ดีลลับสยบยัยตัวร้ายของเฮียโซ่•ตอนที่ 22

ซ้อมหนักจนหัวใจพัง

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"โน้ตตรงห้องที่สิบหี่มันไม่ใช่แบบนั้น พายอาร์! เล่นใหม่อีกรอบ!" เสียงเคาะไม้ดรัมสติ๊กกระทบกับขาตั้งโลหะดังสนั่นห้องซ้อมอับทึบ กลิ่นอับชื้นของพรมปูพื้นและหยดเหงื่อผสมปนเปกันจนชวนให้อึดอัด แต่สิ่งที่บีบคั้นหัวใจยิ่งกว่าสภาพแวดล้อม คือสายตาดุดั่งคมมีดของคนที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่ตรงนั้น... เฮียโซ่ มือกีตาร์และโปรดิวเซอร์หนุ่มปีสี่แห่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่างสูงโปร่งในเสื้อยืดสีดำสนิทขยับตัวเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเส้นตรง ดวงตาคมกริบจดจ้องมองมาที่ฉันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แรงกดดันจากโปรเจกต์ใหญ่ที่เหลือเวลาอีกไม่ถึงสัปดาห์ทำให้บรรยากาศรอบตัวเราเหมือนระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำงานได้ทุกเมื่อ ฉัน—พายอาร์ มือเบสสาวปีสองที่พกความมั่นใจมาเต็มร้อย—สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่เริ่มตีรวนขึ้นมาในอก ปลายนิ้วเรียวยาวที่เกี่ยวพันอยู่กับสายเบสสี่เส้นกำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว "พายเล่นตามคอร์ดที่อัปเดตล่าสุดแล้วนะเฮีย ทำไมจะเล่นไม่ได้ล่ะ" ฉันเงยหน้าขึ้นเถียงกลับทันควัน เสียงหอบหายใจเล็กน้อยจากการโหมซ้อมติดต่อกันมาสามชั่วโมงไม่ได้ทำให้ความดื้อดึงในแววตาลดลงเลยแม้แต่น้อย "ล่าสุดบ้าอะไรล่ะ ถ้าเธอฟังเสียงกีตาร์ริฟต์ของฉันดีๆ เธอก็จะรู้ว่ามันต้องเล่นโน้ตตัวโน้น ไม่ใช่ตัวนี้!" โซ่ก้าวเท้าเข้าประชิดพื้นที่หน้าแอมป์เบสของฉันอย่างรวดเร็ว ขายาวๆ ของเขาทำให้ระยะห่างระหว่างเราหดหายลงในพริบตา "ดื้อด้านอยู่ได้ บอกให้แกะใหม่ก็ไม่ยอมฟัง หูทวนลมหรือไงตัวเล็ก" คำว่า 'ตัวเล็ก' ที่มักจะมาพร้อมน้ำเสียงห้วนจัดและรอยยิ้มมุมปากเยาะๆ ในเวลาปกติ วันนี้มันกลับกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่โหมไฟโทสะในอกฉันให้ลุกโชนขึ้นมาทันที "นี่! อย่ามาว่าพายหูทวนลมนะ!" ฉันวางเบสพิงกับขาตั้งเสียงดัง *ปัง* จนมินที่นั่งหน้าซีดอยู่หลังคีย์บอร์ดสะดุ้งโหย่ง รีบยกมือขึ้นห้ามทัพแทบไม่ทัน "เฮ้ยๆ ใจเย็นก่อนทั้งคู่ โน้ตแค่นี้เอง เดี๋ยวค่อยๆ ปรับ..." มินส่งเสียงปรามด้วยสีหน้าแห้งแล้ง แต่ดูเหมือนเวลานี้ไม่มีใครฟังเสียงรอบข้างอีกแล้ว โซ่แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะเย้ยที่เขาชอบใช้เวลาต้อนฉันจนมุมปรากฏขึ้นอีกครั้ง "อ๋อเหรอ? เก่งนักนะเรื่องเถียงเนี่ย แต่ฝีมือการเล่นวันนี้มันห่วยแตกสิ้นดี รู้ตัวบ้างไหมวะพายอาร์" กึก... ประโยคสั้นๆ แต่บาดลึกราวกับคมมีดกรีดลงกลางใจทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ทันทีที่คำว่า 'ห่วยแตก' หลุดออกจากปากผู้ชายปากจัดคนนี้ ความรู้สึกน้อยใจที่พยายามอดกลั้นมาตลอดหลายวันที่หักโหมซ้อมหนักก็พังทลายลงในพริบตา ดวงตาของฉันร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ไม่ใช่เพราะอ่อนแอ แต่เพราะความเหนื่อยล้าสะสมและความคาดหวังที่เขามีต่อฉันมันหนักหนาเกินกว่าจะแบกรับไหว "เออ! ถ้าพายมันห่วยแตกแล้วเฮียจะมาบังคับให้พายเล่นอยู่ทำไมล่ะคะ! ไปหาคนอื่นที่เก่งกาจสมบูรณ์แบบตามที่เฮียต้องการสิ!" ฉันตะโกนสวนกลับไปเสียงดังลั่นห้อง น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความโกรธปนน้อยใจ โซ่ชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นประกายน้ำใสๆ ที่รื้นขึ้นมาคลอหน่วยตาของฉัน แต่ทิฐิและความปากแข็งที่เป็นนิสัยประจำตัวก็ทำให้เขาเลือกที่จะไม่ถอย "ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น..." โซ่ขยับปากจะพูดแก้ตัว น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงเสี้ยววินาที แต่ความเย่อหยิ่งก็ทำให้เขาเลือกที่จะพูดประโยคที่ซasซี้ดความรู้สึกยิ่งกว่าเดิมออกไป "แต่ถ้าเธอยังเล่นสะเปะสะปะแบบนี้ งานวงเราพังแน่ และฉันไม่อยากให้ความพยายามของคนอื่นต้องมาล่มเพราะอีโก้ไร้สาระของเธอ!" *อีโก้ไร้สาระอย่างนั้นเหรอ?