กลิ่นหอมกรุ่นของเปลือกสลัดส้มยูซุและน้ำมันหอมระเหยจากผิวส้มที่เพิ่งถูกฝานด้วยมีดคมกริบ ลอยอบอวลตัดกับกลิ่นไอน้ำอุ่นๆ จากหม้อตุ๋นในครัวเล็กๆ ของบ้านสวนปลายฟ้า
รินรดากำลังยืนนิ่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ไม้สัก ปลายมีดในมือหยุดชะงักลงครึ่งจังหวะ ขณะที่ดวงตากลมโตมองจดจ่ออยู่กับแผ่นกระดาษโน้ตสีเหลืองอ่อนที่แปะไว้บนตู้เย็น โน้ตแผ่นนั้นไม่ใช่ลายมือของเธอเอง แต่เป็นลายมือหวัดๆ แต่สะอาดตาของคุณกวิน ชายหนุ่มเจ้าของไร่ออร์แกนิกข้างบ้านที่มักจะทิ้งร่องรอยความใส่ใจไว้เสมอ—ข้อความสั้นๆ ที่เขียนไว้เมื่อวานนี้ว่า *“ระวังฝนช่วงบ่ายนะ เดี๋ยวผมเอาผ้าใบมาคลุมแปลงผักสลัดให้”*
เธอเผลอยกปลายนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองโดยไม่รู้ตัว หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งเมื่อนึกถึงรอยยิ้มอบอุ่นยามที่เขาเอ่ยเตือนด้วยความห่วงใยเมื่อวานนี้ รอยยิ้มที่ไม่ได้ฉาบฉวย แต่เป็นรอยยิ้มที่ทำให้มุมห้องรกๆ และจิตใจที่เคยแห้งแล้งของเธอกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นทีละน้อย
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่ก้าวแรกที่เธอหอบเอาความเหนื่อยล้าจากเมืองกรุงมาซุกตัวอยู่ที่นี่ สวนส้มแห่งนี้เปรียบเสมือนพื้นที่พักAใจ และคุณกวินก็คือ... อะไรกันแน่นะ?
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก ภายในอกมีความรู้สึกแปลกประหลาดอัดแน่นจนแทบจะล้นทะลัก มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกขอบคุณในฐานะเพื่อนบ้านที่ดี ไม่ใช่ความรู้สึกปลอดภัยเวลาที่เขาช่วยซ่อมแซมก๊อกน้ำรั่วหรือต่อเติมค้างแปลงผักให้ และยิ่งไม่ใช่ความคุ้นเคยธรรมดา
ภาพเหตุการณ์เมื่อช่วงเย็นวานซ้อนทับขึ้นมาในห้วงคำนึง ขณะที่เธอกำลังปีนบันไดเพื่อเก็บผลส้มลูกงามที่ปลายกิ่งสูง บันไดไม้เกิดโยกเยกจนเธอหลับตาปี๋เตรียมรับความเจ็บจากการร่วงหล่น ทว่าอ้อมแขนกว้างและแผ่นอกอบอุ่นของกวินกลับเข้ามารับตัวเธอไว้ทันท่วงที ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดอยู่ข้างขมับ เสียงหัวใจของเขาที่เต้นรัวสะท้อนผ่านเสื้อเชิร์ตผ้าลินิน และสายตาคู่คมที่มองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอในระยะกระชั้นชิด... วินาทีนั้น โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน ความกลัวหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่ซึมลึกเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ
"หรือว่า..." รินรดารำพึงกับตัวเองแผ่วเบา เสียงของเธอจมหายไปกับเสียงเดือดปุดๆ ของซุปส้มในหม้อ
เธอพยายามปฏิเสธความจริงข้อนี้มาตลอด เพราะกลัวว่าความสัมพันธ์ที่กำลังงอกงามอย่างเป็นธรรมชาติจะพังทลายลง หากเธอดึงเอาความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่า "เพื่อนบ้าน" เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ในวินาทีนี้ เมื่อเธอนั่งลงทบทวนเรื่องราวทั้งหมด ทบทวนทุกครั้งที่หัวใจเต้นแรงยามได้ยินเสียงฝีเท้าคุ้นเคยเดินมาเคาะประตูบ้าน ทบทวนทุกรอยยิ้มและอาหารอร่อยๆ ที่เขาคอยส่ง1แบ่งปัน รินรดาก็ตกผลึกทางความคิดได้อย่างชัดเจน
นี่ไม่ใช่ความหลงใหลชั่วครั้งชั่วคราว แต่มันคือความรัก ความรักที่หยั่งรากลึกและเติบโตขึ้นอย่างเงียบงัน เหมือนกับต้นส้มที่ค่อยๆ ผลิใบและออกดอกทีละนิด จนกระทั่งวันนี้ มันได้ผลิดอกออกผลเต็มต้นในใจเธอเสียแล้ว
"รินคะ..."
