"ถ้าคุณยังใช้วิธีเดิม ความผิดพลาดเดิมๆ ก็จะยังคงตามหลอกหลอนคุณอยู่ในตะกร้าใบนั้นนะคะ รินรดา"
เสียงทุ้มนุ่มที่แฝงความจริงจังทำเอาฉันชะงักมือที่กำลังจะคว้าถุงเมล็ดพันธุ์ชุดเดิมที่ซื้อมาจากตลาดนัด กวินยืนพิงกรอบประตูโรงเรือนเพาะชำ สายตาของเขาไม่ได้มองมาที่ฉัน แต่จ้องเขม็งไปที่กองต้นกล้าที่เหี่ยวเฉาในกระบะ ซึ่งเป็นหลักฐานความล้มเหลวครั้งที่เท่าไหร่ฉันเองก็เริ่มจำไม่ได้แล้ว
ฉันวางถุงเมล็ดลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงพลาสติกกระทบไม้ดังแกรกเบาๆ ในความเงียบสงัดของบ่ายวันอังคาร ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นดินชื้นๆ และกลิ่นไอของปุ๋ยหมักที่กวินเป็นคนเตรียมให้มันช่วยปลอบประโลมใจได้บ้าง แต่ไม่มากพอที่จะลบความรู้สึกผิดหวังในตัวเองทิ้งไปได้
"มันไม่ใช่วิธีเดิมหรอกค่ะกวิน... ฉันปรับค่า pH ดินใหม่แล้ว ปรับระยะการรับแสงแดดแล้ว แต่ทำไม... ทำไมผลลัพธ์มันถึงยังเป็นแบบนี้" ฉันถามพร้อมกับหันไปสบตาเขา แววตาของเขาไม่ได้มีความสมเพชเวทนา แต่มันมีความมุ่งมั่นบางอย่างที่ทำให้หัวใจฉันเต้นผิดจังหวะ
กวินเดินเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างเราลดน้อยลงจนฉันได้กลิ่นจางๆ ของผิวส้มที่ติดตัวเขามาตลอดเวลา เขาหยิบเมล็ดพันธุ์ขึ้นมาหนึ่งเมล็ด วางลงบนฝ่ามือที่กร้านแดดและแข็งแรงของเขา ก่อนจะใช้นิ้วโป้งลูบมันเบาๆ ราวกับกำลังปลอบประโลมชีวิตเล็กๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มลืมตาดูโลก
"คุณเคยมองเมล็ดพวกนี้เป็นแค่ 'วัตถุดิบ' ในการทำงานกราฟิกของคุณหรือเปล่าคะ?"
ฉันนิ่งไป คำถามของเขาเหมือนหมัดฮุคเข้าที่กลางใจ "หมายความว่ายังไงคะ?"
"คุณกำลังดีไซน์มัน... พยายามสั่งให้มันโตตามมาตรฐานที่คุณวาดไว้ในหัว แต่คุณไม่ได้ 'ฟัง' สิ่งที่มันต้องการจริงๆ" กวินวางเมล็ดลงในมือฉัน "ลองดูใหม่สิคะ ไม่ใช่ในฐานะดีไซน์เนอร์ที่กำลังแก้โปรเจกต์งานที่โดนตีกลับ แต่ในฐานะคนที่อยากจะเติบโตไปพร้อมกับเขาจริงๆ"
ฉันมองเมล็ดพันธุ์ในมือ ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่ลอดผ่านรอยแยกของโรงเรือน ฉันตัดสินใจทิ้งถุงเมล็ดพันธุ์เดิมลงในถังขยะ และหยิบกล่องไม้ขนาดเล็กที่เก็บเมล็ดพันธุ์ที่ฉัน 'คัดเลือก' เองจากการเก็บผลผลิตรอบก่อนขึ้นมา
ฉันเริ่มลงมือ ไม่ใช่ด้วยตารางเวลาที่ขีดเขียนไว้ในสมุดโน้ต แต่ด้วยความรู้สึก ฉันผสมดินด้วยสัดส่วนที่ฉันคิดว่า 'สมดุล' ที่สุดด้วยมือเปล่า ไม่ใช่จอบหรืออุปกรณ์ตวงวัดที่เคร่งครัด กวินยืนมองอยู่ข้างๆ เขาไม่ได้ช่วย แต่เขาก็ไม่ได้ละสายตาไปไหน ราวกับว่ากำลังเฝ้าดูการกำเนิดของบางสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่างานศิลปะใดๆ ที่ฉันเคยทำมา
ชั่วโมงผ่านไปจนพระอาทิตย์เริ่มทอแสงสีทองอ่อนๆ ลงบนผืนดินในสวน ฉันวางถาดเพาะเมล็ดชุดสุดท้ายลงบนชั้นไม้ มือของฉันเปื้อนไปด้วยคราบดินที่แห้งกรัง แต่หัวใจกลับรู้สึกเบาหวิวอย่างประหลาด
"นี่คือเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังของฉันค่ะ" ฉันพูดพึมพำกับตัวเอง โดยมีกวินยืนพยักหน้ารับอย่างพอใจ
"ดูเหมือนว่าคราวนี้คุณจะทำสำเร็จแล้วนะคะ ไม่ใช่ที่ตัวเมล็ดหรอก... แต่ที่ใจของคุณ" เขาเอื้อมมือมาปัดเศษดินออกจากแก้มของฉันอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นทำให้ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้าจนฉันต้องรีบก้มหน้าลง
"ขอบคุณนะคะกวิน ถ้าไม่ได้คุณ..."
ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบ เสียงโทรศัพท์ของกวินก็แผดดังขึ้นทำลายความเงียบสงบ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นชื่อบนหน้าจอ ก่อนจะกดรับและก้าวออกไปนอกโรงเรือนทันที ทิ้งให้ฉันอยู่กับความสงสัยที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
ผ่านไปเพียงไม่กี่นาที กวินเดินกลับเข้ามา สีหน้าของเขาเรียบเฉยจนน่ากลัว แต่ดวงตาที่เคยอบอุ่นกลับไหววูบเหมือนคนกำลังแบกรับความลับบางอย่างที่หนักอึ้ง
"รินรดา..." เขาเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงที่ดูแตกต่างไปจากทุกวัน "คนที่โทรมาเมื่อกี้... เขาบอกว่าพบ 'ร่องรอย' ของคนที่จะมาซื้อที่ดินผืนนี้ต่อจากเจ้าของเดิม และดูเหมือนว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะมาทำสวนแบบที่คุณกำลังทำอยู่"
หัวใจของฉันหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม "หมายความว่ายังไงคะ? ก็ในเมื่อสัญญาเช่าของฉันยัง..."
"เขาไม่ได้จะไล่คุณออกด้วยวิธีปกติค่ะ" กวินพูดแทรกขึ้นมา มือของเขาจับไหล่ฉันแน่นราวกับต้องการดึงสติ "เขาเป็นทนายความของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ และตอนนี้... เขาอยู่ที่หน้าประตูรั้วสวนของคุณแล้วค่ะ"
รี้ดเดอร์ผู้น่ารักของสวนส้มปลายฟ้าคะ เตรียมใจให้พร้อมนะคะ เพราะสิ่งที่กำลังจะก้าวเข้ามาในสวนหลังจากนี้ จะเปลี่ยนชีวิตของรินรดาไปตลอดกาล แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ
ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ•ตอนที่ 17
เมล็ดพันธุ์แห่งความหวัง
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!