"ถ้ายังถอยหลังอีกก้าวเดียว รองเท้าผ้าใบของเธอจะตกลงไปในแปลงดอกเข็มแล้วนะครับ พายอาร์"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือรอยยبرเยาะจางๆ ดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับปลายนิ้วแกร่งที่ยื่นมาคว้าข้อมือเรียวเอาไว้ทันท่วงที ก่อนที่ร่างบางจะสะดุดรากไม้แล้วหงายหลังลงไปคลุกฝุ่นจริงๆ
พายอาร์สะดุ้งสุดตัว รีบผละถอยห่างจากโซ่ทันที หัวใจที่เพิ่งสงบลงกลับมากระหน่ำรัวด้วยความตกใจและระแวงกับสถานการณ์ตรงหน้า ความใกล้ชิดเมื่อครู่ยังทิ้งสัมผัสอุ่นวาบไว้บนผิวเนื้อราวกับรอยประทับที่ลบไม่ออก หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกปนดื้อรั้น เธอกอดอกฉับเพื่อสร้างกำแพงป้องกันตัวทันที
"ใครอนุญาตให้เข้าใกล้ฉันขนาดนี้เล่า เฮียโซ่!" เสียงหวานเอ็ดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ พยายามซ่อนอาการสั่นไหวในน้ำเสียงไว้อย่างแนบเนียนที่สุด "แล้วนี่ตามมาทำไมเนี่ย มหาวิทยาลัยออกจะกว้าง ทำไมต้องเดินมาทางเดียวกันด้วย"
โซ่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ดวงคมกราบกกราดมองท่าทีพองขนเหมือนแมวของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกขบขันระคนเอ็นดู มือหนายังคงถือกล่องเคสกีตาร์โปร่งคู่ใจไว้ สายสะพายไหล่เอียงเล็กน้อยตามสไตล์รุ่นพี่วิศวะฯ ปี 4 ที่ไม่เคยสนใจภาพลักษณ์เคร่งขรึมต่อหน้าใคร ยกเว้นก็แต่... ยัยเด็กมนุษย์ฯ ปากเก่งคนนี้ที่มักจะทำให้เขาหลุดฟอร์มอยู่เรื่อย
"ทางเดินนี้มันติดป้ายห้ามผู้ชายเดินหรือไงครับ พายอาร์" โซ่สวนกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามฟอร์ม ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดอีกนิดจนคนตัวเล็กต้องรีบถอยหลังตามสัญชาตญาณ "อีกอย่าง... คนที่วิ่งหนีหน้าตั้งจนเกือบสะดุดรากไม้ตายเมื่อกี้ มันไม่ใช่ผมนะ"
"ฉันไม่ได้วิ่งหนี!" พายอาร์เถียงเสียงแข็ง ใบหน้าเนียนเริ่มขึ้นสีเรื่อด้วยความจำนนต่อหลักฐาน "ฉันแค่... รีบไปกินข้าวกับยัยมินต่างหาก เลิกตื๊อฉันสักทีได้ไหมเนี่ย เดี๋ยวคนอื่นก็เข้าใจผิดกันไปใหญ่หรอก"
"เข้าใจผิดเรื่องอะไรล่ะครับ" โซ่โน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย สายตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่พยายามหลบหลีก "เรื่องที่เราเป็นคู่สัญญาดีลลับ หรือเรื่องที่เธอกำลังเขินจนหน้าแดงกันแน่ หื้ม?"
"เฮีย!" พายอาร์ถลึงตาใส่แทบไม่ทัน เธอรู้สึกเหมือนอุณหภูมิรอบตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ทั้งที่นี่คือร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ริมสนามหญ้าที่ลมพัดผ่านตลอดเวลาแท้ๆ "ปากแบบนี้นี่แหละที่เขาเรียกว่าหาเรื่องใส่ตัว ระวังนะ... สักวันฉันจะฉีกสัญญาบ้าๆ นั่นทิ้งซะให้เข็ด"
"เชิญฉีกตามสบายครับ ถ้าสัญญาฉีกขาดเมื่อไหร่... ผมก็จะใช้สิทธิ์นอกสัญญาจีบเธอตรงๆ แทน ก็แค่นั้น"
ประโยคเรียบง่ายแต่น้ำเสียงจริงจังเกินเบอร์ทำเอาพายอาร์สำลักน้ำลายตัวเอง ไอแค่กๆ จนหน้าดำหน้าแดง โซ่เห็นท่าไม่ดีจึงยอมผ่อนปรน ยื่นมือไปตบหลังบางเบาๆ สองทีอย่างเบามือ แม้จะโดนปัดออกแทบไม่ทันก็ตาม
"พอเลย! ไม่ต้องมาทำเป็นคนดีเลยนะ" พายอาร์ยกหลังมือขึ้นเช็ดปาก ปรับสีหน้าให้กลับมานิ่งสนิท แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอกแล้วก็ตาม "ไหนๆ ก็ไหนๆ ละ... หยุดเดินตามซะที ไปหาที่นั่งเงียบๆ เคลียร์เรื่องเพลงที่จะใช้ประกวดงานคณะดีกว่า ยัยมินมันส่งพิกัดมาแล้วว่าให้มาเจอกันใต้ต้นจามจุรีใหญ่"
โซ่ไม่ได้ตอบรับเป็นคำพูด เพียงแต่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยในแบบที่ทำให้คนมองอยากจะยื่นมือไปหยิกให้เนื้อเขียวเล่นๆ ก่อนจะพยักเพยิดหน้าเป็นเชิงบอกให้นำทางไป
บรรยากาศใต้ร่มเงาของต้นจามจุรีขนาดใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ความร่มเย็นจนแทบไม่เหลือไอแดดของเที่ยงวัน พื้นหญ้าสีเขียวขจีถูกปูทับด้วยเสื่อพลาสติกผืนเล็กที่มินเตรียมไว้ล่วงหน้า พร้อมกับถุงน้ำพริกและไสيย่างควันโขมง แต่ทว่า... ตอนนี้ตรงพื้นที่นั้นกลับมีบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญนั่งหน้าสลอนอยู่ก่อนแล้ว
"อ้าว พายอาร์ มาช้าจังนะ ผมรอนานจนไส้ย่างจะเย็นหมดแล้วเนี่ย"
เสียงทุ้มสะอาดหูเอ่ยทักขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งของ *กรณ์* มือกีตาร์หนุ่มฮอตจากวงคู่แข่งต่างคณะที่กำลังส่งยิ้มพิมใจมาให้พายอาร์อย่างเปิดเผย มือข้างหนึ่งถือกระป๋องน้ำอัดลมยื่นให้เสร็จสรรพ
พายอาร์ชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย รู้สึกถึงรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจากด้านหลังจนแผ่นหลังเย็นวาบ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของเฮียโซ่
"กรณ์? มาทำอะไรตรงนี้เนี่ย" พายอาร์ถามเสียงอ้อมแอ้ม พยายามเดินเลี่ยงไปนั่งอีกฝั่งหนึ่งของเสื่อเพื่อเว้นระยะห่าง แต่มินที่นั่งอยู่ก่อนแล้วกลับทำหน้าเลิกลั่ก ส่งซิกตาปริบๆ เป็นเชิงว่า *'ช่วยด้วย ฉันไล่ไม่ไป!'*
"ก็พอดีเดินผ่านมาแถวนี้ เห็นมินนั่งอยู่คนเดียว (ตอนที่เธอยังไม่มา) ก็เลยแวะทักทาย แถมตั้งใจจะเอาโน้ตคอร์ดเพลงโปรเจกต์งานคณะมาปรึกษาพายอาร์ด้วยพอดี" กรณ์พูดด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง ดวงตาเรียวรีมองข้ามหัวพายอาร์ไปสบตากับโซ่ที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ด้านหลัง "อ้าว... เฮียโซ่ก็มาด้วยเหรอครับเนี่ย นึกว่าวงวิศวะฯ จะเก็บตัวซ้อมเพลงร็อกเดือดๆ ซะอีก ถึงได้มาเดินป้วนเปี้ยนแถวคณะมนุษยฯ ได้"
คำพูดเหน็บแนมเบาๆ แต่เจ็บแสบถูกพ่นออกมาอย่างหน้าตาเฉย โซ่แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความเยียบเย็น
"วงผมจะซ้อมเพลงอะไร มันก็เรื่องของผมครับ... แต่ถ้าวงไหนไม่มีปัญญาแต่งเพลงเอง จนต้องมาเดินตามตื๊อเด็กคณะอื่นเพื่อขอพึ่งพาเบสไลน์... อันนั้นก็น่าเวทนาอยู่นะครับ"
"เฮีย!" พายอาร์หันขวับไปดุคนตัวสูงทันที กลัวว่าสถานการณ์จะบานปลายกลายเป็นสงครามย่อมๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่
กรณ์หน้าตึงขึ้นเล็กน้อยแต่ยังรักษารอยยิ้มไว้ได้ "ผมแค่มาคุยเรื่องงานกับพายอาร์ครับ เฮียโซ่เองก็คงไม่ได้มีสิทธิ์ผูกขาดตัวพายอาร์ซะหน่อย... จริงไหมครับพายอาร์"
บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก สายตาสองคู่ปะทะกันราวกับมีประกายไฟแลบแปลบปะทุออกมา มินรีบสะกิดแขนพายอาร์ยิกๆ ส่งสายตาบอกว่า *'แกเคลียร์ด่วน ก่อนที่ตรงนี้จะกลายเป็นสนามรบ'*
พายอาร์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสติแล้วตัดสินใจตัดบทความตึงเครียดนั้นด้วยการกระทำที่คาดไม่ถึง
*กรึก!*
เสียงดึงล็อกเคสกีตาร์โปร่งถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว โซ่เลิกคิ้วมองการกระทำของหญิงสาวด้วยความฉงน พายอาร์เอื้อมมือไปหยิบกีตาร์โปร่งตัวเก่งของตัวเองขึ้นมาพาดบ่า จัดแจงสายสะพายให้เข้าที่ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิบนเสื่อหญ้า แล้วเงยหน้าขึ้นมองหน้าผู้ชายทั้งสองคนด้วยแววตาดุดันแบบฉบับของเธอ
"ถ้าจะมานั่งเคลียร์เรื่องงาน กรุณาฟังทางนี้... แต่ถ้าจะมานั่งจ้องหน้าหาเรื่องกันเพื่อแย่งพื้นที่ตรงนี้ ฉันแนะนำให้ไปต่อกันที่สนามฟุตบอลแดดเปรี้ยงโน่น!" พายอาร์เชิ่ดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวใคร ก่อนจะใช้นิ้วเรียวดีดสายกีตาร์เปิดคอร์ด **G** เสียงกังวานใสดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ดึงดูดสายตาของนักศึกษาที่เดินผ่านไปมาให้ต้องหันมามองเป็นตาเดียว "ส่วนนายกรณ์... เรื่องโน้ตเพลง เอาวางไว้ตรงนั้น เดี๋ยวฉันดูให้หลังซ้อมเสร็จ... ตอนนี้..."
