“คุณรู้ไหมริน... รอยแตกของแจกันใบนี้ มันไม่ได้เกิดจากความซุ่มซ่าม แต่มันเกิดจากการที่คนทำ ‘เลือก’ ที่จะปล่อยให้มันหลุดมือต่างหาก”
กวินวางถ้วยชาเซรามิกที่ร้าวเป็นเส้นใยละเอียดลงบนโต๊ะไม้เก่าแก่ในศาลากลางไร่ สายตาของเขามองผ่านแก้วใสไปทางแปลงส้มที่กำลังผลิดอกสีขาวบริสุทธิ์ รินรดานิ่งงัน เธอวางพู่กันในมือลง กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกส้มอบอวลอยู่ในอากาศ ราวกับจะช่วยปลอบประโลมความสงสัยที่อัดแน่นอยู่ในอก
“คุณหมายความว่ายังไงคะ กวิน? แล้วเรื่องที่คุณตาเคยรู้จักกับครอบครัวของคุณ มันเกี่ยวอะไรกับแจกันใบนี้” รินรดาถามเสียงแผ่ว ความเงียบในยามบ่ายถูกขัดจังหวะด้วยเสียงนกกระจิบที่บินโฉบผ่านหลังคาศาลาไป
กวินถอนหายใจยาว แววตาของเขาที่เคยสดใสเหมือนแดดยามเช้ากลับดูหม่นแสงลงคล้ายท้องฟ้าก่อนฝนตก เขาเอื้อมมือไปแตะรอยร้าวบนแจกันนั้นแผ่วเบา “คุณตาของคุณ... ท่านไม่ใช่แค่เกษตรกรธรรมดาที่ปลูกส้มส่งขายตามฤดูกาลหรอกนะริน แต่ท่านคือ ‘ผู้รักษา’ แผนที่ผืนดินของตระกูลเราสองคน”
ชายหนุ่มขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นอายของดินและสมุนไพรจางๆ จากตัวเขาทำให้รินรดารู้สึกใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก “ย้อนไปเมื่อสามสิบปีก่อน พ่อของผมเกือบสูญเสียไร่นี้ไปเพราะข้อตกลงทางกฎหมายที่คลุมเครือ คนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยในวันที่ทุกคนหันหลังให้ ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่คือคุณตาของคุณ ท่านยอมเอาโฉนดที่ดินผืนนี้ไปจำนองไว้กับชื่อของท่านเพื่อประกันความปลอดภัยให้กับครอบครัวเรา”
รินรดาเบิกตากว้าง เธอจำได้เพียงภาพคุณตาในชุดม่อฮ่อมที่ชอบนั่งอมยิ้มและสอนให้เธอหยอดเมล็ดพันธุ์ลงดินด้วยความทะนุถนอม ไม่เคยรู้เลยว่าภายใต้รอยยิ้มใจดีนั้น จะแบกรับภาระที่หนักอึ้งเพื่อคนอื่นไว้มากมายขนาดนี้
“ทำไมท่านไม่เคยบอกริน... ทำไมต้องเก็บความลับนี้ไว้คนเดียว”
“เพราะท่านรู้ว่าถ้าบอกไป คุณจะรู้สึกติดค้าง” กวินตอบพลางสบตาเธอแน่นิ่ง “ท่านบอกผมเสมอว่า ‘การให้ที่งดงามที่สุด คือการไม่ให้คนรับรู้สึกถึงน้ำหนักของมัน’ วันที่ท่านจากไป ท่านฝากให้ผมดูแลคุณ... ดูแลไร่แห่งนี้ และที่สำคัญที่สุด คือการรักษาคำสัญญาสุดท้ายที่ท่านทำไว้กับพ่อของผม”
รินรดารู้สึกเหมือนก้อนอะไรบางอย่างจุกอยู่ที่ลำคอ ความรักที่คุณตามีให้เธอมันกว้างใหญ่กว่าที่เธอเคยสัมผัสได้เสียอีก ทว่าท่ามกลางความซาบซึ้งนั้น เธอกลับสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง มือของกวินที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นระริก และเขากำลังพยายามซ่อนสมุดโน้ตปกหนังสีน้ำตาลที่ดูเก่าคร่ำคร่าไว้ใต้กองเอกสาร
“แล้วสัญญาที่ว่า... มันรวมถึงการที่ต้องเฝ้ามองฉันด้วยความสงสารแบบนี้ด้วยหรือเปล่าคะ?” รินรดาถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า แม้จะพยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด
กวินชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสบตารินรดาด้วยสายตาที่ลึกซึ้งเกินจะคาดเดา “ไม่เลยริน... มันไม่ใช่ความสงสาร แต่ถ้าคุณอยากรู้ว่าสัญญาฉบับนั้นระบุว่าอย่างไร และทำไม ‘ความลับ’ ในไร่ข้างๆ ถึงกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมต้องมาอยู่ที่นี่ในวันนี้...”
เขายื่นสมุดปกหนังเล่มนั้นให้เธอ มือของเขาสัมผัสกับปลายนิ้วของเธอชั่วขณะ ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
“เปิดหน้าสุดท้ายดูสิ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมรอยร้าวของแจกันใบนี้ ถึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขปริศนาเรื่องราวของคุณตากับพ่อของผม... และอาจจะรวมถึงอนาคตของคุณด้วย”
รินรดาค่อยๆ เปิดหน้าสุดท้ายของสมุดปกหนังเล่มนั้น ลายมือของคนคุ้นเคยที่เธอจดจำได้ดีปรากฏอยู่ตรงหน้า ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเข้าไร่ ขัดจังหวะความเงียบสงัดจนทั้งคู่ต้องหันไปมองพร้อมกัน
หญิงวัยกลางคนในชุดสุภาพที่ดูหรูหราผิดกับบรรยากาศสวนส้มก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าศาลา เธอถือซองจดหมายสีขาวสะอาดตาในมือ แววตาที่จ้องมองมายังรินรดานั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก
“ดิฉันมาตามทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของตระกูลเรา... และดูเหมือนว่าความลับที่พวกคุณกำลังพยายามปกปิดกันอยู่นี้ มันกำลังจะถึงจุดสิ้นสุดแล้วล่ะค่ะ”
สวนส้มปลายฟ้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและค้นหาความจริงไปพร้อมกับรินรดานะคะ
ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ•ตอนที่ 19
ความลับในไร่ข้างๆ
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!