"หนึ่งโหล... สองโหล... สามโหล... ครบแล้วค่ะกวิน"
รินรดากระซิบเบาๆ ราวกับกลัวว่าหากออกเสียงดังเกินไป ความฝันที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊กตัวยาวในโรงเรือนแปรรูปจะอันตรธานหายไป ขวดแก้วทรงสูงที่บรรจุแยมส้มสีทองอำพันสะท้อนแสงไฟสลัวดูราวกับดวงตะวันที่ถูกกักขังไว้ในเนื้อแก้ว เธอจดจ้องมันด้วยแววตาที่สั่นระริก ปลายนิ้วเรียวสวยแตะลงบนฉลากกระดาษสาที่เธอออกแบบเองกับมืออย่างแผ่วเบา
"สีสวยเหมือนความพยายามของคุณเลยนะ" กวินที่ยืนพิงกรอบประตูโรงเรือนเอ่ยขึ้น เขาสวมเสื้อเชิ้ตลินินสีขาวที่เปื้อนคราบดินจางๆ พับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นท่อนแขนแข็งแรง เขายกแก้วกาแฟขึ้นจิบ สายตาที่มองรินรดาไม่ได้ฉายแววเพียงความชื่นชม แต่มันมีความภาคภูมิใจลึกๆ ซ่อนอยู่—ความภูมิใจที่ได้เห็นดอกไม้ที่เขาคอยรดน้ำพรวนดิน กำลังผลิบานด้วยตัวเอง
รินรดาหันกลับมา ยิ้มให้เขาจนตาปิด "มันไม่ใช่แค่แยมส้มแล้วนะคะ แต่มันคือคำตอบของคำถามที่ว่า ฉันจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้จริงๆ ไหม"
"แล้วคำตอบคืออะไรล่ะครับ... เอ้ย คืออะไรล่ะคะ?" กวินชะงักเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้คำผิดจนเจ้าตัวขำคิกออกมา
"คำตอบอยู่ในกล่องพวกนี้แหละค่ะ" รินรดาขยับเข้าไปใกล้โต๊ะ หยิบปากกาเคมีขึ้นมาเขียนเลขลำดับลงบนกล่องกระดาษลูกฟูกที่เตรียมไว้สำหรับจัดส่งพัสดุล็อตแรก "พรุ่งนี้เราจะส่งออกไปจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ผ่านเพจสวนส้มปลายฟ้าที่ฉันเพิ่งเปิดเมื่อคืนนี้... คุณว่ามันจะขายออกไหมคะ? หรือฉันกำลังหลอกตัวเองอยู่ว่าสิ่งที่ฉันชอบ คนอื่นเขาก็จะชอบด้วย"
กวินเดินเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดน้อยลงจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของเปลือกส้มอบอวลในอากาศ เขาหยิบขวดแยมขวดหนึ่งขึ้นมา หมุนดูฉลากที่พิมพ์ชื่อแบรนด์ 'ปลายฟ้า' อย่างประณีต ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะด้วยจังหวะที่มั่นคง
"ริน คุณจำตอนที่เราลองกวนแยมหม้อแรกจนไหม้ติดก้นกระทะได้ไหม?" เขาถาม สายตาจดจ้องที่ใบหน้าเนียนใสของเธอ "ตอนนั้นคุณร้องไห้ แล้วบอกว่าชีวิตกราฟิกดีไซน์ที่ไม่มีความสุขมันต่างอะไรกับแยมไหม้ๆ หม้อนั้น... แต่ดูตอนนี้สิ แยมพวกนี้ไม่ได้มีแค่รสส้ม แต่มันมีกลิ่นหอมของความอดทน กลิ่นของลมหนาวที่พัดผ่านสวนเรา และที่สำคัญที่สุด... มันมีหัวใจของคุณอยู่ในนั้น"
รินรดานิ่งไป หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเล็กน้อยกับถ้อยคำที่เปรียบเปรยอย่างอบอุ่นของชายหนุ่ม เธอไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่ก้มหน้าลงจัดการปิดกล่องพัสดุด้วยเทปกาวสีน้ำตาลเสียงดังแกรกๆ เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดที่เริ่มขับขานรับยามค่ำคืนอยู่ภายนอก
"กวินคะ... ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีใครสั่งเลยสักกล่อง คุณจะยังมองว่ามันเป็นผลงานที่ภูมิใจอยู่ไหม?" เธอถามขณะดึงเทปจนขาดออกจากม้วน เงยหน้ามองเขาด้วยแววตาที่วูบไหว
กวินก้าวเข้ามาใกล้จนเกือบชิด ร่างสูงโปร่งของเขาบดบังแสงไฟดวงเล็กในห้อง รินรดารู้สึกได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที แต่ยื่นมือมาวางบนมือของเธอที่กำลังสั่นน้อยๆ บนฝากล่อง
"ถ้าไม่มีใครสั่งสักกล่อง ผมนี่แหละจะเป็นคนเหมาหมดเอง" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มทุ้มแต่มั่นคง "ไม่ใช่เพราะความสงสาร แต่เพราะผมรู้ดีว่าเบื้องหลังรสชาติหวานอมเปรี้ยวนี้ คือผู้หญิงที่กล้าทิ้งชีวิตวุ่นวายในเมืองหลวง เพื่อมาเรียนรู้วิธีเติบโตไปพร้อมกับต้นส้ม... การมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเองและสิ่งที่เป็นความสุขเล็กๆ แบบนี้ มันคือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วไม่ใช่เหรอคะ?"
