ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ•ตอนที่ 1

บ้านปลายฟ้าในความทรงจำ

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
# บ้านปลายฟ้าในความทรงจำ "สัญญาเช่าฉบับนี้ไม่มีผลแล้ว ถ้าคุณยังดึงดันจะเข้าไป รอยร้าวบนคานบ้านนั่นอาจจะถล่มลงมาทับคุณเสียก่อน" เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้รินรดาชะงักมือที่กำลังไขกุญแจรั้วเหล็กสนิมเขรอะ เธอไม่ได้หันไปมองในทันที แต่กวาดสายตามองผ่านซี่รั้วเข้าไปในอาณาเขตที่เคยเป็นดั่งสรวงสวรรค์ในวัยเด็ก ต้นส้มที่ควรจะเรียงรายสวยงาม บัดนี้กลายเป็นเพียงกิ่งก้านแห้งกรังที่เกี่ยวพันกันยุ่งเหยิงเหมือนโครงกระดูกที่โหยหาการชำระล้าง กลิ่นอายของดินชื้นและใบไม้เน่าเสียโชยเตะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นความทรงจำที่เธอโหยหา แต่มันคือกลิ่นของความพ่ายแพ้ที่เธอกำลังแบกรับมาจากเมืองหลวง "บ้านหลังนี้เป็นสมบัติของฉันตามพินัยกรรมค่ะ และฉันคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะเสี่ยงชีวิตกับคานไม้ผุๆ พวกนี้" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสั่นไหวเล็กน้อยในตอนท้าย เธอหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียง กวินยืนพิงรั้วไม้ระแนงของไร่ข้างๆ ดวงตาคู่คมภายใต้คิ้วเข้มจ้องมองเธอราวกับจะประเมินว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่แบกกระเป๋าเป้ใบใหญ่ไว้ข้างหลังคนนี้จะอยู่รอดได้นานกี่วันในสวนที่ถูกทิ้งร้างมาเกือบสิบปี "สิทธิ์น่ะมีค่ะ แต่ความฉลาดน่ะ... ดูจะเหลือน้อยไปหน่อยนะคุณรินรดา" เขาหยิบกุญแจดอกหนึ่งขึ้นมาแกว่งเล่นที่ปลายนิ้ว "แม่ของคุณเคยฝากฝังให้ผมช่วยดูแลสวนนี้ตอนที่แกไป แต่ดูเหมือนคุณจะลืมไปแล้วว่าที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของเด็กหญิงรินคนเดิมอีกต่อไป" รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำสายสะพายเป้จนข้อนิ้วขาวซีด งานกราฟิกที่เธอทำมาตลอดห้าปีแลกมาด้วยอาการนิ้วล็อคและภาวะหมดไฟจนเกือบจะพังทลาย การกลับมาที่นี่ไม่ใช่การพักร้อน แต่มันคือการหนีจากโลกที่บีบคั้นเธอจนแทบหายใจไม่ออก "ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือค่ะ โดยเฉพาะจากคนที่มองว่าการรื้อฟื้นชีวิตให้สวนนี้เป็นเรื่องไร้สาระ" เธอหมุนตัวกลับไปที่ประตูรั้วอีกครั้ง ออกแรงผลักด้วยความโกรธจนบานพับเหล็กที่ตายสนิทส่งเสียงร้องประท้วงยาวแหลม บาดลึกเข้าไปในความเงียบงันของหุบเขา แต่รั้วไม่ได้เปิดออก แรงมหาศาลจากฝ่ามือหนาที่เอื้อมมาทาบทับมือเธอไว้ทำให้นิ่งไป กวินขยับเข้ามาใกล้จนรินรดาได้กลิ่นหอมสะอาดของพืชสมุนไพรและไอแดดจางๆ จากตัวเขา มันเป็นกลิ่นที่น่ารังเกียจเพราะมันทำให้หัวใจที่เย็นชาของเธอเผลอกระตุกไหว "ผมไม่ได้บอกว่ามันไร้สาระ" เขาขยับเข้ามาใกล้จนไหล่แทบชิดกัน