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางประตูกระจกบานเลื่อนด้านหลังบ้าน ทำให้รินรดาสะดุ้งสุดตัว หัวใจกระโจนขึ้นมาอยู่ที่คอหอยด้วยความตกใจ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อหันไปพบว่ากวินยืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เขาสวมเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวตัวโปรด บนเรือนผมมีหยาดน้ำค้างผสมละอองฝนบางเบา มือข้างหนึ่งถือตะกร้าหวีบใส่ส้มสายน้ำผึ้งสดๆ ที่เพิ่งเก็บมาจากแปลง ส่วนอีกข้างถือร่มพับคันใหญ่
"คุณ... คุณกวิน มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย?" รินรดาถามเสียงสั่น พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้หลุดพิรุธออกไป
กวินไม่ได้ตอบทันที เขาก้าวเข้ามาในครัว กลิ่นอายความสดชื่นของธรรมชาติและกลิ่นอายฝนจางๆ ลอยตามเข้ามาด้วย ชายหนุ่มวางตะกร้าส้มลงบนเคาน์เตอร์ ก่อนจะใช้สายตาคู่คมสำรวจใบหน้าของเธออย่างละเอียดอ่อน ทอดมองดวงตาที่ไหวระริกและพวงแก้มที่ขึ้นสีระเรื่ออย่างรู้เท่าทัน
"เพิ่งมาถึงค่ะ เห็นประตูกระจกไม่ได้ล็อก เลยเคาะเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบ..." กวินเว้นจังหวะ ดวงตาพินิจพิเคราะห์มองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว ราวกับพยายามอ่านความลับที่ซ่อนอยู่ภายใน "เห็นคุณยืนเหม่อ... คิดอะไรอยู่หรือเปล่าคะ หน้าแดงเชียว ไม่สบายหรือเปล่า?"
คำถามนั้นเรียบง่าย แต่สายตาที่เขามองมากลับเต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างล้นปรี่ ความใกล้ชิดที่ทิ้งระยะห่างเพียงแค่เอื้อมทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกดึงดูดเข้าไปในแรงโน้มถ่วงที่เธอไม่อาจหลีกหนี
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น มือบางที่กำทัพพีทำครัวอยู่ข้างตัวเริ่มสั่นน้อยๆ เธอรู้ว่านี่คือโอกาส เธอรู้ว่าความรู้สึกที่เพิ่งตกผลึกในใจมันเรียกร้องอะไร และเธอก็ไม่อยากจะหลบซ่อนความรู้สึกนี้ไว้อีกต่อไปแล้ว
"ริน... กำลังคิดเรื่องของเราค่ะ" รินรดาตัดสินใจเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ความกล้าหาญที่ไม่รู้ว่าไปเอามาจากไหนพรั่งพรูออกมาพร้อมกับน้ำเสียงที่แม้จะสั่นพร่าแต่มั่น1คง
กวินชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าจางหายไปแทนที่ด้วยความประหลาดใจระคนประกายความไหววูบในดวงตา เขานิ่งเงียบ รอฟังด้วยความตั้งใจ
ก่อนที่รินรดาจะได้เอื้อนเอยความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในใจออกไปจนหมดสิ้น เสียงเคาะประตูกรั่วหน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างกระชั้นชิด ตามมาด้วยเสียงตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยความตื่นตระหนกจากเสียงของป้าเพ็ญ เพื่อนบ้านรุ่นพี่อีกคน
"คุณริน! คุณรินคะ! แย่แล้วค่ะ รีบออกมาดูนี่เร็วเข้า มีแขกไม่ได้รับเชิญมาที่ไร่ของคุณ!"
รินรดาและกวินหันขวับไปมองทางหน้าบ้านพร้อมกัน สัญชาตญาณบางอย่างบอกให้รู้ว่า ความสงบสุขในสวนส้มแห่งนี้กำลังจะถูกสั่นคลอนด้วยเงาร่างของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาในชีวิตเธออย่างไม่คาดฝัน และบุคคลผู้นั้น... กำลังเปลี่ยนทิศทางลมหายใจของเธอไปตลอดกาล
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินรดากับคุณกวินมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ•ตอนที่ 50
ความรู้สึกที่ตกผลึก
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!