เจ้านายครับ... ขอจับจูบได้ไหม•ตอนที่ 4

ทานมื้อค่ำกับตัวแสบ

ผลงานโดย ชากุหลาบอุ่นๆ
“ถ้าคุณยังไม่อยากให้ฉันหมดความอดทนกลางงานสังคมของท่านทูต ช่วยถอนมือออกจากเอวฉันเดี๋ยวนี้ค่ะ รันตา” เสียงกระซิบที่ลอดผ่านไรฟันของคิรณาเย็นเยียบเสียจนน่าจะแช่แข็งแชมเปญในแก้วทรงสูงให้กลายเป็นก้อนน้ำแข็งได้ในพริบตา ท่านประธานสาวผู้เนี๊ยบกริบในชุดราตรีผ้าไหมสีมรกตเข้ารูป กำลังส่งยิ้มพิมพ์ใจระดับนางงามให้แขกผู้ทรงเกียรติรอบห้องจัดเลี้ยง ขณะที่มือเรียวใต้โต๊ะอาหารตัวยาวกำลังบิดเนื้อต้นแขนของคนข้างกายด้วยแรงที่มากพอจะทำให้ผิวเนียนช้ำได้ในสามวินาที รันตาแสร้งทำเป็นสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างเจ็บปวดแต่ก็ยังแย้มยิ้มหวานหยดย้อย สบตากับเซเลบริตี้ระดับประเทศที่กำลังเดินเข้ามาทักทายอย่างเป็นกันเอง ดีไซเนอร์สาวยังคงลอยหน้าลอยตา แถมแกล้งขยับตัวเข้าไปแนบชิดไหล่บางของเจ้านายสาวมากขึ้นไปอีกจนกลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือความเซ็กซี่ลอยเข้าแตะจมูกคม “แหม... ท่านประธานคะ คนเขามองกันทั้งห้องแล้วนะคะ ถ้าฉันไม่ทำตัวสนิทสนม เดี๋ยวพวกไฮโซปากหอยปากปูเขาก็เอาไปนินทาหรอกว่าคู่ควงจำเป็นคนนี้ตกอับ ไร้เยื่อใย หรือไม่ก็... กำลังจะโดนท่านประธานเฉดหัวทิ้งยังไงล่ะคะ” รันตาเอียงคอพูดด้วยน้ำเสียงออดอเซาะที่จงใจให้ดังพอดีได้ยินกันแค่สองคน “อีกอย่าง... เมื่อกี้ตอนอยู่บนรถ คุณยังบอกเองเลยนี่คะว่าเราต้อง ‘แสดงละคร’ ให้แนบเนียนที่สุด” “แต่การแสดงของคุณมันเกินเบอร์ไปมากค่ะ รันตา!” คิรณาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตภายใต้ขนตางอนงามตวัดมองค้อนค้อนควับจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อ ยิ่งนึกถึงเหตุการณ์บนรถก่อนหน้านี้ที่อีกฝ่ายจงใจกวนประสาทด้วยประโยคกำกวมว่า *‘ไม่ใช่... แม่ฉันเอง’* จนเธอเกือบจะเหยียบเบรกหัวทิ่มถนน เธอกยิ่งอยากจะหยิกคนข้างๆ ให้เนื้อหลุดติดมือเสียจริง งานเลี้ยงระดับเอ็กซ์คลูซีฟในค่ำคืนนี้ถูกจัดขึ้นเพื่อกระชับมิตรนักธุรกิจแถวหน้า แต่ดูท่าว่าเป้าหมายหลักของคิรณาในการพาดีไซเนอร์ฝีมือฉกาจมาร่วมงานด้วย เพื่อกันท่าบรรดาลูกสาวนักธุรกิจที่จ้องจะเข้ามาขายขนมจีบ จะกลายเป็นเธอนั่นแหละที่จะอกแตกตายเสียก่อนเพราะความเจ้าเล่ห์ของคนข้างกาย “ก็คนมันอินบทนี่คะ คุณคิมก็น่าจะรู้ว่าฉันเป็นคนทุ่มเทกับทุกงานเสมอ...” รันตากระซิบตอบพร้อมกับทำทีเป็นโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ซอกคอระหงราวกับจะกระซิบกระซาบเรื่องสำคัญ แต่จังหวะนั้นเอง ปลายจมูกโด่งรั้นกลับเฉียดผ่านผิวแก้มเนียนของคิรณาไปเพียงนิดเดียว ทำเอาท่านประธานสาวที่กำลังถือไพ่เหนือกว่าถึงกับสะดุ้งสุดตัว หัวใจเจ้ากรรมเต้นกระหน่ำผิดจังหวะจนควบคุมไม่อยู่ คิรณาชะงักกึก สัมผัสอุ่นวาบที่ข้างแก้มนั่นมันอะไรกัน... “รันตา!” คิรณาเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงเข้ม ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดปนความสั่นไหวที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้อย่างสุดความสามารถ เธอกัดริมฝีปากแน่นเมื่อรู้ตัวว่ากำลังสูญเสียการควบคุมอีกแล้ว และผู้หญิงเจ้าปัญหาคนนี้ก็คือต้นเหตุทั้งหมด รันตาผละใบหน้าออกมายิ้มพราย ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้เห็นท่านประธานผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาหลุดมามาดนิ่งได้ ยิ่งเห็นใบหูขาวสะอาดของอีกฝ่ายขึ้นสีแดงเรื่อ รันตาก็ยิ่งได้ใจ รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด “ค่ะ? ท่านประธานมีอะไรจะบัญชาอีกไหมคะ... หรือว่าตรงนี้คนเยอะไป เราไปคุยกัน “สองต่อสอง” ที่มุมเงียบๆ ตรงระเบียงด้านนอกดีล่ะคะ บรรยากาศกำลังโรแมนติกเลยนะ” คิรณากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความซึนเดระขั้นสุดในตัวกำลังตีรันพันตูคลื่นอารมณ์คลั่งรักที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้เปลือกนอกอันเย็นชา เธอเกลียดรอยยิ้มกวนประสาทนั้น เกลียดแววตาท้าทายที่เหมือนรู้ทันความรู้สึกข้างใน เกลียดกระทั่งหัวใจตัวเองที่ดันเต้นแรงทุกครั้งเวลาที่คนคนนี้เข้ามาเข้าใกล้เกินระยะปลอดภัย “เพ้อเจ้อใหญ่แล้วค่ะ” คิรณาเชิดหน้าขึ้นพยายามดึงมาDวดความน่าเกรงขามกลับคืนมา แต่เสียงที่เปล่งออกไปกลับสั่นน้อยๆ จนคนฟังจับพิรุธได้ “ดื่มแชมเปญเข้าไปแค่แก้วเดียว ถึงกับเพ้อเจ้อเพ้อฝันไปกันใหญ่แล้วรันตา” “อ้าว... งั้นเหรอคะ นึกว่าเพราะตื่นเต้นที่ได้อยู่ใกล้ฉันซะอีก” “ฝันไปเถอะค่ะ!” คิรณาตอกกลับทันควัน ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยอย่างคาดโทษ ก่อนที่เธอจะตัดสินใจรวบข้อมือบางของรันตาไว้แน่นแล้วออกแรงดึงเบาๆ “ถ้ายังไม่อยากโดนไล่ออกข้อหาลามปามเจ้านาย เดินตามฉันมาเงียบๆ เลยค่ะ!” รันตาหลุดหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างชอบใจ ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายลากจูงเดินเลี่ยงหลบฝูงชนผู้ดีมีตระกูลออกไปยังโซนระเบียงจัดสวนด้านนอกที่ค่อนข้างเงียบสงบและไร้ผู้คน สายลมอ่อนยามค่ำคืนพัดปะทะผิวกาย แต่บรรยากาศรอบตัวกลับไม่ได้เย็นสบายอย่างที่คิด เพราะอุณหภูมิความร้อนระอุระหว่างคนทั้งสองกำลังพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนน่าตกใจ ทันทีที่ลับตาคน คิรณาก็เหวี่ยงข้อมือของรันตาออกเบื้องหน้าอย่างไม่ไยดี ร่างเพรียวระหงในชุดราตรีสีมรกตหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า มือทั้งสองข้างยกขึ้นกอดอก สายตาคาดคั้นถูกส่งไปให้คนตัวดีที่ยังคงยืนยันรอยยิ้มกวนๆ ไว้บนใบหน้าอย่างไม่สะทกสะท้าน “สนุกมากไหมคะ ที่ได้แกล้งฉันในงานเมื่อกี้” คิรณาเปิดฉากซักฟอกด้วยน้ำเสียงที่พยายามดัดให้เรียบที่สุด แต่แววตากลับฟ้องชัดว่ากำลังปรีแตก “ก็สนุกดีนะคะ ได้เห็นคุณคิมทำหน้าไม่ถูก มันเป็นกำไรชีวิตของคนทำงานตาดำๆ อย่างฉันเลยล่ะค่ะ” รันตาตอบหน้าตาเฉย แถมยังก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละน้อยอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดของท่านประธานสาวเลยสักนิด “อีกอย่าง... ฉันไม่ได้แกล้งสักหน่อย ฉันทำตามหน้าที่ ‘แฟนจำเป็น’ ต่างหากล่ะคะ หรือคุณคิมคิดว่าเมื่อกี้ฉันแสดงไม่สมจริงตรงไหนคะ... ตรงนี้เหรอ?” ว่าแล้วรันตาก็แกล้งขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว จนคิรณาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังกระจกใสของระเบียงอย่างไร้ทางหนี พื้นที่ระหว่างคนทั้งคู่แคบลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นๆ ของคนตัวสูงกว่าปัดผ่านปลายจมูกรันตา กลิ่นน้ำหอมและกลิ่นกายหอมกรุ่นลอยวนอยู่รอบตัวจนสติของคิรณาแทบกระเจิง คิรณาเบิกตากว้าง หัวใจเต้นโครมครามรากระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ เธออยากจะผลักร่างบางออกไปให้พ้นทาง แต่สองมือเจ้ากรรมกลับไร้เรี่ยวแรงจะต้านทาน ยิ่งเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งตรงมา ยิ่งทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะพ่ายแพ้ราบคาบ “ถอยไปนะรันตา... คุณกล้าดียังไงมาต้อนฉันมุมอับแบบนี้” คิรณาเสียงสั่น พยายามทำเสียงดุกลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด “ก็ไม่ได้อยากต้อนหรอกค่ะ...” รันตาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของคนตัวเล็กกว่า ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอขาวจนคิรณาขนลุกซู่ “...แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ ฉันก็คงไม่มีทางได้ยินเสียงหัวใจของคุณคิมหรอกค่ะว่ามันกำลังเต้นแรงขนาดไหน” “รันตา! คุณมัน...” คิรณาถลึงตาใส่เตรียมจะเอ่ยปากด่าชุดใหญ่ให้สมกับความปากเก่งของอีกฝ่าย แต่ยังไม่ทันที่คำพูดตัดพ้อจะหลุดออกจากริมฝีปากอิ่ม จู่ๆ แสงไฟนีออนสว่างวาบจากประตูทางเชื่อมก็สาดส่องเข้ามา พร้อมกับเสียงฝีเท้าและบทสนทนาคุ้นหูของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ “คุณคิมครับ... อยู่นี่เองเหรอครับ ผมตามหาซะทั่วเลย พอดีคุณพ่อท่านอยากจะแนะนำให้รู้จักกับนักลงทุนจากฮ่องกง...” เสียงทุ้มของ ‘กรณ์’ เพื่อนสนิทตัวดีของรันตาที่พ่วงตำแหน่งลูกชายท่านทูตดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาในเขตระเบียงส่วนตัว ทว่ายังไม่ทันที่กรณ์จะพูดจบประโยค ภาพตรงหน้าก็ทำให้เขาถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด ภาพของท่านประธานสาวผู้เย่อหยิ่งและเย็นชา กำลังโดนดีไซเนอร์สาวจอมแสบต้อนให้อยู่ในอ้อมแขนแนบชิดติดกระจก ชนิดที่ว่าถ้าขยับอีกนิดเดียวริมฝีปากน่าจะชนกันอยู่รอมร่อ! คิรณาหน้าถอดสี รีบออกแรงผลักรันตาออกห่างจากตัวทันทีด้วยความตกใจและอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี เลือดในกายสูบฉีดจนใบหน้าเนียนร้อนผ่าวไปหมด ขณะที่รันตาเพียงแค่หัวเราะในลำคออย่างเสียดายเล็กน้อย ก่อนจะหันไปส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้เพื่อนสนิทตัวดีที่ยืนค้างเติ่งอยู่ตรงประตู “อุ๊ย... ขอโทษทีนะคะคุณกรณ์ ขัดจังหวะเวลา ‘ส่วนตัว’ ของพวกเราหรือเปล่าคะ?” ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ชากุหลาบอุ่นๆ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... ขอจับจูบได้ไหม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%