กระซิบด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคน "ผมแค่จะบอกว่า... กุญแจที่คุณถืออยู่นั่นมันเป็นของโกดังเก็บปุ๋ย ส่วนกุญแจบ้านที่แท้จริง อยู่ในกระเป๋ากางเกงหลังของคุณ... ซึ่งตอนนี้มันกำลังจะหล่นลงไปในร่องระบายน้ำแล้ว" รินรดารีบก้มมองตามสัญชาตญาณ และทันทีที่เธอเบี่ยงตัวออก กวินก็คว้าพวงกุญแจที่ร่วงหล่นลงมาได้อย่างแม่นยำก่อนที่มันจะจมหายไปในโคลน ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงแมลงในพงหญ้าที่ส่งเสียงร้องเตือนถึงอาคันตุกะผู้มาเยือน รินรดายืนตัวแข็งทื่อ ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เพราะความซุ่มซ่ามของตัวเองที่ตอกย้ำว่าเธอไม่พร้อมสำหรับที่นี่จริงๆ "เอาล่ะ" กวินยื่นกุญแจคืนให้ แต่เขายังไม่ถอยออกไป "ถ้าคุณตั้งใจจะเริ่มพรุ่งนี้ ผมว่าคุณควรรีบไปเช็คสภาพข้างในก่อนที่แสงจะหมด เพราะถ้าคุณเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจริงๆ ผมไม่มีอารมณ์ไปแบกคุณไปโรงพยาบาลหรอกนะ" รินรดารับกุญแจมา ดวงตาสบกับดวงตาคู่นั้นที่ดูเหมือนจะล้อเลียนแต่ก็มีความเป็นห่วงเจือปนอย่างประหลาด เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ก้าวเดินเข้าไปในสวนที่รกชัฏ กิ่งส้มแห้งๆ เกี่ยวเสื้อผ้าของเธอจนขาดวิ่น เธอเดินลึกเข้าไปจนถึงระเบียงบ้านไม้หลังเก่าที่เคยเป็นที่นั่งเล่นยามบ่าย บ้านไม้สักหลังใหญ่ดูทรุดโทรมลงมาก หน้าต่างบานหนึ่งเปิดอ้าออกเพราะสายลม ฝุ่นผงคละคลุ้งในอากาศราวกับม่านหมอก รินรดาไขกุญแจด้วยมือที่สั่นเทา บานประตูเปิดออกเผยให้เห็นความมืดมิดภายใน ทว่า ทันทีที่เธอก้าวเท้าเข้าไปในห้องโถง สิ่งที่สะท้อนผ่านหน้าต่างบานที่แตกละเอียดทำให้เธอต้องหยุดกึก กลางโต๊ะรับแขกกลางห้อง... มีถ้วยกาแฟเซรามิกที่ยังมีควันลอยกรุ่นส่งกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วสดใหม่วางอยู่ ราวกับว่าเพิ่งจะมีคนนั่งดื่มมันเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้เอง ไม่ใช่แค่ถ้วยเดียว แต่มันมีสองถ้วยที่วางคู่กัน พร้อมกับบันทึกหน้าหนึ่งที่เปิดทิ้งไว้ ลายมือที่ปรากฏบนกระดาษนั่น... เป็นลายมือของพ่อเธอเองที่เสียชีวิตไปเมื่อสิบปีที่แล้ว พร้อมข้อความที่เขียนด้วยหมึกสีแดงสดว่า: *'ริน... อย่าไว้ใจคนที่ยืนอยู่ข้างหลังลูกตอนนี้'* รินรดาใจหายวาบ เธอหันขวับกลับไปมองที่ประตูบ้านที่เธอเพิ่งเปิดเข้ามา กวินยังคงยืนอยู่ที่เดิมตรงขอบรั้ว เขากำลังมองมาที่เธอด้วยรอยยิ้มที่เธอเพิ่งสังเกตเห็นว่า... มันไม่ได้อบอุ่นอย่างที่เธอเคยคิด แต่มันคือรอยยิ้มที่ซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ภายใต้แววตาที่ว่างเปล่า ด้วยความรักและปรารถนาดีต่อผู้อ่านทุกท่าน ขอให้มีความสุขกับการติดตามชีวิตของรินรดาในสวนส้มปลายฟ้านะคะ
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%