รินรดาพยักหน้าช้าๆ น้ำตาคลอหน่วยด้วยความตื้นตัน ความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำทำงานหลายสัปดาห์มลายหายไปสิ้น แต่ทว่า... ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังอุ่นไอไปด้วยความรู้สึกดีๆ เสียงเคาะประตูด้านหน้าโรงเรือนก็ดังขึ้นอย่างแรง จนทั้งคู่สะดุ้งตัวโยน
กวินหันขวับไปมองที่ประตูไม้บานเก่าที่ถูกล็อคไว้อย่างดี รินรดามองตามด้วยใจที่เต้นรัว ใครกันที่มาหาในเวลาใกล้เที่ยงคืนเช่นนี้? ท่ามกลางสวนส้มที่เงียบสงัดและมืดมิด มีเพียงแสงไฟตะเกียงที่หน้าประตูที่วูบไหวไปตามแรงลม
"ใครมาคะ?" รินรดากระซิบถามพลางคว้าแขนเสื้อกวินไว้แน่น
"อย่าเพิ่งออกไป" กวินเตือนเสียงต่ำ เขาเดินนำหน้าไปอย่างระมัดระวัง แต่ทว่าก่อนที่จะถึงประตู เสียงจากด้านนอกก็ดังแทรกเข้ามา มันไม่ใช่เสียงเคาะธรรมดา แต่เป็นเสียงเรียกที่ทำให้รินรดาต้องหน้าซีดเผือดลงทันที
"รินรดา... ฉันรู้ว่าเธออยู่ที่นี่ เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ฉันจะพังมันเข้าไป!"
น้ำเสียงนั้นคือเสียงที่รินรดาจดจำได้ดีที่สุด... เสียงของอดีตที่เธอหนีมาไกลหลายร้อยกิโลเมตร เสียงที่เธอเคยคิดว่ามันจะไม่มีวันตามหาเธอพบในสวนส้มแห่งความสุขนี้อีกต่อไป กวินหันมาสบตารินรดา สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ร่างของรินรดาชาวาบไปทั้งตัวเมื่อนึกขึ้นได้ว่า... เธอพลาดทำอะไรลงไป
รินรดารีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอแจ้งเตือนจากเพจ 'สวนส้มปลายฟ้า' ที่เพิ่งโพสต์ไปเมื่อครู่ ปรากฏว่ามีคนกดแชร์โพสต์นี้ไปนับพันครั้ง และหนึ่งในนั้น... มีชื่อบัญชีที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีปรากฏอยู่ใต้โพสต์ พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทิ้งไว้ให้เธอได้อ่านก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาลจากชายปริศนาผู้นั้น
"เจอตัวแล้วนะ... คุณหนีความจริงมานานพอแล้ว กลับไปรับผิดชอบในสิ่งที่เธอทิ้งไว้ให้จบเดี๋ยวนี้!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเป็นกำลังใจและเติบโตไปกับความอ่อนโยนของรินรดานะคะ โดยสวนส้มปลายฟ้าค่ะ
ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ•ตอนที่ 20
ความภูมิใจเล็กๆ
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!