เจ้านายครับ... ขอจับจูบได้ไหม•ตอนที่ 2

ปากร้ายเบอร์สิบ

ผลงานโดย ชากุหลาบอุ่นๆ
“คุณทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย!” เสียงอุทานตื่นตระหนกพร้อมกับแรงผลักสุดแรงเกิดจากสองมือของรันตา ทำให้ร่างระหงของคิรณาเซถอยหลังไปสองก้าว ใบหน้าคมคายที่ปกติมักจะเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก ตอนนี้กลับมีรอยแดงเรื่อลามเลียขึ้นมาถึงพวงแก้มอย่างปิดไม่มิด ดวงตาสีเข้มฉายแววตื่นตระหนกแกมความขัดเคืองที่ถูกขัดจังหวะ แต่เหนือสิ่งอื่นใด... รสสัมผัสอุ่นนุ่มเมื่อครู่ยังคงหลงเหลืออยู่บนริมฝีปากหยักลึกของเธอ ในขณะที่กรณ์ซึ่งยืนแข็งทื่อเป็นหินอยู่หน้าประตูห้องทำงาน หลุดเสียงสำลักน้ำลายตัวเองดัง *แคก!* จนต้องยกมือขึ้นปิดปาก ดวงตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถלอกออกมานอกเบ้า สมองประมวลผลไม่ทันกับภาพเรต PG-13 ที่เพิ่งฉายผ่านไปเมื่อเสี้ยววินาทีที่แล้ว “เอ่อ... คือ... ฉันมารบกวนเวลางาน... หรือว่าเวลาส่วนตัวคะเนี่ย?” กรณ์ละล่ำละลักเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบกริบที่น่าอึดอัดด้วยรอยยิ้มเจื่อนสนิท มือหนายกขึ้นเกาหัวแกรกๆ พลางทำท่าจะหมุนตัวเดินถอยหลังกลับไปตั้งหลักที่ลิฟต์ “หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ กรณ์!” รันตาแหวลั่น ใบหน้าร้อนผ่าวราวน้ำเดือด มือเรียวยกขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองป้อยๆ ราวกับอยากจะลบรอยจุมพิตอุกอาจเมื่อครู่ออกให้สิ้นซาก สายตาตวัดกลับไปมองหน้าท่านประธานสาวที่ตอนนี้ดึงหน้ากลับมานิ่งสนิท ราวกับเมื่อกี้ไม่ได้มีเหตุการณ์เขย่าขวัญสั่นประสาทเกิดขึ้น “แล้วก็นาย... ออกไปรอข้างนอกเลยนะ!” คิรณาปรายตามองเพื่อนสนิทของรันตาด้วยสายตาเย็นเฉียบจนอุณหภูมิในห้องประชุมใหญ่ลดฮวบลงทันที ร่างเพรียวระหงในสูทสั่งตัดเข้ารูปยืนกอดอก เชิดคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อกู้ฟอร์มความน่าเกรงขามกลับคืนมา หลังจากที่เพิ่งเสียอาการให้เด็กฝึกงาน (ที่เลื่อนขั้นมาเป็นดีไซเนอร์คู่บุญ) ไปหมาดๆ “หมดธุระแล้วก็เชิญออกไปค่ะ คุณกรณ์ ทางเรากำลังจะ ‘เริ่ม’ ประชุมงานกันอย่างเป็นทางการ” คิรณาเน้นเสียงตรงคำว่าเริ่ม ชนิดที่คนฟังอย่างกรณ์ขนลุกซู่ รีบพยักหน้ารับหงิกๆ “ครับ... เอ๊ย! รับทราบครับท่านประธาน เชิญเคลียร์กันตามสบาย เอ๊ย เคลียร์งานกันตามสบายครับคุณรัน สู้เขานะเพื่อน!” กรณ์รีบปิดประตูกระจกฝ้าสนิทหนีทันที ทิ้งให้รันตากับคิรณาเผชิญหน้ากันตามลำพังท่ามกลางบรรยากาศที่คุุกรุ่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิต ประตูปิดสนิทลงพร้อมกับความเงียบที่กลับมาเยือนอีกครั้ง รันตาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ พยายามดึงสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าที่เข้าทาง มือเรียวคว้าไอแพดขึ้นมาถือไว้แน่นเพื่อเป็นเกราะกำบังความประหม่าที่ยังคงเต้นเร้าอยู่ในอก ส่วนคิรณา... เจ้าตัวกลับทำตัวราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขายาวก้าวฉับๆ ไปนั่งลงที่เก้าอี้หนังแท้ราคาแพงหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ดวงตาคมกวาดมองเอกสารพรีเซนต์งานโปรเจกต์ใหม่ที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยแววตาวิเคราะห์ และในวินาทีนั้นเอง... สงครามประสาทที่แท้จริงก็เริ่มต้นขึ้น “แฟ้มพรีเซนต์นี่คุณทำเองทั้งหมดเหรอคะ รันตา” น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความเย้ยหยันดังขึ้น “ค่ะ ดิฉันเป็นคนรับผิดชอบโปรเจกต์นี้ทั้งหมด มีตรงไหนบกพร่องเหรอคะท่านประธาน” รันตาเชิดหน้าตอบ เสียงหวานใสแต่เจือความพยศเล็กๆ ไม่ยอมลดละ “บกพร่องเหรอคะ?” คิรณาแค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าเรียบเฉยเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมราวกับใบมีดโกน นิ้วเรียวเคาะลงบนโต๊ะกระจกเป็นจังหวะ “ฉันจะใช้คำว่า ‘ขยะเปียก’ น่าจะเห็นภาพชัดเจนกว่านะ ดีไซเนอร์มือรางวัลอย่างคุณ ทำงานได้ระดับอนุบาลหัดวาดรูปขนาดนี้เชียวเหรอ คอนเซปต์ก็เชยระเบิด การเลือกใช้โทนสีก็เหมือนคนตาบอดสีมาผสมกัน แล้วดูสัดส่วนนี่สิ... ถ้าเสื้อผ้าแบบนี้ถูกผลิตออกมาจริงๆ ลูกค้าคงฟ้องร้องบริษัทเราข้อหาทำลายทัศนียภาพทางสายตาแน่นอนค่ะ!” *ปึง!* เสียงไอแพดในมือรันตากระแทกลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว ความอับอายและหงุดหงิดผสมปนเปกันจนแทบจะระเบิดออกมา รันตาก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของอีกฝ่ายโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน “ท่านประธานคะ! กรุณาใช้สมองส่วนหน้าวิเคราะห์งานให้ละเอียดก่อนจะพ่นคำดูถูกคนอื่นออกมานะคะ งานชิ้นนี้ฉันกลั่นกรองมาจากเทรนด์แฟชั่นระดับโลกปีหน้า ไม่ใช่สไตล์วินเทจตกยุคที่คนหัวโบราณบางคนจะเข้าใจได้หรอกค่ะ!” รันตาสวนกลับทันควัน ปากเก่งไม่มีทีท่าว่าจะกลัวเกรงบารมี CEO สาวเลยสักนิด คิรณาหรี่ตามองคนตรงข้ามที่กล้าต่อปากต่อคำกับเธอ รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักสวย ยิ่งอีกฝ่ายโกรธจนหน้าดำหน้าแดง เธอกลับยิ่งรู้สึกสนุกที่ได้ปั่นประสาทให้คนอวดดีเสียอาการ “อ๋อเหรอคะ? เทรนด์ระดับโลกหรือว่าเทรนด์ตลาดนัดหลังออฟฟิศกันแน่คะ คุณรันตา ถึงปากคุณจะเก่งกล้าสามารถเถียงฉันฉอดๆ แบบนี้ แต่ผลงานบนหน้ากระดาษมันฟ้องนะคะว่าคุณ... *ไม่มีฝีมือ*” คิรณาจงใจเน้นคำสุดท้ายช้าๆ ชัดๆ เพื่อจี้จุดเดือด “คุณคิรณา!” รันตากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความอดทนพุ่งชนขีดจำกัด “ถ้าคุณมีอคติกับตัวฉันเรื่องส่วนตัว กรุณาอย่าเอามาปะปนกับเรื่องงานค่ะ! แยกแยะให้ออกสิคะว่าเป็น CEO หรือเด็กมีปัญหาทางอารมณ์กันแน่!” “นี่คุณกล้าว่าฉันเหรอ!” คิรณาดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากร่างเพรียวระหงแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศในห้องร้อนระอุ ทั้งสองยืนจ้องกันเขม็ง ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือพื้นที่หายใจ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบจางๆ จากตัวคิรณาผสมผสานกับกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ จากรันตา ยิ่งทำให้เคมีรอบตัวปั่นป่วนจนน่ากลัว ดวงตากลมโตของรันตาสoบรับกับดวงตาคมกราบของคิรณา ไม่มีใครยอมหลบสายตา รังสีความดื้อรั้นและทิฐิพุ่งชนกันเปรี๊ยะๆ ในใจของคิรณาเต้นแรงด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ยัยเด็กนี่ช่างต่อต้านและท้าทายเธอได้ทุกวินาทีจริงๆ ทั้งที่อยากจะดุให้เข็ดหลาบ แต่ภาพริมฝีปากอิ่มที่เพิ่งประกบจูบไปเมื่อครู่กลับวนกลับเข้ามาในหัว ทำเอาสมาธิที่สั่งสมมานานพังทลายลงในพริบตา “ใช่ค่ะ! ฉันว่าคุณนั่นแหละ ท่านประธานปากร้ายเบอร์สิบ!” รันตาลอยหน้าลอยตาท้าทาย ลืมตัวไปชั่วขณะว่ากำลังต่อ Lอนอยู่กับเจ้านายผู้ทรงอิทธิพล คิรณาขบกรามแน่น ความอดทนของเธอขาดผึ่ง ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวรันตาอย่างรวดเร็วจนอีกฝ่ายผงะถอยหลังสะดุดเข้ากับขอบเก้าอี้ทำงาน ก่อนที่มือเรียวจะเอื้อมไปคว้าเอวบางเอาไว้แน่น รั้งเข้ามาแนบชิดจนอกแทบจะชนกัน รันตาตาโตด้วยความตกใจ หายใจติดขัดเมื่อใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน “ปากดีนักนะ...” คิรณาครางเสียงต่ำพร่าในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับเถียงเธอเมื่อครู่อย่างจงใจคุกคาม “อยากรู้จริงๆ ว่าถ้าฉันปิดปากคู่นี้ด้วยวิธีอื่น คุณจะยังกล้าเถียงฉันอยู่อีกไหม...” รันตาหัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความโกรธเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น กลายเป็นความหวั่นไหววูบวาบที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย สมองสั่งให้ผลักไสแต่อีกใจกลับพ่ายแพ้ให้กับความใกล้ชิดอันตรายนี้ ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะวิกฤตหัวใจ พร้อมกับบานประตูกระจกที่ถูกผลักเปิดออกโดยฝีมือของบุคคลที่ไม่คาดฝัน “คิมคะ... มินเองค่ะ พอดีมินเอาเอกสารสำคัญมาให้... อุ๊ย! ขอโทษค่ะ มินเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย?” เสียงหวานหยาดเยิ้มของมินตราดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางห้อง ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองภาพความแนบชิดระหว่างคิรณาและรันตาด้วยรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความประหลาดใจ... และประกายตาที่วาวโรจน์ขึ้นมาอย่างน่ากลัว รันตาสดุ้งสุดตัว รีบออกแรงผลักอกคิรณาให้ออกห่างทันที ขณะที่คิรณาผละตัวออกด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาคมปรายมองคู่หมั้นเก่าด้วยความหงุดหงิดระคนรำคาญใจที่ถูกขัดจังหวะสำคัญในยามหน้าสิ่วหน้าขบวนเช่นนี้! ———————————————————————— ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาทักทายและโดเนทกำลังใจให้ "ชากุหลาบอุ่นๆ" นะคะ
สารจากนักเขียน (ชากุหลาบอุ่นๆ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... ขอจับจูบได้ไหม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%