"คุณจะให้เขาเหยียบย่ำสวนนี้ไปไม่ได้นะคะกวิน"
ฉันเอ่ยขึ้น เสียงของฉันอาจจะดูสั่นพร่าในความรู้สึก แต่แววตาที่จ้องมองไปยังร่างสูงโปร่งในชุดสูทเนี้ยบกริบหน้าประตูรั้วนั้นกลับแข็งกร้าวขึ้นมาอย่างประหลาด กวินไม่ได้ปล่อยมือจากไหล่ฉัน เขายืนเคียงข้างฉันราวกับกำแพงมนุษย์ที่พยายามกั้นขวางพายุร้ายที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามา
ชายในชุดสูทคนนั้นขยับแว่นสายตา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะทะจมูกตัดกับกลิ่นดินและกลิ่นใบส้มที่สดชื่นในสวนของฉันอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ได้สะทกสะท้านกับท่าทีของกวินแม้แต่น้อย เขายิ้ม... รอยยิ้มที่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกสัตว์เลื้อยคลานจ้องมอง
"คุณรินรดาครับ ผมไม่ได้มาเพื่อทำลาย แต่มาเพื่อเสนอทางรอด" เขาเอ่ยชื่อฉันด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก "ที่ดินผืนนี้มีมูลค่ามหาศาลหากเปลี่ยนเป็นรีสอร์ตหรู การดันทุรังปลูกส้มขายแยมเล็กๆ น้อยๆ มันเทียบไม่ได้กับตัวเลขในเช็คใบนี้หรอกนะครับ"
คำว่า 'แยม' ของเขาฟังดูเหมือนการดูถูกในหูของฉัน ฉันก้าวออกมาจากหลังกวิน สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ให้กลิ่นไอของสวนที่ฉันรักช่วยชำระล้างความกลัวที่เกาะกินหัวใจ
"ถ้าการมีอาชีพที่สุจริตคือการ 'ดันทุรัง' งั้นฉันก็คงเป็นคนที่ดื้อดึงที่สุดที่คุณเคยเจอเลยล่ะค่ะ" ฉันแค่นยิ้มตอบ "และช่วยกรุณาออกจากเขตที่ดินของฉันด้วย ก่อนที่ฉันจะถือว่านี่เป็นการบุกรุก"
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอแล้วหันหลังกลับไปขึ้นรถหรูที่จอดรออยู่ เสียงเครื่องยนต์ดับลงพร้อมกับการทิ้งนามบัตรไว้ที่พื้นเหมือนขยะชิ้นหนึ่ง กวินถอนหายใจยาว ก่อนจะหันมามองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล
"เขาไม่หยุดแค่นี้แน่ริน" กวินพูดเบาๆ ขณะที่มือของเขาค่อยๆ ปัดเศษฝุ่นที่เกาะไหล่ฉันออกอย่างทะนุถนอม "คุณโอเคไหม"
"ฉันโอเคค่ะ..." ฉันตอบพลางมองดูต้นส้มที่ยืนต้นตระหง่านอยู่รอบตัว "แต่มันน่าหงุดหงิดนะคะที่ความพยายามของเราในสายตาคนพวกนั้นมันไม่มีค่าเลย"
"มีค่าสิ" กวินแทรกขึ้น เสียงของเขาหนักแน่น "มีค่าพอที่ใครบางคนในเมืองใหญ่เขายอมนั่งรถหลายชั่วโมงเพื่อมาตามหาแยมส้มของคุณไงล่ะ"
ฉันขมวดคิ้ว "คุณหมายความว่ายังไงคะ"
กวินหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าแล้วเปิดหน้าจอให้ฉันดู มันเป็นอีเมลจากร้านอาหารระดับแนวหน้าในตัวเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความพิถีพิถันในการเลือกวัตถุดิบ ข้อความนั้นสั้นแต่ใจความสำคัญคือพวกเขาต้องการแยมส้มของ 'สวนส้มปลายฟ้า' ไปเป็นส่วนประกอบหลักในเมนูขนมหวานพิเศษต้อนรับฤดูกาลใหม่
หัวใจของฉันเต้นรัวจนแทบหลุดออกมา นี่ไม่ใช่แค่การขายแยม แต่มันคือการยืนยันว่าสิ่งที่ฉันลงมือทำด้วยความรักนั้นมีคนมองเห็นค่าจริงๆ
วันทั้งวันฉันแทบไม่ได้พัก เราสองคนช่วยกันเคี่ยวส้มในหม้อทองแดง กลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งห้องครัว กวินคอยช่วยปอกส้มและควบคุมอุณหภูมิของเตาอย่างใจเย็น ความอบอุ่นจากเขาทำให้ความวุ่นวายใจเมื่อตอนเช้าค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบรสชาติที่ดีที่สุดออกไป
"ทำไมถึงช่วยฉันมากขนาดนี้คะ" ฉันถามขึ้นขณะที่ตักแยมสีทองใสลงในขวดแก้ว
กวินหยุดมือที่กำลังเช็ดขอบขวด เขาเงยหน้าขึ้นมองฉัน แววตาของเขาอ่อนแสงลงจนฉันรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่ใบหน้า "เพราะสวนนี้ไม่ใช่แค่สวนส้มริน แต่มันคือลมหายใจของคุณ... และผมก็อยากเห็นมันเต้นต่อไปนานๆ"
คำพูดของเขาทำให้ห้องครัวที่ร้อนอบอ้าวกลายเป็นสถานที่ที่อบอุ่นที่สุดในโลกสำหรับฉัน แต่ทว่า ความสุขนั้นกลับอยู่กับเราได้ไม่นาน เมื่อเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของฉันดังขึ้นรัวๆ มันคือข้อความจากทนายความคนเดิมเมื่อเช้า
ฉันเปิดอ่านด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า
'ยินดีด้วยกับลูกค้าคนแรกนะครับคุณรินรดา แต่ผมลืมบอกไปว่า บริษัทที่สั่งแยมคุณน่ะ... เป็นบริษัทในเครือเดียวกับที่ผมทำงานให้ และพรุ่งนี้ พวกเขากำลังจะประกาศปิดร้านกะทันหัน พร้อมกับยื่นฟ้องคุณในข้อหาละเมิดสัญญาการจัดส่งสินค้าที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง'
กวินคว้าโทรศัพท์ไปอ่าน ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความโกรธจัด ขณะที่ประตูรั้วหน้าบ้านของฉันก็ถูกเคาะอย่างแรง... ไม่ใช่ทนายคนเดิม แต่เป็นกลุ่มคนในเครื่องแบบที่ดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย
รินรดา... เรื่องมันไม่ได้จบแค่การขายแยมแล้ว มันคือเกมที่ถูกวางไว้ตั้งแต่ต้น
สวนส้มปลายฟ้าต้องขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินรดาผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปพร้อมกันนะคะ
ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ•ตอนที่ 18
ลูกค้าคนแรก
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!