กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟลาเต้ร้อนๆ ที่ลอยมาจากแก้วกระดาษในมือ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศตึงเครียดในห้องซ้อมดนตรีชั้นใต้ดินผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับทำหน้าที่เหมือนชนวนระเบิดเวลา ที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อเมื่อสบโอกาส
“อเมริกาโน่เย็นหวานน้อย... แต่ทำไมอันนี้มันกลายเป็นเอสเพรสโซ่ช็อตเข้มปี๋ไม่มีน้ำตาลแถมยังร้อนลวกคอขนาดนี้ล่ะครับ คุณพายอาร์?”
เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเยาะหยันดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของเฮียโซ่ที่ค่อยๆ ลดกีตาร์โปร่งในมือลงวางบนขาตั้ง ชายหนุ่มปรายตามองแก้วกาแฟบนโต๊ะสลับกับใบหน้าของฉันที่กำลังพยายามตีสีหน้าตายด้านอย่างสุดชีวิต
ให้ตายเถอะ ฉันตั้งใจเดินไปร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อกาแฟรสชาติแย่ที่สุดมาแกล้งเขาต่างหาก ใครจะไปรู้ว่าคนอย่าง ‘ศิลา’ จะลิ้นทองคำจนแยกไม่ออกระหว่างกาแฟลดราคาแถวตึกคณะกับลาเต้พรีเมียม แถมยังจับไต๋ฉันได้ตั้งแต่จิบแรกอีกต่างหาก
“อ้าว... กาแฟมันก็คือกาแฟไม่ใช่เหรอคะ... เอ๊ย! ครับ” ฉันเผลอหลุดปากเสียงสูงใส่ตามความคุ้นชิน เกือบไปแล้ว... ถ้าสรรพนามเปลี่ยนมีหวังโดนตาบ้าวิศวะนี่เอาคืนแน่
“หึ...” เฮียโซ่หลุดหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นไม่ได้ทำให้ดูใจดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังสนุกกับการต้อนเหยื่อให้จนมุม “ปากเก่งนักนะพายอาร์... เมื่อกี้ยังเกือบจะหลุดคำว่า ‘ค่ะ’ ออกมาโชว์ความน่ารักให้ฉันฟังอยู่รอมร่อ ทำไมล่ะครับ? กลัวฉันจะจوبปิดปากเธอจริงๆ ตามที่ขู่ไว้เมื่อวานนี้หรือยังไง?”
คำพูดหน้าไม่อายนั้นทำเอาหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ภาพใบหน้าคมคายที่ยื่นเข้ามาใกล้จนลมหายใจรดรินกันเมื่อวานยังติดตรึงอยู่ในความทรงจำ ฉันเม้มปากแน่น เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาคมกริบนั้นอย่างไม่เกรงกลัว “อย่าสำคัญตัวผิดเลยค่ะ... เอ๊ย! ครับเฮียโซ่ ใครเขาจะไปกลัวคนเผด็จการอย่างเฮียกัน”
“ปากดีแบบนี้... สมควรโดนลงโทษนะครับ”
เฮียโซ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อฮู้ดสีดำสนิทก้าวเข้ามาประชิดตัวฉันอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนหัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นผิดจังหวะ ฉันถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องซ้อมเย็นเฉียบ ทางหนีถูกปิดตายโดยสมบูรณ์
“เฮียจะทำอะไร... ถอยไปเลยนะ” ฉันเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อย แม้พยายามจะคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดแต่ก็ไม่เนียนเอาเสียเลย
“ไม่ได้จะทำอะไรสักหน่อย... แค่จะทำตามสัญญาที่บอกไว้ว่าจะ ‘ลงโทษคนดื้อ’ ต่างหากล่ะครับ”
เฮียโซ่ไม่แม้แต่จะขยับเข้ามาจูบอย่างที่ฉันระแวง แต่เขากลับคว้ากีตาร์โปร่งคู่ใจขึ้นมาสะพายพาดบ่าอีกครั้ง ก่อนจะพยักเพยิดหน้าไปทางมุมห้องที่อยู่ชิดกำแพง “ไปยืนตรงนั้นครับ”
