“ถ้าเธอคิดว่าการเอาตัวเข้าแลกกับโปรเจกต์เพลงมันคุ้มค่ากับศักดิ์ศรีที่หายไป... ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดกับคนแบบเธอแล้ว พายอาร์”
ประโยคนั้นของคนในกลุ่มนักศึกษาที่ยืนล้อมวงกันอยู่ในโถงคณะมนุษยศาสตร์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน มันไม่ใช่คำถาม แต่มันคือการตัดสินโทษจากคนที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย มือของผม—พายอาร์—กำสายสะพายเบสแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ผมไม่ได้โต้ตอบ ไม่ได้ด่ากราดเหมือนที่คนอื่นคาดหวัง เพราะคำพูดที่ร้ายกาจที่สุด ไม่ใช่คำด่า แต่คือคำพูดที่พยายามจะป้ายสีว่า ‘เป้าหมาย’ ในความพยายามของผม คือ ‘ผลประโยชน์’
“พูดจบหรือยังครับ?” ผมถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ สายตาผมสบมองกลุ่มผู้หญิงที่รวมหัวกันปล่อยข่าวลือนี้อย่างไม่ลดละ “ถ้าพวกเธอมีหลักฐานก็เอามาวางกองตรงนี้ แต่ถ้าไม่มี... ก็หุบปาก แล้วเอาเวลาไปซ้อมดนตรีให้มันดีกว่าเอาเวลามานั่งสืบเรื่องของคนอื่นเถอะครับ”
ผมสะบัดหน้าเดินออกมาจากตรงนั้น หัวใจมันชาหนึบ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะชื่อของ ‘เฮียโซ่’ ถูกดึงเข้ามาแปดเปื้อนเพราะผม คนอย่างเฮียที่ทำทุกอย่างด้วยความหลงใหลในเสียงดนตรี ต้องมาถูกตราหน้าว่าใช้เพลงเป็นเครื่องมือเพื่อ ‘เลี้ยงเด็ก’ น่ะเหรอ... มันทุเรศเกินไป
“พาย! ใจเย็นดิ มึงจะเดินเร็วไปไหนวะ!” มินวิ่งตามมาติดๆ ก่อนจะคว้าแขนผมไว้ “มึงอย่าไปฟังพวกนั้น มันก็แค่พวกอิจฉาที่เฮียโซ่เลือกมึงมาทำโปรเจกต์ด้วย!”
“แต่มันกระทบเฮียเขานะมิน” ผมหยุดเดิน หันไปมองเพื่อนสนิทด้วยแววตาที่สั่นไหว “มึงก็รู้ว่าเฮียเขารักดนตรีแค่ไหน ถ้าคนเริ่มมองว่าดีลนี้มันสกปรก ชื่อเสียงที่เฮียเขาสร้างมาล่ะ... เขาจะมองกูยังไงถ้าเขารู้ว่ากูเป็นจุดด่างพร้อยของโปรเจกต์นี้?”
“มึงกำลังจะบอกว่ามึงจะถอย?” มินถามเสียงเครียด
ผมไม่ได้ตอบ แต่คำตอบมันชัดเจนอยู่ในแววตาของผมแล้ว
...
ห้องซ้อมดนตรีชั้นบนสุดของตึกวิศวะฯ บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน เฮียโซ่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์พร้อมกีตาร์ตัวเก่งในมือ ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตพับแขนดูมีเสน่ห์จนน่าใจหายเหมือนเช่นเคย แต่ในตอนนี้ ความสดใสที่ผมเคยได้รับกลับดูห่างไกลออกไป
“วันนี้ซ้อมเพลงไหนดี?” เฮียโซ่เอ่ยขึ้นโดยไม่หันมามอง แต่ผมสังเกตเห็นนิ้วที่เขายังคงดีดสายกีตาร์เบาๆ เป็นจังหวะที่ผมจำได้ขึ้นใจ
“เฮียครับ” ผมเรียกเขา เสียงของผมมันเบาหวิว “เรายกเลิกโปรเจกต์นี้กันเถอะ”
ดีดสายกีตาร์หยุดลงทันที เฮียโซ่หมุนเก้าอี้กลับมามองผม ใบหน้าคมเข้มนั้นนิ่งสนิท ดวงตาคู่คมที่มักจะซ่อนความอ่อนโยนไว้ภายใต้ความปากร้ายจ้องมองผมนิ่ง “พูดอะไรออกมาน่ะพายอาร์?”
“พายรู้เรื่องข่าวลือแล้ว... พายไม่อยากให้เฮียเดือดร้อนเพราะพายอีก” ผมพยายามบังคับไม่ให้เสียงสั่น “เฮียมีอนาคตที่สดใส คนระดับเฮียไม่ต้องมาจมอยู่กับเรื่องไร้สาระเพราะดีลบ้าๆ นี่หรอก”
เฮียโซ่ลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหาผมจนผมต้องถอยหลังไปชนกับตู้เก็บของ ความกดดันจากคนตรงหน้ามันรุนแรงจนผมแทบหายใจไม่ออก
“ไร้สาระงั้นเหรอ?” เฮียโซ่แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงเข้มต่ำนั้นฟังดูอันตราย “พายอาร์... เธอคิดว่าคนอย่างฉัน สนใจคำพูดของพวกเศษสวะพวกนั้นมากกว่า ‘ตัวเลือก’ ของฉันงั้นเหรอ?”
“แต่มันไม่ใช่แค่คำพูดนะเฮีย! มันคือผลกระทบ!”
“แล้วไง!” เฮียโซ่ตะคอกเบาๆ ก่อนจะคว้าข้อมือผมไว้แน่น “ฉันไม่สนหรอกว่าคนอื่นจะมองยังไง แต่ถ้าวันนี้เธอเดินออกจากประตูบานนี้ไปโดยทิ้งดีลนี้ไว้กลางทาง... เธอจะไม่ได้เป็นแค่คนปากเก่งที่ฉันรู้จัก แต่มันคือการตัดสินใจที่เธอจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต”
“เฮียพูดเหมือนเฮียแคร์พาย...” ผมโพล่งออกไป สายตาเราประสานกันแน่น
“ถ้าฉันไม่แคร์... ฉันจะลงทุนเอาตัวไปพัวพันกับยัยเด็กอวดดีแบบเธอเพื่ออะไร!”
บรรยากาศในห้องเหมือนถูกสูบออกจนหมดสิ้น ความโกรธขึ้งของเฮียโซ่แปรเปลี่ยนเป็นความอึดอัดที่เข้มข้นขึ้น ผมเห็นความสับสนในดวงตาคู่นั้น เขากำลังพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วประตูห้องซ้อมก็ถูกเปิดออกพรวดพราดพร้อมร่างของ ‘กรณ์’ ที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
“ขอโทษทีนะที่ขัดจังหวะ แต่ดูเหมือนว่าน้องพายอาร์จะเข้าใจอะไรดีๆ ขึ้นมาบ้างแล้วนะ” กรณ์เอ่ยพร้อมจ้องไปที่เฮียโซ่ “เฮียโซ่ครับ... ข่าวลือที่ว่าเฮียรับเด็กมาปั้นเพราะอยากได้ ‘ของเล่น’ ใหม่ดูท่าจะจริงแฮะ ไม่งั้นน้องเขาคงไม่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แบบนี้หรอก จริงไหม?”
เฮียโซ่ปล่อยมือจากข้อมือผม เขาหันไปเผชิญหน้ากับกรณ์ด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความโกรธเป็นความเย็นชาขั้นสุด ก่อนจะพูดขึ้นโดยไม่หันมามองผมเลยแม้แต่น้อย
“ถ้ามึงยังไม่ไสหัวออกไปภายในสามวินาที... อย่าหาว่ารุ่นพี่คนนี้ไม่เตือน” เฮียโซ่พูดพลางหยิบกีตาร์ตัวโปรดขึ้นมา “และพายอาร์... ถ้าเธอคิดจะไป ก็ไปซะ เดี๋ยวนี้! แต่จำไว้ว่าฉันไม่ใช่คนที่ชอบให้ใครมาทิ้งขว้างของที่ฉัน ‘เลือก’ แล้วด้วยตัวเอง”
ผมนิ่งงันไปครู่หนึ่ง หัวใจบีบคั้นจนเจ็บปวด ผมเลือกที่จะหมุนตัวเดินออกไปจากห้องนั้นจริงๆ ขณะที่มือของเฮียโซ่เริ่มกรีดสายกีตาร์เป็นท่วงทำนองที่ดุดันและเจ็บปวด จนกระทั่งเสียงนั้นหยุดลงกะทันหันเมื่อผมก้าวพ้นธรณีประตู
“พาย!” เสียงเฮียโซ่ตะโกนตามหลังมา แต่ก่อนที่ผมจะหันกลับไป กลับมีมือของใครบางคนมาคว้าต้นแขนผมไว้อย่างแรงในความมืดของทางเดิน
“อย่าเพิ่งไปเลยพายอาร์... มาคุยเรื่องความลับที่เฮียโซ่เขาซ่อนไว้ไม่ให้เธอรู้ก่อนดีกว่า”
เสียงของกรณ์กระซิบข้างหูผม พร้อมกับภาพถ่ายใบหนึ่งที่เขายื่นมาตรงหน้า มันคือภาพที่เฮียโซ่กำลังทำข้อตกลงลับกับอาจารย์ที่ปรึกษาเรื่องโปรเจกต์นี้ และเงื่อนไขที่เขียนไว้ชัดเจนว่า... ‘ถ้าพายอาร์สอบตกหรือผลงานไม่ถึงเกณฑ์ เฮียโซ่ต้องเป็นฝ่ายถอนตัวและถูกตัดสิทธิ์จากการทำเพลงตลอดปี’
นี่มันไม่ใช่การหาผลประโยชน์จากผม... แต่มันคือการเอา ‘ทุกอย่าง’ ของเขามาวางเดิมพันเพื่อผมคนเดียวอย่างนั้นเหรอ?
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับท่วงทำนองของหัวใจในตอนนี้นะครับ ครั้งหน้าเรามาดูความจริงที่ถูกเปิดเผยกันต่อในตอนถัดไปครับ
คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
ดีลลับสยบยัยตัวร้ายของเฮียโซ่•ตอนที่ 28
ความเข้าใจผิดครั้งใหญ่
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบยัยตัวร้ายของเฮียโซ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!