"เธอกำลังคิดอะไรอยู่พายอาร์... หรือว่าสมองส่วนเหตุผลมันโดนไวรัสคำว่า 'เฮียโซ่' เล่นงานจนรวนไปหมดแล้ว"
ฉันสบถเบาๆ กับตัวเองหน้ากระจกห้องซ้อมดนตรี เสียงสายเบสที่เพิ่งดีดผ่านปลายนิ้วเมื่อครู่ยังคงสั่นสะเทือนอยู่ในความรู้สึก ไม่ใช่เพราะความผิดพลาดทางเทคนิค แต่เป็นเพราะจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองต่างหากที่มันรัวเร็วจนผิดเพี้ยนไปจากเมโลดี้ที่ควรจะเป็น
ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ภายใต้สัญญา 'ดีลลับ' บ้าๆ ระหว่างฉันกับมือกีตาร์ปีสี่ตัวพ่ออย่างเฮียโซ่ มันควรจะเป็นแค่เกมธุรกิจ หรืออย่างมากก็คือการแสดงละครตบตาคนในมหาลัยเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง แต่ตอนนี้... กำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กที่ฉันสร้างขึ้นมาเพื่อกั้นอาณาเขตระหว่างเรา กลับมีรอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน และต้นเหตุของรอยร้าวนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากรอยยิ้มมุมปากกับสายตาเจ้าเล่ห์ที่ชอบมองมาเวลาที่ฉันเถียงไม่ออกนั่นแหละครับ
"ยัยพายอาร์ ตั้งสติหน่อย! เขาแค่แกล้งปั่นประสาทเธอก็เท่านั้นเอง" ฉันยกมือขึ้นตบแก้มตัวเองเบาๆ สองทีเพื่อเรียกสติ แต่ภาพตอนที่เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ บนตัว ในห้องซ้อมมืดๆ วันก่อน มันกลับพุ่งเข้ามาในหัวราวกับกดปุ่มรีเพลย์
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออก ปรากฏร่างสูงของมินเพื่อนสนิทสายปั่นที่ถือแก้วชานมไข่มุกพ่วงด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์เดินนบทเข้ามาในห้อง
"ยืนคุยกับกระจกแบบนี้ สงสัยอาการ 'หัวใจเต้นผิดจังหวะ' จะลุกลามถึงขั้นเยียวยาไม่หายแล้วมั้งแก" มินเปิดฉากแซวทันทีโดยไม่ต้องรอให้ฉันตั้งตัว พร้อมกับหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาว "ว่าไงจ๊ะ มือเบสคนสวย เมื่อคืนเห็นแชทเด้งรัวๆ จากเฮียโซ่ ถามหาโน้ตเพลงหรือว่า... ถามหาคิดถึงกันแน่"
"พูดมากน่ามิน" ฉันรีบวางกีตาร์ลงพิงกับขาตั้งแล้วหันไปค้อนใส่เพื่อนรัก "ฉันกับเฮียโซ่ไม่มีอะไรทั้งนั้น แกก็รู้ว่าเราทำข้อตกลงกันแค่เรื่องวงดนตรีกับเรื่องที่รุ่นพี่กรณ์มายุ่ง"
"อ๋อเหรอ... แล้วคนที่นั่งเหม่อมองสายเบสแล้วยิ้มอยู่คนเดียวเมื่อกี้คือวิญญาณใครเหรอจ๊ะ" มินหรี่ตามองอย่างรู้ทัน "ยอมรับมาเถอะน่าพายอาร์ แกก็เริ่มใจสั่นกับความซึนแต่คลั่งรักของเฮียเขาแล้วใช่ไหมล่ะ บอกไว้ก่อนนะว่าผู้ชายสายแบดแต่คลั่งรักแบบนี้ หายากยิ่งกว่างูมีพิษซะอีก"
คำพูดของมินเหมือนศรที่ปักเข้ากลางใจ ปากฉันอาจจะเถียงฉอดๆ ว่าไม่มีทาง แต่นัยน์ตาเจ้ากรรมกลับหลบสายตาของเพื่อนสนิทอย่างพิรุธ ความจริงที่ไม่อยากยอมรับเริ่มกัดกินความมั่นใจของตัวเองทีละน้อย... ใช่ครับ ฉันเริ่มใจเต้นกับเขาไปแล้วจริงๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีสายตาก็พยายามมองหาแผ่นหลังกว้างๆ ของเขาท่ามกลางฝูงชนในคณะวิศวะฯ ไปเสียแล้ว และทุกครั้งที่โดนเขาดุว่าดื้อ ฉันกลับไม่รู้สึกโกรธเหมือนเวลาคนอื่นว่าเลยสักนิด มีแต่ความรู้สึกแปลกๆ ที่ตีรันวนอยู่ในอก
แย่แล้ว... แบบนี้มันอันตรายเกินไปแล้ว
"ฉันไม่ได้..." ฉันกำลังจะอ้างเหตุผลร้อยแปดมากลบเกลื่อนความจริง แต่เสียงฝีเท้ารurried ที่ดังใกล้เข้ามาหน้าห้องซ้อมก็ขัดจังหวะบทสนทนาเสียก่อน
ประตูห้องถูกเปิดผางขึ้นอีกครั้งโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างสูงโปรดปรานของเฮียโซ่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบตึง แววตาคมกริบกวาดตามองมาที่ฉันกับมินด้วยรังสีความหึงหวงที่แผ่ออกมาแบบไม่ต้องพยายาม