“หะ? อะไรนะ?” ฉันขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง
“ยืนตรงนั้น... ห้ามขยับไปไหน และที่สำคัญที่สุด... ห้ามปิดหูตัวเองเด็ดขาด” เสียงทุ้มออกคำสั่งเด็ดขาด ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายประกายเจ้าเล่ห์อย่างปิดไม่มิด “ในเมื่อชอบหาเรื่องนัก... ก็ยืนฟังฉันโซโลกีตาร์ระยะประชิดแบบนี้แหละครับ เป็นเวลาเต็มๆ หนาที ถึงตอนนั้นเราค่อยมาคุยกันต่อว่าใครควรสำนึกผิดมากกว่ากัน”
พูดจบ นิ้วเรียวยาวของมือกีตาร์หนุ่มปี 4 ก็เริ่มดีดสายกีตาร์โปร่งตัวโปรดทันที
เสียงดนตรีสดที่ดังขึ้นในห้องแคบๆ นั้นทรงพลังเกินกว่าที่ฉันจะจินตนาการไว้ โน้ตตัวแรกกรีดกรายผ่านอากาศด้วยความเร็วกระชับและดุดัน เฮียโซ่หลับตาลงเล็กน้อย ปล่อยให้สัญชาตญาณทางดนตรีครอบงำร่างกายนั่นคือภาพที่ฉันเห็นอยู่ตรงหน้า... ใกล้ชิดเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจของเขาประสานไปกับเสียงสายกีตาร์ที่สั่นสะเทือน
ท่วงทำนองที่เขาบรรเลงไม่ใช่เพลงรักหวานแหวว แต่มันคือท่วงทำนองที่ร้อนแรง ดุดัน และเร้าใจ จนแรงสั่นสะเทือนจากตัวกีตาร์ส่งผ่านอากาศมาปะทะเข้ากับร่างของฉันโดยตรง หัวใจที่เต้นรำไปตามจังหวะเบสในฐานะมือเบสของวง เริ่มรวนเรและเต้นผิดจังหวะเพราะเสียงกีตาร์ตรงหน้า ขาสองข้างเริ่มอ่อนแรงลงทีละน้อย ความใกล้ชิดระดับนี้ทำให้ฉันแทบจะลืมวิธีหายใจ
ผ่านไปเพียงสามสิบวินาที แต่ทำไมมันนานเหมือนผ่านไปเป็นชั่วโมงก็ไม่รู้ ร่างกายฉันเริ่มทรุดฮวบลงทีละนิดด้วยความตื่นเต้นและแรงกดดันจากสายตาคมที่บางจังหวะลืมตาขึ้นมาสบตากับฉันตรงๆ
‘ผู้ชายบ้าอะไร... เล่นดนตรีได้อันตรายเป็นบ้า’ ฉันคิดในใจ พยายามเกร็งขาไม่ให้ทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นห้อง
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่บทลงโทษสุดทรมานนี้จะสิ้นสุดลง...
*แอ๊ด...*
เสียงเปิดประตูกระจกห้องซ้อมดังขึ้นเบรกจังหวะดนตรีทั้งหมดให้หยุดชะงักลงทันที เฮียโซ่ขมวดคิ้วมวลด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขาลืมตาขึ้นและหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาพร้อมฆ่า
แต่ทว่า... คนที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกวนๆ และเสียงดีดนิ้วทักทาย กลับไม่ใช่ ‘มิน’ อย่างที่ฉันคาดคิดไว้
“โอ๊ะ... ขอโทษทีครับ ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของคู่รัก... เอ๊ย! ของรุ่นพี่กับรุ่นน้องเข้าซะแล้วสิ”
เสียงทุ้มกวนประสาทของ **กรณ์** มือกีตาร์วงคู่แข่งดังขึ้น พร้อมกับสายตาเจ้าเล่ห์ที่กวาดมองฉันซึ่งกำลังยืนพิงผนังขาพับขาอ่อนอยู่ใกล้ชิดกับเฮียโซ่ และในมือของกรณ์... มีกระดาษแผ่นหนึ่งที่เขียนข้อความบางอย่างด้วยลายมือคุ้นตา ซึ่งทำให้เลือดในกายฉันเย็นเฉียบลงในพริบตา
********************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสจังหวะหัวใจไปด้วยกันนะครับ
ดีลลับสยบยัยตัวร้ายของเฮียโซ่•ตอนที่ 5
กลิ่นกาแฟและสายตาคาดโทษ
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบยัยตัวร้ายของเฮียโซ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!