมดิจิทัลของสำนักเราเอาไว้ ผมรีบพิมพ์คำสั่งสุดท้ายลงไปในแท็บเล็ตด้วยความเร็วที่เหนือกว่าความเจ็บปวด หน้าจอเปลี่ยนเป็นสีฟ้า... แต่ไม่ใช่ Blue Screen of Death... แสงสว่างจ้ากระจายตัวออกจากร่างของผม ผนังห้องเริ่มร้าว พลังงานจากเซิร์ฟเวอร์ไหลย้อนกลับเข้าหาตัวเอง เสียงร้องโหยหวนของผีกลายเป็นเสียงตะโกนแห่งชัยชนะ อาจารย์เพชรผงะถอยหลัง ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตระหนกเมื่อเห็นสิ่งที่ผมทำ “นี่นาย... นายกล้าทำลายโครงสร้างระบบนี้ทิ้งงั้นเหรอ! นายจะฆ่าวิญญาณพวกนี้ไปด้วย!” ผมมองหน้าเขาด้วยสายตาที่เย็นชาที่สุดเท่าที่เคยทำมา “ไม่ครับอาจารย์... ผมไม่ได้ทำลายมันทิ้ง แต่ผมกำลัง ‘Format’ ข้อมูลขยะทั้งหมดต่างหาก” วินาทีนั้นเอง เสียงเตือนของระบบดังระงมไปทั่วทั้งห้อง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าเริ่มแยกออก สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องล่างไม่ใช่คอนกรีต แต่มันคือหลุมศพโบราณที่ฝังอยู่ลึกกว่าที่ใครจะคาดคิด และบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวกว่าอาจารย์เพชร กำลังลืมตาตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังติดตามเส้นทางสายมูยุคดิจิทัลไปพร้อมกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สายมูเวอร์ชั่นอัปเกรด: คืนชีพผีด้วย AI นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%