เธอมองหน้าเฮียโซ่ที่ยืนค้างอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะมุมปากหยักยิ้มท้าทาย
"...เฮียโซ่ ไหนๆ ก็แบกกีตาร์มาถึงนี่แล้ว อยากลองแจมสักเพลงไหมล่ะครับ หรือว่าฝีมือมือกีตาร์ระดับท็อปของวิศวะฯ จะเล่นตามคอร์ดเด็กมนุษยฯ ไม่ทันซะแล้ว?"
คำท้าทายแบบตาต่อตาฟันต่อฟันทำเอาโซ่หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ แววตาคมกริบที่เคยฉายแววดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นประกายความคลั่งระคนเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งลงข้างๆ พายอาร์อย่างไร้พิธีรีตอง ปลดเคสกีตาร์ของตัวเองวางพิงกับโคนต้นจามจุรีอย่างไม่ใส่ใจ
"ท้าทายแบบนี้... ระวังจะได้ร้องเพลงรักให้ผมฟังจนเสียงแหบนะครับ พายอาร์"
โซ่คว้ากีตาร์ของตัวเองขึ้นมาบ้าง ปลายนิ้วแกร่งเริ่มดีดคลอตามจังหวะคอร์ดที่พายอาร์กำลังเริ่มต้น บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงเสียงดนตรีสดใสที่ประสานกันอย่างลงตัว ท่ามกลางสายตาของคนรอบข้างที่เริ่มหยุดเดินเพื่อฟังเสียงเพลง จนกรณ์ต้องจำใจถอยฉากออกไปด้วยความหงุดหงิด
เสียงกีตาร์โปร่งใต้ร่มไม้ใหญ่บรรเลงขับกล่อม บทเพลงรักหวานปนพยศเริ่มต้นขึ้นอย่างช้าๆ ทว่าอบอุ่นหัวใจจนคนฟังรอบข้างต้องแอบอมยิ้มตาม
พายอาร์หลับตาลงเล็กน้อยขณะร้องท่อนฮุค เสียงหวานใสก้องกังวานประสานไปกับเสียงกีตาร์ทุ้มลึกของคนข้างกาย โซ่เหลือบมองเสี้ยวหน้าหวานที่กำลังตั้งใจร้องเพลงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกท่วมท้น มือซ้ายกดคอร์ดอย่างคล่องแคล่ว ส่วนมือขวาตวัดจังหวะเข้ากับอีกฝ่ายอย่างรู้ใจ ราวกับว่าโลกทั้งใบตอนนี้เหลือเพียงแค่เขากับเธอเท่านั้น
แต่ทว่า... ในจังหวะที่ท่วงทำนองกำลังหวานซึ้งถึงขีดสุด และเสียงร้องของพายอาร์กำลังผ่อนลมหายใจลงเพื่อเข้าสู่ท่อนสุดท้าย โซ่ก็โน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหูของเธอเบาๆ จนคนตัวเล็กสะดุ้งสุดตัว
"ร้องจบเพลงนี้แล้ว... คืนนี้ไปห้องซ้อมส่วนตัวกับผมนะ มีเพลงพิเศษที่จะให้เธอฟังแค่คนเดียว"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาซดความฟินและร่วมเดินทางไปกับจังหวะหัวใจของเฮียโซ่และพายอาร์ในตอนนี้ด้วยนะครับ!
ดีลลับสยบยัยตัวร้ายของเฮียโซ่•ตอนที่ 24
กีตาร์โปร่งใต้ต้นไม้ใหญ่
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบยัยตัวร้ายของเฮียโซ่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!