ดีลลับสยบยัยตัวร้ายของเฮียโซ่•ตอนที่ 18

การกลับมาของอดีตมือกลอง

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
เสียงเคาะกระจกเบา ๆ ส องครั้งดังแทรกผ่านความเงียบงันภายในห้องซ้อมดนตรีส่วนตัวของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ให้ตายเถอะ... คำสารภาพที่เกือบจะหลุดจากปากของเฮียโซ่เมื่อคืน ยังคงวนเวียนติดอยู่ในหัวของผม เอ๊ย... วนเวียนอยู่ในความทรงจำของพายอาร์จนแทบไม่มีสมาธิจะจูนสายเบสตัวโปรด แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้สะบัดความฟ้าร้องคลุ้มคลั่งในอกออกไป ร่างสูงโปรดปรานของมือกีตาร์ตัวพ่อสายซึนก็ผลักประตูเข้ามาพร้อมกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ผสมกับน้ำหอมผู้ชายแบรนด์แพงที่คุ้นเคย "นั่งเหม่ออะไรอยู่ ยัยตัวแสบ" เสียงทุ้มต่ำติดหงุดหงิดตามสไตล์เอ่ยขึ้น พร้อมกับซองขนมปังฝอยทองที่ถูกโยนลงบนตักผมอย่างไม่เบามือนัก "กินซะ ก่อนจะหมดแรงมาเถียงฉัน" ผมเงยหน้าขึ้นมองคนปากแข็งที่ทำเป็นตีหน้ายุ่งหลบสายตา ใบหน้าหล่อเหลาราวกับหลุดออกมาจากปกนิตยสารนั่นกำลังเบือนหนีไปทางอื่น ทั้งที่หูทั้งสองข้างขึ้นสีแดงแจ๋อย่างปิดไม่มิด หึ... ปากบอกว่ารำคาญ แต่คอยซื้อของกินมาประเคนให้ตลอด แบบนี้จะไม่ให้ใจสั่นได้ยังไงไหวล่ะครับ "เบอร์สี่อย่างเฮียนี่ นอกจากกีตาร์แล้ว ปากก็คงหนักไม่แพ้กันสินะครับ" ผมลอยหน้าลอยตาตอบกลับพร้อมแกะซองขนมปังเข้าปาก เคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างไม่เกรงใจสายตาพิฆาตที่ส่งมาเลยสักนิด "ขอบคุณสำหรับขนมปังครับ... แต่ถ้าจะกรุณากว่านี้ ช่วยเลิกทำหน้าเป็นยักษ์กระusตูกใส่ผมสักวัน จะเป็นพระคุณยิ่ง" "พายอาร์!" เฮียโซ่กัดฟันกรอด ก้าวฉับ ๆ เข้ามาประชิดตัวจนผมต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจผมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความหงุดหงิดปนเป็นห่วงที่เจ้าตัวมักจะซ่อนไว้ใต้ท่าทีเย่อหยิ่ง "ใครบอกให้เธอแต่งตัวแบบนี้มาซ้อม เดี๋ยวเถอะ... เสื้อคอกลมตัวใหญ่นี่มันหลวมเกินไปแล้วนะ" "เรื่องของผมครับ ฮ่า ๆ เฮียจะหวงอะไรนักหนาเนี่ย" ผมแกล้งยัก The Shrug ใส่ ยิ่งเห็นคนตรงหน้าคิ้วขมวดมุ่นจนแทบจะผูกกันเป็นโบ ยิ่งสนุกที่ได้ปั่นประสาทผู้ชายสายซึนคนนี้ บรรยากาศในห้องซ้อมกำลังจะเข้าสู่โหมดหยอกล้อตามปกติ ถ้าไม่ใช่เพราะเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่ดังขึ้นตรงหน้าประตูกระจกบานใหญ่เสียก่อน... ก๊อก ก๊อก ก๊อก ไม่ใช่เสียงเคาะขออนุญาต แต่เป็นเสียงผลักประตูเข้ามาอย่างไร้มารยาทโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาตแม้แต่น้อย ผมชะงักมือที่กำลังถือสายเบส เฮียโซ่เองก็หยุดชะงักการคุกคาม ร่างสูงหันขวับไปมองผู้มาใหม่ทันที และในวินาทีนั้นเอง... บรรยากาศรอบตัวของมือกีตาร์ปี 4 ก็ดิ่งวูบลงราวกับอุณหภูมิในห้องลดต่ำลงถึงจุดเยือกแข็ง รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจนผมยังต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืน ๆ ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวจัด และมีรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ก้าวเข้ามาในห้อง ร่างนั้นสวมเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีดำสนิท มือข้างหนึ่งถือเคสกีตาร์โปร่งราคาแพงไว้หลวม ๆ ดวงตาเรียวรีคู่นั้นกวาดมองเข้ามาในห้อง ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่เฮียโซ่... และเลื่อนมาสบตาผมชั่วครู่ "ไง... โซ่ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ" เสียงทุ้มเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องซ้อมในพริบตา เฮียโซ่ไม่ขยับเขยื้อน ร่างของเขายืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหิน มือหนาที่ถือปิ๊กกีตาร์อยู่ข้างตัวกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด กรามคมขบเข้าหากันจนสันนูน ดวงตาที่เคยดุดันและพราวระยับเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าที่ซ่อนประกายไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวและ... แผลเป็นในอดีตไว้อย่างชัดเจน "มึงมาทำไม... 