ดีลลับสยบยัยตัวร้ายของเฮียโซ่•ตอนที่ 9

รอยแผลในอดีตที่ยังเจ็บ

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"นายคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้าเอาเรื่องนี้มาล้อเล่นกับฉัน, กรณ์!" เสียงตวาดกร้าวของพายอาร์ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องซ้อมดนตรีใต้ดินอับชื้น กลิ่นอายความอึดอัดลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นฝุ่นและคราบสนิมจางๆ จากสายกีตาร์เก่าเก็บ มือเบสสาวปีสองจ้องมองผู้ชายตรงหน้าด้วยดวงตาวาวโรจน์ มือเรียวเล็กกำสายเบสในมือแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ กรณ์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่พายอาร์เกลียดแสนเกลียด มันไม่ใช่รอยยิ้มของมิตรภาพ แต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่จ้องจะขย้ำเหยื่อให้จนมุม "ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะพายอาร์... สิ่งที่ฉันพูดมันคือความจริงที่เฮียโซ่ของเธอพยายามปกปิดมาตลอดสามปีเต็ม ถามจริงเถอะ เธอไม่สงสัยเลยเหรอว่าทำไมวงดนตรีที่เคยดังเป็นพลุแตกอย่าง 'The Eclipse' ถึงจู่ๆ ก็สลายโต๋ในคืนเดียว?" "พอได้แล้วกรณ์!" เสียงทุ้มต่ำตวาดแทรกขึ้นตัดบทสนทนา ร่างสูงโปร่งของศิลา หรือ 'เฮียโซ่' ก้าวอาดๆ เข้ามาในห้องซ้อมด้วยสีหน้าถมึงทึง ดวงตาคมกริบฉายแววเกรี้ยวกราดจนน่ากลัว สันจมูกโด่งเป็นสันเชิดขึ้นเล็กน้อยตามแรงหายใจกระฮึก กรามแกร่งขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูนชัดเจน รังสีความเย็นชาและดุดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับพายุลูกใหญ่ที่พร้อมจะพัดถล่มทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลอง ศิลาไม่แม้แต่จะชายตากลบเกลื่อนความโกรธ เขาพุ่งเป้าไปที่กรณ์ ผลักไหล่กว้างของอีกฝ่ายอย่างแรงจนเซถอยหลังไปหลายก้าว "อย่าเอาเรื่องขยะมูลฝอยในอดีตมาพูดพล่อยๆ ในพื้นที่ของฉัน ถ้าไม่อยากให้กีตาร์ในมือฉันมันไปฟาดหน้าแกเข้าสักที ไสหัวไปซะ!" กรณ์หัวسในลำคออย่างสะใจ แม้จะโดนผลักจนเสียหลัก แต่สายตาเจ้าเล่ห์ยังคงกวาดมองไปที่พายอาร์สลับกับศิลา "หึ... เดือดร้อนแทนกันจังนะเฮียโซ่ ระวังเถอะ ความลับไม่มีในโลก วันนึงถ้าน้องเขาตาสว่างขึ้นมาแล้วรู้ว่าคนที่มันเหยียบหัวเพื่อนร่วมวงขึ้นมาเป็นโปรดิวเซอร์ดัง... มันคือ 'ไอดอล' ที่เธอนับถือนักหนา ถึงตอนนั้น... เธอยังจะมองหน้าเฮียด้วยสายตาแบบนี้อยู่ไหมนะ?" พูดจบ กรณ์ก็ยักไหล่อย่างไม่สะทกสะท้านก่อนจะเดินสวนออกไปจากห้องซ้อม ทิ้งให้บรรยากาศภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าอึดอัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ที่ส่งเสียงครางหึ่งๆ แข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรำอย่างบ้าคลั่งในอกของคนทั้งคู่ พายอาร์ยืนนิ่งค้าง สมองประมวลผลคำพูดของกรณ์วนซ้ำไปซ้ำมา *เหยียบหัวเพื่อนร่วมวง? ความลับเมื่อสามปีที่แล้ว?