"มายืนสุมหัวนินทาอะไรกันอยู่ตรงนี้" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนตามสไตล์คนปากแข็งเอ่ยขึ้น แต่สายตากลับจดจ้องอยู่ที่ฉันคนเดียวไม่วางตา "แล้วนี่... ทำไมไม่รับโทรศัพท์ฮึ พายอาร์"
"ฉันก็วางมือถือไว้ในกระเป๋า จะไปรู้ได้ยังไงล่ะว่าเฮียโทรมา" ฉันเชิดหน้าขึ้นเถียงตามสสัยคนไม่ยอมคน แม้ว่าในใจจะเริ่มเต้นรัวระรัวเมื่อก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากตัวเขา
"หรอกเหรอ นึกว่ามัวแต่เอาเวลาไปคิดเรื่องคนอื่น จนลืมว่ามี 'เจ้าของ' สัญญาต้องดูแลซะอีก" โซ่แค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวฉันจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องซ้อมดนตรีโดยอัตโนมัติ กลิ่นกายสะอาดผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูกจนสติที่มีเริ่มกระเจิดกระเจิง
มินที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบกระแอมไอเบาๆ แล้วกaวถอยหลังเดินเลี่ยงออกจากห้องไปอย่างรู้หน้าที่ ทิ้งให้เราสองคนยืนเผชิญหน้ากันในระยะประชิดที่อันตรายต่อหัวใจที่สุด
"เฮีย... ถอยไปเลยนะ นี่มันห้องซ้อมนะเว้ย" ฉันยกมือขึ้นดันแผงอกแกร่งไว้ แต่คนตัวโตกว่ากลับไม่มีทีท่าจะขยับหนี ซ้ำยังโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าฉันราวกับจะค้นหาความลับบางอย่าง
"แล้วทำไมต้องถอยล่ะ" เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหูจนขนลุกซู่ "ไหนบอกฉันหน่อยซิ... ที่ช่วงนี้เงียบๆ ไปเนี่ย กำลังคิดอะไรอยู่ หรือว่ากำลังคิดถึงคำพูดของฉันเมื่อคืนกันแน่"
หัวใจของฉันกระตุกวูบ คำพูดของเขาเมื่อคืน... คำพูดที่บอกว่า *'อย่าไปมองไอ้กรณ์มันมากนัก หันมามองฉันคนเดียวก็พอ'* วิ่งวนกลับเข้ามาในโสตประสาทซ้ำแล้วซ้ำเล่า กำแพงความรู้สึกที่พยายามสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากกำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา ความรู้สึกพ่ายแพ้ต่อสายตาคู่นี้มันชัดเจนเสียจนไม่อาจหาข้อแก้ตัวใดๆ มาปัดป้องได้อีกต่อไปแล้ว
ฉันเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วว่าจะหาคำพูดไหนมาสวนกลับเพื่อรักษาฟอร์ม แต่ทว่า... ก่อนที่ฉันจะได้อ้าปากเถียงอะไรออกไป เสียงเคาะประตูก็ดังขัดจังหวะขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"เฮียโซ่! พายอาร์!แย่แล้วครับ... ที่เวทีกลางแจ้งตอนนี้..."
เสียงของรุ่นน้องในวงวิศวะฯ ขาดหายไปในลำคอเมื่อเห็นบรรยากาศตึงเครียดและใกล้ชิดเกินงามของเราสองคน แต่ทว่าประโยคต่อมาที่รุ่นน้องคนนั้นเอ่ยขึ้นกลับทำให้เลือดในกายของฉันเย็นเฉียบลงในพริบตา
"ไอ้กรณ์มัน... มันกำลังประกาศท้าดวลวงเราบนเวทีใหญ่ แล้วมันก็บอกว่า... จะจีบพายอาร์ให้ได้ต่อหน้าทุกคนครับ!"
ดวงตาของเฮียโซ่ที่มองมาที่ฉันหรี่แคบลงทันที รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากตัวเขาราวกับมือกีตาร์หนุ่มพร้อมจะพุ่งไปกระชากคอเสื้อใครสักคนให้ตายคามือ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปพร้อมกับจังหวะความสัมพันธ์นี้ด้วยกันนะครับ
"คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง"
ดีลลับสยบยัยตัวร้ายของเฮียโซ่•ตอนที่ 15
กำแพงความรู้สึกที่เริ่มสั่นคลอน
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบยัยตัวร้ายของเฮียโซ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!