ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ•ตอนที่ 2

กลิ่นดินและแสงแดด

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
“คุณคิดว่าดินที่ตายไปแล้ว... จะฟื้นคืนชีพได้จริงหรือคะ?” รินรดาเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ซ่านระหว่างเธอกับกวิน ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดผ้ากันเปื้อนสีมอที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมขอบรั้วไม้เก่าๆ เขายังไม่ละสายตาไปจากใบหน้าของเธอ แววตาคู่นั้นยังคงทิ้งปมปริศนาไว้ให้เธอขบคิดจนใจเต้นระทึก กวินขยับยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะโน้มตัวลงพาดแขนบนรั้วกั้น “ดินน่ะไม่เคยตายหรอกครับริน... เอ้อ ขอโทษทีค่ะ ผมหมายถึง คุณรินน่ะ มันแค่ต้องการเวลา และมือที่ถูกคู่ในการรื้อฟื้นเท่านั้นเอง” คำว่า ‘มือที่ถูกคู่’ ของเขามันฟังดูมีความหมายแฝงเกินกว่าเรื่องของการทำสวน รินรดากระชับเสื้อคาร์ดิแกนตัวบางเข้าหากันแน่น ความเย็นของน้ำค้างที่ยังไม่ทันระเหยไปจากยอดหญ้าทำให้ผิวของเธอสั่นสะท้าน เธอเบือนหน้าหนีจากสายตาคู่นั้นลงมามองที่พื้นดินแห้งแล้งในอาณาเขตบ้านพักที่เธอเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ ที่นี่ไม่มีอะไรเลยนอกจากซากกิ่งไม้แห้งและร่องรอยของสวนส้มที่ดูเหมือนจะถูกทิ้งร้างมานานหลายปี “ที่นี่ดูเหมือนป่าช้าผลไม้มากกว่าสวนส้มนะคะ” เธอเปรยพลางก้าวเท้าลงไปบนพื้นดินที่จับตัวเป็นก้อนแข็ง เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบดินแห้งดังกรอบแกรบราวกับเสียงกระดูกลั่น กลิ่นดินจางๆ ลอยมาปะทะจมูก แต่มันไม่ใช่กลิ่นหอมชื่นใจอย่างที่ควรจะเป็น มันคือกลิ่นของความอับชื้นที่ถูกกักขังไว้ใต้เถ้าถ่าน กวินไม่ได้ตอบโต้ในทันที เขามองดูหญิงสาวที่กำลังเดินสำรวจพื้นที่อย่างเก้ๆ กังๆ ท่าทางของเขาดูผ่อนคลาย ต่างจากเธอที่ดูเหมือนคนกำลังเดินอยู่ในสนามรบที่มองไม่เห็นกระสุน เขาคว้าจอบด้ามยาวที่พิงอยู่ข้างรั้วแล้วยื่นส่งผ่านช่องว่างระหว่างไม้ระแนงให้เธอ “ถ้าอยากได้ส้มหวานๆ คุณก็ต้องเริ่มจากการขุดลงไปลึกกว่าที่มองเห็นนะคะ ดินใต้ผิวหน้านี้ยังมีสารอาหารอยู่ เพียงแต่ต้องกล้าพอที่จะพลิกมันขึ้นมา” เขากล่าวพลางมองเธอด้วยสายตาที่ดูอ่อนโยนขึ้น หากแต่รอยยิ้มเดิมที่ดู ‘ว่างเปล่า’ ยังคงแต้มอยู่ที่มุมปากของเขา “ระวังนะคะ... บางทีการขุดลงไปลึกเกินไป อาจจะไปเจอสิ่งที่ไม่ได้อยากเห็นก็ได้” รินรดาชะงักมือที่กำลังจะคว้าจอบ “คุณหมายความว่ายังไงคะ?” “เปล่าค่ะ แค่เตือนว่าที่ดินแปลงนี้มีประวัติศาสตร์ที่ค่อนข้าง... หนักหนาสาหัส” เขาเปลี่ยนท่าทางมายืนตรงแล้วกอดอก สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบอาณาเขตบ้านของเธอ “ทำไมถึงเลือกซื้อบ้านหลังนี้คะ? ทั้งที่ราคาถูกจนน่าตกใจแบบนั้น” “ฉันแค่อยากเริ่มต้นใหม่... อยากหนีจากความวุ่นวายในเมือง และที่นี่ดูสงบดีค่ะ” “สงบจนน่ากลัวสินะคะ” กวินต่อประโยคให้เสร็จสรรพ เสียงของเขาเรียบเรื่อยจนน่าขนลุก “คุณรู้ไหมคะว่าเจ้าของเดิมก่อนหน้าคุณ เขาไม่ได้ย้ายออกไปเพราะเหตุผลทางธุรกิจหรอกนะ” รินรดานิ่งงัน หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำจนรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในอก เธออยากจะเดินหนีจากคนข้างบ้านคนนี้ แต่ขาของเธอกลับปักหลักอยู่กับที่ราวกับถูกดินเหนียวดูดไว้ กวินก้าวเท้าเข้ามาใกล้รั้วอีกนิด แสงแดดอ่อนๆ ยามสายส่องกระทบใบหน้าของเขา ทำให้เห็นแววตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความอบอุ่นจอมปลอมนั้นชัดเจนขึ้น มันไม่ใช่ความหวังดี... แต่มันคือความกระหายที่อยากเห็นเธอเผชิญกับบางอย่าง “เขาหายไปไหนคะ?” รินรดาถามด้วยเสียงที่สั่นพร่า กวินไม่ตอบ เขาเพียงแค่เอื้อมมือไปหยิบเศษเปลือกส้มแห้งกรังขึ้นมาจากพื้นไม้รั้วแล้วขยี้มันในอุ้งมือจนแหลกเป็นผงละเอียด “ที่นี่มีกลิ่นเฉพาะตัวนะคะ กลิ่นของส้มที่สุกงอมเกินไปจนเน่าเสีย... คุณลองดมดูสิ” เขาถือวิสาสะข้ามรั้วเตี้ยๆ นั้นเข้ามาในเขตบ้านของเธออย่างรวดเร็ว กลิ่นกายสะอาดสะอ้านของเขาปะปนกับกลิ่นจางๆ ของปุ๋ยอินทรีย์ที่เขามักจะใช้ รินรดาผงะถอยหลัง แต่เขากลับคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ แล้วจูงเธอไปที่ต้นส้มต้นใหญ่ที่สุดซึ่งยืนต้นตายอยู่กลางสวน เปลือกไม้ของมันแห้งกรอบและมีรอยขีดข่วนคล้ายรอยเล็บคนพยายามตะกุยหนี “คุณรินคะ ลองใช้มือนั่น... ขุดตรงโคนต้นนี้ดูสิคะ” เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กดดัน รินรดามองมือตัวเองสลับกับโคนต้นส้ม เธอลังเล แต่ความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้เหมือนมีแรงดึงดูดประหลาดทำให้เธอค่อยๆ คุกเข่าลงบนดิน ปลายเล็บของเธอสัมผัสกับเนื้อดินที่เย็นเยียบผิดปกติ เธอเริ่มขุด... ช้าๆ แต่หนักแน่น หนึ่งนิ้ว... สองนิ้ว... จนกระทั่งเล็บของเธอสัมผัสกับวัตถุแข็งๆ บางอย่างที่ฝังลึกอยู่ใต้โคนต้นส้มนั้น “อะไรคะ... มันคืออะไร?” เธอพึมพำ น้ำตาเริ่มรื้นขึ้นที่ขอบตาด้วยความกลัวที่ก่อตัวขึ้นอย่างกะทันหัน กวินทรุดตัวลงนั่งยองๆ ข้างเธอ เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ข้างหู รอยยิ้มของเขาในตอนนี้ไม่ได้ดูอบอุ่นหรือใจดีอีกต่อไป แต่มันคือรอยยิ้มของผู้ชนะที่เฝ้าคอยดูเหยื่อติดกับ “ดูให้ดีนะคะริน... นี่แหละคือเหตุผลว่าทำไมสวนส้มที่นี่ถึงไม่เคยตายสนิท” รินรดาตัดสินใจออกแรงดึงวัตถุนั้นขึ้นมาจากหลุมดิน ดินสีดำร่วงกราวลงมาจากสิ่งของที่เปื้อนคราบโคลน มันคือกล่องดนตรีไม้เก่าๆ ที่สลักชื่อ ‘กวินทร์’ เอาไว้ด้วยลายมือที่คุ้นตา... ลายมือของใครบางคนที่เธอเพิ่งอ่านพบในจดหมายเก่าในห้องเก็บของเมื่อคืนนี้ มือของเธอสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อเห็นรอยนิ้วมือเปื้อนเลือดแห้งกรังบนกล่องดนตรีนั้น และในวินาทีที่เธอกำลังจะเงยหน้าขึ้นถาม กวินก็เอื้อมมือมาปิดปากเธอไว้แน่น “ชู่ว... อย่าส่งเสียงดังค่ะริน” เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เพราะเจ้าของเก่าเขายังเฝ้ามองคุณอยู่... จากใต้เท้าที่คุณกำลังเหยียบอยู่นี่เอง” หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมลุ้นและเดินทางไปกับรินรดาในสวนส้มแห่งความลับนี้ด้วยกันนะคะ ขอบคุณจากใจค่ะ - สวนส้มปลายฟ้า
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%