* เธอหันไปมองหน้าศิลานิ่งๆ มือบางค่อยๆ คลายจากการกำสายเบสช้าๆ เธอกำลังรอ... รอคำปฏิเสธจากปากผู้ชายซึนๆ คนนี้ ว่าสิ่งที่กรณ์พูดมันเป็นแค่เรื่องโกหกคำโต เป็นแค่เกมปั่นประสาทที่ไร้สาระสิ้นดี แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมีเพียงความเงียบ... ความเงียบที่บาดลึกยิ่งกว่ามีดกรีดลงบนเนื้อสดๆ ศิลาก้มหน้าลง เส้นผมสีเข้มปรกหน้าผากบังสายตาคู่คมที่กำลังไหวระริก ร่างสูงยืนเกร็ง มือหนาทั้งสองข้างกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขากัดริมฝีปากล่างแน่นราวกับกำลังอดกลั้นความเจ็บปวดบางอย่างที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาจากก้นบึ้งของความทรงจำ "เฮีย..." พายอาร์เอ่ยเรียกเสียงแผ่วเบา ความแข็งกร้าวในน้ำเสียงเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความกังวลใจที่ฉายชัดผ่านแววตา "สิ่งที่กรณ์พูด... มันไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม?" ศิลาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาคู่คมที่มักจะกวนประสาทและซึนเดระใส่เธอเสมอ บัดนี้กลับแดงก่ำ ร่องรอยความเจ็บปวด ความรู้สึกผิด และแผลเป็นในอดีตที่ยังไม่เคยจางหาย สะท้อนออกมาผ่านม่านน้ำตาบางๆ ที่เขาพยายามสะกดกลั้นไว้ไม่ให้ไหลร่วงลงมา ภาพนั้นทำให้หัวใจของพายอาร์กระตุกวาบ ความโกรธเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหนับหน่วงในอก ผู้ชายปากร้าย เย่อหยิ่ง และไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครคนนี้ กำลังพังทลายลงต่อหน้าเธอในสภาพที่เปราะบางที่สุด "ใช่..." เสียงทุ้มแหบพร่าหลุดลอดไรฟันออกมาอย่างยากลำบาก ศิลาแค่นหัวเราะเยาะตัวเอง สายตาเหม่อมองไปยังมุมห้องที่ว่างเปล่า "มันไม่ใช่เรื่องโกหก... กูมันเป็นไอ้สารเลวคนนั้นแหละพายอาร์" "เฮียโซ่!" "ในวันที่วงกำลังจะไปได้สวย ในวันที่พวกเราเซ็นสัญญากับค่ายเพลงใหญ่..." ศิลาพูดต่อ น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยแต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ฝังรากลึก "กู... กูเป็นคนเลือกที่จะเซ็นสัญญาแค่คนเดียวแล้วเดินออกมาจากวง ทิ้งเพื่อนที่ร่วมสู้กันมาตั้งแต่ ม.ปลาย ให้จมอยู่กับความฝันที่พังทลาย... กูมันเห็นแก่ตัว มึงจะเกลียดกู จะด่ากูว่าเหี้ยยังไงก็ได้... เพราะสิ่งที่กูทำมันไม่มีวันล้างออกหดได้หรอก!" น้ำคำที่พรั่งพรูออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาเม็ดแรกที่หลุดร่วงจากหางตาคม ทำให้พายอาร์นิ่งงันไปชั่วขณะ เธอไม่เคยเห็นศิลาในมุมนี้เลย... มุมที่แตกสลายและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นที่เขาแบกรับมันไว้คนเดียวตลอดสามปีที่ผ่านมา ภายใต้หน้ากากความเย็นชาและท่าทีปากร้าย ที่แท้จริงแล้วเขาต้องทนแบกความรู้สึกผิดนี้ไว้หนักหนาแค่ไหนกัน พายอาร์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ มือเรียวเล็กขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงที่กำลังยืนตัวสั่นเทา เธอไม่ได้ถอยหนี ไม่ได้มองเขาด้วยสายตารังเกียจอย่างที่ศิลาหวาดกลัว ตรงกันข้าม... เธอกลับรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองกำลังบีบตัวเข้าหากลุ่มก้อนความเจ็บปวดนั้นอย่างห้ามไม่อยู่ "ใครบอกเฮียว่าฉันจะเกลียด?" เสียงหวานเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ พายอาร์ก้าวเข้าไปประชิดตัวร่างสูง มือบางเอื้อมไปแตะที่ต้นแขนแกร่งเบาๆสัมผัสที่อบอุ่นและจริงใจส่งผ่านทะลุเนื้อผ้า ทำให้ศิลสะعดเล็กน้อยก่อนจะก้มลงมองหน้าเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสน พายอาร์เงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาดื้อรั้นในยามปกติบัดนี้กลับอ่อนโยนและลุ่มลึกอย่างเหลือเชื่อ เธอยกมือขึ้นอีกข้างหนึ่ง ปลดปลายนิ้วเรียวสัมผัสเบาๆ ที่สันจรามคมคายที่มีคราบน้ำตาเปื้อนอยู่เล็กน้อยอย่างทะนุถนอม "คนเราทุกคนล้วนมีอดีตที่ผิดพลาดด้วยกันทั้งนั้นแหละเฮีย..." พายอาร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นและจริงจัง "การที่เฮียเลือกทางเดินในวันนั้น มันอาจจะเจ็บปวดสำหรับคนอื่น แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าเฮียไม่มีสิทธิ์ที่จะเริ่มต้นใหม่ หรือไม่มีสิทธิ์ที่จะมีความสุขในวันนี้สักหน่อย" "พายอาร์..." ศิลาครางชื่อเธอเบาๆ หัวใจที่ด้านชามานานนับปีคล้ายกับถูกสายฝนชะโลมให้ชุ่มฉ่ำ ความอบอุ่นจากปลายนิ้วมือของหญิงสาวซึมซับเข้าไปถึงขั้วหัวใจ "ฟังฉันนะ..." พายอาร์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกรั้นแทบจะชนกับแผงอกกว้างของเขา ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินเข้าหากัน "อดีตมันแก้ไขอะไรไม่ได้หรอกเฮีย แต่ปัจจุบัน... เฮียมีฉัน มีเพื่อนๆ และมีดนตรีที่เฮียรัก เลิกเอาความผิดพลาดในอดีตมาลงโทษตัวเองได้แล้ว... เพราะทุกครั้งที่เห็นเฮียเจ็บปวดแบบนี้... รู้ไหมว่าคนปากเก่งคนนี้มันก็เจ็บไม่แพ้กันเลยนะ" คำพูดคมคายที่แฝงไปด้วยความห่วงใยอย่างสุดซึ้ง ทำให้ศิลาถึงกับพูดไม่ออก ความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานนับปีพังทลายลงในพริบตา แขนแกร่งทั้งสองข้างยกขึ้นโอบกอดร่างบางของพายอาร์เข้าหาตัวอย่างแนบแน่น ราวกับกลัวว่าผู้หญิงคนนี้จะสลายหายไปในอากาศ พายอาร์ไม่ได้ขัดขืน เธอยอมปล่อยให้เขากอดไว้แนบอก ซุกใบหน้าลงกับแผงอกอุ่น กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ กลายเป็นความอบอุ่นที่โอบกอดทั้งคู่ไว้ในพื้นที่ส่วน บรรยากาศรอบกายราวกับหยุดนิ่ง มีเพียงจังหวะหัวใจของคนทั้งสองที่เต้นตรงกัน เป็นจังหวะเพลงรักที่ไม่ต้องมีเนื้อร้อง แต่ลึกซึ้งและตราตรึงใจยิ่งกว่าบทเพลงใดๆ ในโลก ศิลาซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่บาง สูดดมความหอมอ่อนๆ จากเรือนผมของเธอเพื่อดึงสติ ความรู้สึกผิดในอดีตเริ่มถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นของปัจจุบัน มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยอย่างแผ่วเบาราวกับจะปลอบประโลมทั้งตัวเธอและตัวเขาเองในเวลาเดียวกัน "ขอบคุณนะ... เด็กดื้อ" เสียงกระซิบพร่าดังขึ้นข้างใบหู พร้อมกับริมฝีปากอุ่นที่กดจูบลงบนขมับของเธออย่างลืมตัว พายอาร์ใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก ใบหน้าเนียนร้อนผ่าวขึ้นมาสีแดงจัด เธอเตรียมจะอ้าปากเถียงกลับตามนิสัยเดิมเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย แต่ทว่า... *แอ๊ด...* เสียงเปิดประตูกระצกของห้องซ้อมดนตรีดังขึ้นขัดจังหวะความโรแมนติกอย่างไม่รู้กาลเทศะ ศิลาและพายอาร์ผละออกจากกันอย่างตกใจ หันไปมองที่ประตูพร้อมกัน ร่างสูงโปรดูกของชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับรอยยิ้มเยعยันที่มุมปาก ดวงตาคมกวาดมองทั้งคู่ด้วยแววตาสมเพชแกมสนุกสนาน "อุ๊ย... ขอโทษทีครับ ขัดจังหวะเวลาสวีทหวานกันหรือเปล่า พอดีผมลืมของ... เอ้อ นึกไม่ถึงเลยนะว่าโปรดิวเซอร์คนเก่ง จะมาแอบกอดเด็กในวงตัวเองแบบนี้... น่าสนใจดีนี่หว่า" ศิลาขบกรามแน่น ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัดเมื่อเห็นหน้าผู้มาเยือนชัดเจน ขณะที่พายอาร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อรู้ว่าคนๆ นั้นคือใคร... ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุน "คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบยัยตัวร้ายของเฮียโซ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%