'ธาม'" ชื่อนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากของเฮียโซ่ด้วยน้ำเสียงที่ต่ำทุบและเย็นเยียบจนผมรู้สึกหนสันหลังวาบ ธาม... อดีตมือกลองมือหนึ่งของวงที่เคยร่วมหัวจมท้ายกันมา ก่อนที่อีกฝ่ายจะเลือกหักหลัง ตัดสินใจทิ้งวงในนาทีสุดท้ายก่อนขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่เมื่อสองปีที่แล้วเพื่อไปเซ็นสัญญากับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ ปล่อยให้เฮียโซ่ต้องแบกรับความกดดันทั้งหมดไว้คนเดียว นี่น่ะเหรอ... คนในอดีตที่เคยทำร้ายจิตใจเฮียโซ่จนเกือบทำให้ผู้ชายคนนี้เลิกเล่นดนตรีไปเลย ผมขยับตัวลุกขึ้นยืนช้า ๆ วางเบสลงพิงกับขาตั้งอย่างระมัดระวัง สายตาคมกริบของผมมองสลับระหว่างแผ่นหลังกว้างของเฮียโซ่ที่ยืนบังผมไว้ครึ่งหนึ่ง กับผู้มาใหม่ที่ส่งยิ้มบางเบาไร้ความรู้สึกผิดมาให้ "กูไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนเวลาสวีทของพวกมึงหรอกนะ" ธามหัวเราะในลำคอเบา ๆ สายตาเจ้าเล่ห์กวาดมองผมอีกครั้งด้วยความสนใจ ก่อนจะเบนกลับไปหาเพื่อนเก่าที่ตอนนี้อารมณ์พุ่งทะยานถึงขีดสุด "แต่กูมีเรื่องสำคัญ... เรื่องที่เรายังเคลียร์กันไม่จบเมื่อสองปีก่อน และ... เพลงที่พวกเราเคยสัญญาว่าจะทำด้วยกัน" เฮียโซ่แค่น 1 เสียงในลำคอ ท่าทางเยาะหยันปรากฏขึ้นบนมุมปาก แต่มันเคลือบไว้ด้วยความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างตั้งใจ "เพลงงั้นเหรอ? มึงยังมีหน้ามาพูดถึงมันอีกเหรอวะ ธาม" "ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ในเมื่อวันนี้... กูไม่ได้มาในฐานะคนทรยศ แต่กูมาในฐานะโปรดิวเซอร์คนใหม่ที่จะเข้ามาซื้อลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมดของวงมึง" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางห้องซ้อม เฮียโซ่สะดุ้งเฮือกเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจปนรังเกียจ ขณะที่ผมหันขวับไปมองหน้าคนรัก (ในอนาคตอันใกล้นี้) ทันที หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความกังวลเมื่อเห็นไหล่กว้างนั้นไหววูบลงอย่างเห็นได้ชัด แผลเก่าที่ถูกเย็บปิดไว้ด้วยเสียงดนตรีและความพยายามตลอดสองปี กำลังถูกกระชากให้ฉีกขาดอีกครั้งต่อหน้าต่อตาผม "ไสหัวออกไปซะ ก่อนที่กูจะหมดความอดทนแล้วซ้อมมึงตรงนี้" เฮียโซ่คำรามลั่น เสียงทุ้มสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความโกรธที่อัดอั้น ธามยิ้มมุมปาก ยักไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเฮียโซ่แล้ววางแฟ้มเอกสารสีดำสนิทลงบนนั้น ชายหนุ่มโน้มตัวลงกระซิบเบา ๆ ประโยคหนึ่งที่ทำเอาเลือดในกายของผมเดือดพล่านขึ้นมาทันที "คิดให้ดีนะโซ่... ถ้านายไม่เซ็นสัญญาฉบับนี้ ยัยมือเบสข้างหลังนาย อาจจะไม่มีที่ยืนในวงการนี้อีกต่อไปก็ได้" ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับทุกคน รับรองว่าเดือดและฟินคูณสองแน่นอนครับ!
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบยัยตัวร้ายของเฮียโซ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%