ดีลลับสยบยัยตัวร้ายของเฮียโซ่•ตอนที่ 8

ฝนตก รถติด และช็อตใกล้ชิด

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"ถ้ารู้ว่าคนที่ยืนรออยู่ตรงนี้คือคุณ... ฉันคงเลือกเดินกลับไปตากฝนข้างนอกยังสบายใจกว่าตั้งเยอะครับ, คุณกรณ์" ซุ่มเสียงของพายอาร์ไม่ได้สั่นไหวน้อยลงเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าบรรยากาศรอบตัวในห้องซ้อมชั้นสามของตึกกิจกรรมจะถูกความมืดมิดและเสียงก้องกังวานของเม็ดฝนที่โหมกระหน่ำซัดเข้าใส่กระจกหน้าต่างจนเกิดเสียงดังทึบอื้ออึง กรณ์ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองสำรวจทั่วห้องซ้อม ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของมือเบสสาวที่ยืนกอดอกพิงแผงมิกเซอร์อย่างไม่เกรงกลัว ประตูกระจกบานเลื่อนถูกปิดล็อกด้วยกลอนอัตโนมัติจากฝั่งด้านนอกไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ก่อนที่ไฟในตึกจะกะพริบและดับวูบลงเนื่องจากหม้อแปลงระเบิดจากพายุฤดูร้อนที่โหมกระหน่ำเข้ามาอย่างกะทันหัน "ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะพายอาร์ สมแล้วที่เป็นมือเบสตัวแม่แห่งคณะมนุษยฯ" กรณ์หัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ระยะประชิดอย่างจงใจ "แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้... จะไม่มีเฮียโซ่คนเก่งของเธอคอยยืนคุมเชิงอยู่ข้างๆ เหมือนทุกทีแล้วนะ โทรศัพท์ก็น่าจะไม่มีสัญญาณ ลองหยิบขึ้นมาเช็กดูสิครับ เผื่อจะเปลี่ยนใจมาคุยเรื่องข้อเสนอของเราดีๆ" พายอาร์กัดฟันกรอด มือเรียวที่ซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อฮู้ดกำโทรศัพท์มือถือแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน หน้าจอไร้ซึ่งสัญญาณใดๆ สิ้นเชิง แบตเตอรี่ที่เหลือเพียงน้อยนิดและบรรยากาศที่กดดันทำให้สมองต้องเร่งประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้กลัวกรณ์ในแง่ของกำลังกาย แต่เธอรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้อันตรายและพร้อมจะใช้เล่ห์เหลี่ยมทุกรูปแบบเพื่อดึงวงของเธอให้พังทลายลงตามคำสั่งของเบื้องหลัง "ถ้าคิดจะใช้เรื่องคลิปเสียงบ้าบออะไรนั่นมาขู่ฉันอีกรอบ บอกไว้ก่อนเลยว่าเสียเวลาเปล่า..." "ใครว่าผมจะมาเรื่องคลิปเสียงเก่าๆ ล่ะครับ" กรณ์ตัดบท รอยยิ้มบนใบหน้าเปลี่ยนเป็นความเจ้าเล่ห์ "ผมแค่เสียดาย... ที่วงดนตรีฝีมือดีอย่างพวกเธอต้องมาตกม้าตายเพราะฝากอนาคตไว้กับโปรดิวเซอร์ปากเสียที่เอาแต่ใจตัวเอง เธอไม่คิดเหรอพายอาร์ ว่าถ้าเธอย้ายมาอยู่ฝั่งเดียวกับผม ทุกอย่างมันจะง่ายกว่านี้เยอะ ทั้งชื่อเสียง เงินทอง และที่สำคัญ... ไม่ต้องมาคอยรองรับอารมณ์ซึนๆ ของเฮียโซ่ให้ปวดหัวเล่น" "หุบปากซะ" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่ดังแทรกขึ้นมาจากมุมมืดด้านหลังตู้แอมป์ขนาดใหญ่ทำให้ทั้งพายอาร์และกรณ์สะดุ้งสุดตัว ร่างสูงโปรดปรานของศิลา หรือ "เฮียโซ่" ก้าวพ้นเงาสลัวออกมา ชายหนุ่มไม่ได้สวมเสื้อแจ็กเก็ตหนังตัวเก่งเหมือนเคย เหลือเพียงเสื้อยืดสีดำสนิทที่แนบไปกับลำตัวเพราะหยาดเหงื่อจากการซ้อมดนตรีก่อนหน้านี้ ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีจดจ้องไปยังกรณ์ด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน "เฮีย... โซ่?" กรณ์หน้าถอดสีไปชั่วขณะ แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ "อ้าว นึกว่ากลับออกไปตั้งแต่ก่อนฝนตกซะอีกครับ อยู่ในนี้ด้วยเหรอเนี่ย" "ถ้าฉันไม่อยู่... ฉันคงไม่ได้ยินหรอกว่าแกแอบมาขายตรงทุเรศๆ ถึงในพื้นที่ซ้อมของวงฉัน" ศิลาเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงจนกรณ์ต้องถอยหลังไปโดยอัตโนมัติ "หูหนวกหรือว่าสมองเสื่อม ถึงไม่รู้ว่าประตูห้องนี้มันเขียนว่าอะไร... เขตหวงห้ามสำหรับคนนอก" "ผมแค่แวะมาคุยธุระกับน้องเขาตามประสาคนรู้จัก..." "คนรู้จักพ่อแกสิ!" ศิลาตวาดเสียงกร้าว มือหนากระชากคอเสื้อของกรณ์เข้าหาตัวอย่างแรงจนแว่นตาเกือบหลุดร่วง "ไสหัวออกไปจากห้องนี้ซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วซ้อมแกให้ลืมทางกลับบ้าน!" บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด พายอาร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอนึกไม่ถึงว่าเฮียโซ่จะซ่อนตัวอยู่หลังตู้แอมป์ตลอดเวลาที่เกิดเรื่อง และยิ่งตกใจหนักเข้าไปอีกเมื่อเห็นเส้นเลือดที่ปูดโปนบริเวณขมับของชายหนุ่มบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังโกรธจัดระดับวิกฤต กรณ์กัดฟันกรอด พยายามปัดมือของศิลาออกอย่างเสียหน้า แต่เมื่อสบเข้ากับแว่นตาคมกริบทรงพลังที่จ้องมองมาเหมือนพร้อมจะฉีกร่างเป็นชิ้นๆ เขาก็ยอมถอยร่นออกไปโดยดี "ฝากไว้ก่อนเถอะ..." เจ้าตัวพึมพำลอดไรฟัน ก่อนจะรีบสาวเท้าก้าวออกจากห้องไปพร้อมกับกระแทកประตูปิดเสียงดังสนั่น ปัง! ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องซ้อมอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงเม็ดฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดภายนอกอย่างต่อเนื่อง พายอาร์ผ่อนลมหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันไปมองหน้าโปรดิวเซอร์หนุ่มที่ยังคงยืนกำหมัดแน่นด้วยความหงุดหงิด "นี่เฮีย..." พายอาร์เปิดปากทำลายความเงียบ น้ำเสียงติดจะประชดประชันเล็กน้อยตามนิสัย "แอบฟังชาวบ้านคุยกันมันรสนิยมแบบไหนเนี่ย แล้วทำไมไม่เดินออกมาตั้งแต่แรก ปล่อยให้ฉันยืนเถียงอยู่ได้ตั้งนาน" ศิลาหันขวับกลับมามองหน้าเธอ ดวงตาที่เคยดุดันเมื่อครู่ตอนนี้ฉายแววความห่วงใยที่ถูกกลบเกลื่อนไว้ด้วยความปากร้ายตามฟอร์ม "ถ้าฉันเดินออกมาเร็วกว่านั้น เธอก็คงไม่ได้โชว์สกิลปากเก่งใส่ไอ้หน้าจืดนั่นน่ะสิ" ศิลาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวเธอจนพายอาร์ต้องผถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนติดกับแผงมิกเซอร์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ "เก่งนักนะ... ยืนต่อปากต่อคำกับผู้ชายสองต่อสองในที่มืดเนี่ย ไม่กลัวมันทำอะไรหรือไง" "แล้วมันธุระอะไรของเฮียล่ะคะ... เอ้ย! ของเฮียเล่า!" พายอาร์เผลอหลุดปากเกือบใช้สรรพนามผิดท่ามกลางความลนลาน เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายไว้เพื่อรักษาระยะห่าง แต่ทว่า... วงแขนแข็งแรงกลับยกขึ้นกั้นขนาบข้างลำตัวเธอไว้ราวกับกรงขายขนาดย่อม "ปากดีแบบนี้ตลอด..." ศโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นมินต์จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มใสที่เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อโดยไม่ทราบสาเหตุ "รู้ไหมว่าฉันต้องอดทนฟังมันพูดจาพาลูกทีมฉันมากขนาดไหน... หึ หงุดหงิดชะมัด" "ก็ใครใช้ให้เฮียมาแอบฟังล่ะ..." พายอาร์พยายามเบือนหน้าหนีสายตาคู่คมที่พราวระยับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่เธอไมกล้าแม้แต่จะตีความ แต่มือหนากลับเอื้อมมาจับปลายคางมนของเธอให้หันกลับมาสบตาตรงๆ อย่างบังคับกลายๆ ความมืดสลัวภายในห้องที่มีเพียงแสงไฟกะพริบจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางตัว ยิ่งขับเน้นให้บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความใกล้ชิดที่อันตรายต่อหัวใจ เสียงหัวใจของพายอาร์เต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงฝนข้างนอก ความซึนเดระที่เคยเป็นเกราะกำบังของเฮียโซ่ดูเหมือนจะละลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแววตาคลั่งรักที่มองตรงมาอย่างเปิดเผย "พายอาร์..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอמהชื่อเธอเบาๆ ราวกับกระซิบ "อะ... อะไรอีกเล่า" เธอพยายามทำเสียงให้แข็งที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับสั่นระรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก "เลิกทำตัวเป็นเป้าสายตาให้ไอ้พวกนั้นมันตามตื้อสักทีได้ไหม..." ศิลาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนหน้าผากของเขากดชิดติดกับหน้าผากมนของเธอ ความอบอุ่นจากร่างกายแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าจนแทบจะหลอมละลาย "เพราะถ้ามันกล้าเข้าใกล้เธออีก... ฉันอาจจะไม่ได้แค่ควบคีบแค่คอเสื้อ แต่มันคงไม่มีโอกาสได้เดินออกไปจากห้องนี้แน่" น้ำเสียงจริงจังไร้ซึ่งการหยอกล้อ ทำให้พายอาร์ถึงกับพูดไม่ออก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดดุดันเหล่านั้น เฮียโซ่ไม่ได้แค่หวงในฐานะโปรดิวเซอร์... แต่เขากำลังแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจนที่สุด ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนผสานเป็นหนึ่งเดียวในความเงียบงบของค่ำคืนที่พายุโหมกระหน่ำ หัวใจของทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันราวกับเสียงกีตาร์โปร่งที่กำลังบรรเลงท่วงทำนองแห่งความรักที่ซ่อนเร้นมานาน ทว่า... ในจังหวะที่ริมฝีปากของชายหนุ่มกำลังโน้มต่ำลงมาใกล้เพื่อปิดระยะห่างสุดท้าย เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าบนโต๊ะทำงานก็ดัง "ติ๊ด!" ขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ ศิลาชะงักกึก พ่นลมหายใจออกทางจมูกด้วยความขัดใจอย่างที่สุด ก่อนจะผละใบหน้าออกห่างจากเธอเล็กน้อยอย่างเสียดาย พายอาร์ฉวยจังหวะนี้ก้มตัวลอดใต้แขนของเขาแล้วผละถอยหลังออกไปตั้งหลักด้วยใบหน้าที่แดงก่ำจนลามไปถึงใบหู มือหนายกขึ้นเสยผมลวกๆ ด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะหันไปคว้าโทรศัพท์มือถือที่ส่งเสียงเตือนขึ้นมาเพื่อดูว่าใครคือมารผจญในวินาทีสำคัญนี้ แต่ทว่า... ทันทีที่หน้าจอแสดงชื่อผู้ส่งข้อความ ดวงตาคมกริบของเฮียโซ่ก็หรี่แคบลง รอยยิ้มเยือกเย็นที่น่ากลัวยิ่งกว่าตอนเจอ Whenกรณ์เมื่อครู่ ปรากฏขึ้นที่มุมปากทันที "หึ... กล้ามากนะไอ้เด็กเวรนี่..." ศิลาพึมพำลอดไรฟัน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับพายอาร์ที่ยืนงفอยู่ "มินมันส่งพิกัดมาบอกว่า..." -------------------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาซดความฟินและเอาใจช่วยเฮียโซ่กับยัยตัวแสบพายอาร์ในตอนนี้ด้วยนะครับ!
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบยัยตัวร้ายของเฮียโซ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%