* คำพูดนั้นทำเอาฉันชาไปทั้งตัว ความหวังดี ความพยายามที่ทุ่มเทซ้อมจนนิ้วล็อกและไม่ได้นอนมาสองคืน ถูกเขามองว่าเป็นแค่เรื่องไร้สาระงั้นสี่ "ได้! งั้นก็เชิญเฮียทำงานกับคนที่ไม่ไร้สาระของเฮียคนเดียวไปเลยเถอะ!" ฉันคว้ากระเป๋าเป้คู่ใจสะพายพาดบ่าอย่างแรง ไม่แม้แต่จะชายตามองกีตาร์โปร่งตัวโปรดที่วางอยู่ข้างตัว หมุนตัวเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้องซ้อมทันทีโดยไม่ฟังเสียงเรียกโวยวายของมินที่ตะโกนไล่หลังมา "พาย! จะไปไหนน่ะ แก..." ปัง! ประตูห้องซ้อมถูกกระชากปิดลงด้วยแรงอารมณ์ เสียงสะท้อนดังก้องไปทั่วทางเดินชั้นใต้ดินของตึกคณะ โซ่ยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้อง ร่างสูงทิ้งน้ำหนักลงบนขาทั้งสองข้างอย่างคนหมดแรง มือหนายกขึ้นเสยผมสีเข้มลวกๆ ด้วยความหงุดหงิดที่ตีรวนขึ้นมาในอก ปากหยักเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองเพิ่งพูดจาทำร้ายจิตใจคนตัวเล็กไปแค่ไหน ซซโซ่ก้าวตามออกไปที่ประตู แต่ทว่า... ทางเดินว่างเปล่าไร้เงาร่างบางเสียแล้ว --- ลมเย็นยามค่ำคืนพัดปะทะใบหน้าขณะที่ฉันเดินจ้ำอ้าวออกมาจากตึกคณะโดยไม่สนใจความมืดมนของรอบบริเวณ ความคับแค้นใจทำให้หยดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลรินลงมาเงียบๆ ที่ข้างแก้ม มือเรียวยกขึ้นปาดลวกๆ อย่างหัวเสีย ทำไมเขาต้องใจร้ายขนาดนั้นด้วยนะ ทั้งๆ ที่ฉันพยายามเพื่อเขา... ไม่สิ พยายามเพื่อโปรเจกต์นี้ตั้งเท่าไหร่ "อ้าว พายอาร์? เดินร้องไห้มาแบบนี้ ใครทำอะไรเธอก로서?" เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นจากเงาดิ่งของต้นไม้ใหญ่ข้างทางเดิน ฉันหยุดเดินแล้วเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบกับร่างสูงโปรดของ 'กรณ์' มือกีตาร์หนุ่มจากวงคู่แข่งที่กำลังส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ รอยยิ้มที่ดูห่วงใยจนเกินงามแต่ในเวลานี้กลับเป็นเหมือนที่พักพิงชั่วคราวให้คนกำลังเคว้งคว้าง กรณ์ก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับยื่นผ้าเช็ดหน้าสะอาดสะอ้านมาตรงหน้าฉัน "ดูท่าทางจะทะเลาะกับเฮียโซ่มาสินะ... หมอนั่นไม่เคยรู้วิธีทะนุถนอมผู้หญิงเลยจริงๆ" ฉันมองผ้าเช็ดหน้าในมือเขา สลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ฉาบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ลึกๆ แต่ในความโกรธและน้อยใจที่มีต่อคนปากร้ายในห้องซ้อม ทำให้ฉันลังเลไปชั่วขณะ ในขณะเดียวกัน ที่มุมตึกไม่ไกลออกไป... สายตาคมกริบของใครบางคนที่ยืนแอบมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ กำลังลุกโชนด้วยไฟแห่งความหึงหวงและโทสะที่พุ่งทะยานจนแทบจะแผดเผาทุกอย่างเป็นจุล โซ่กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนข้าวมือ ขากรรไกรขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาสีเข้มมองภาพที่กรณ์กำลังยื่นมือเข้ามาใกล้พายอาร์ด้วยความรู้สึกที่เหมือนมีใครเอาน้ำกรดมาสาดเข้าที่กลางใจ เขาก้าวเท้าพรวดพราดออกไปจากมุมมืดทันที หมายจะพุ่งเข้าไปกระชากตัวคนตัวเล็กกลับมาหาตัว แต่แล้วฝเท้าก็ต้องชะงักกึก เมื่อเสียงหวานใสที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ... "ถ้ากรณ์จะเลี้ยงกาแฟ... พายไปด้วยก็ได้ค่ะ" โซ่เบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อได้ยินคำตอบนั้นจากปากพายอาร์! ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับทุกคน รับรองว่าเดือดและฟินจนนั่งไม่ติดแน่นอนครับ!
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบยัยตัวร้ายของเฮียโซ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%