กลิ่นไอน้ำอุ่นๆ จากถ้วยต้มข้าวโอ๊ตผสมฟักทองสดยังคงลอยกรุ่นอยู่กลางห้องครัวเล็กๆ ในบ้านไม้สีขาว ปลายช้อนเซรามิกสีครีมกระทบกับขอบถ้วยเบาๆ สร้างเสียงก้องกังวานในความเงียบสงบยามค่ำคืน กวินขยับเสื้อเชิร์ตผ้าลินินสีฟ้าอ่อนที่พับแขนขึ้นจนถึงข้อศอกให้เข้าที่ ดวงตาคมเข้มฉายแววกังวลอย่างปิดไม่มิด ขณะที่เขาก้าวเดินอย่างระมัดระวังขึ้นบันไดไม้ทีละขั้น เพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังรบกวนคนที่กำลังพักผ่อนอยู่ด้านบน
บนเตียงนอนนุ่ม รินรดากำลังนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ลมหายใจของเธอยังคงร้อนผ่าวและติดขัดเล็กน้อยจากพิษไข้ที่จู่โจมอย่างกะทันหันตั้งแต่ช่วงบ่าย ใบหน้าหวานที่มักจะสดใสระเรื่อด้วยรอยยิ้มยามได้ดูแลแปลงผัก ตอนนี้กลับซีดเซียวจนน่าใจหาย เรือนผมสีน้ำตาลเข้มสลวยสยายเคลียอยู่บนหมอนใบโต ขอบตาสองข้างช้ำเล็กน้อยจากการนอนซมมาหลายชั่วโมง
"คุณรินคะ... ตื่นขึ้นมาทานอะไรสักหน่อยรึยังคะ จะได้ทานยาแล้วนอนพักยาวๆ นะคะ"
เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเรียกแผ่วเบา พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่หย่อนกายลงนั่งบนขอบเตียงอย่างระมัดระวัง กวินเอื้อมมือหนาแต่สัมผัสแผ่วเบาแตะลงบนหน้าผากเนียนที่ยังคงมีไอความร้อนคุกรุ่น เขานิ่วหน้าเล็กน้อยด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบในอกที่เห็นหญิงสาวต้องมาเผชิญความเจ็บป่วยตามลำพังเช่นนี้ โชคดีที่เขาแวะมาตรวจดูแปลงสลัดด้านหลังบ้านแล้วเอะใจกับความเงียบผิดปกติ ไม่อย่างนั้นเธอคงนอนไข้ขึ้นสูงจนหมดสติไปแล้วแน่ๆ
รินรดาค่อยๆ เปลือกตาหนักอึ้งขึ้นอย่างยากลำบาก ดวงตากลมโตคู่นั้นไหวระริกยามเมื่อโฟกัสภาพตรงหน้า เธอเห็นใบหน้าอันคุ้นเคยของชายหนุ่มข้างบ้านที่มักจะปรากฏตัวในยามที่เธอต้องการความช่วยเหลือเสมอ รอยยิ้มฝื่อนๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากแห้งผากของเธอ
"คุณกวิน..." เสียงหวานแหบแห้งจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ริน... รินคงเป็นภาระให้คุณอีกแล้วใช่ไหมคะเนี่ย เกรงใจคุณจังเลยค่ะ"
"อย่าพูดเหลိုးไหลเลยค่ะ" กวินตัดบทด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความดุเล็กน้อย แต่แววตากลับอ่อนโยนจนแทบจะละลาย "การที่คนเราจะห่วงใยใครสักคน มันไม่ใช่ภาระหรอกนะคะ... รินป่วยหนักขนาดนี้ ถ้าผมไม่มาดูแล แล้วใครจะมาดูแลล่ะคะ หืม?"
คำพูดเรียบง่ายแต่จริงใจนั้นทำเอาหัวใจดวงน้อยๆ ของรินรดากระตุกวูบ ความรู้สึกอุ่นวาซ่านแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางความหนาวสั่นจากพิษไข้ เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นที่สะท้อนภาพเงาของเธอเอง กวินไม่ได้มองเธอแค่ในฐานะเพื่อนบ้านผู้แสนดี... สายตาคู่นั้นมันเกินเลยขอบเขตคำว่าเพื่อนสนิทไปไกลเหลือเกินแล้ว
กวินวางถ้วยข้าวโอ๊ตลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างเบามือ ก่อนจะหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กที่ชุบน้ำอุ่นจนหมาดขึ้นมา รินรดารู้สึกตัวเกร็งขึ้นมาทันทีเมื่อชายหนุ่มขยับเข้ามาใกล้เพื่อจะเช็ดตัวให้เธอ
"เอ่อ... คุณกวินคะ ไม่เป็นไรค่ะ ริน... รินเช็ดเองได้ค่ะ" เธอยกมืออันสั่นเทาขึ้นปฏิเสธ พร้อมกับพยายามจะดันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่ความอ่อนเพลียทำให้ร่างกายทรุดฮวบลงไปทันที
"อย่าดื้อเลยค่ะ รินไม่มีแรงแม้แต่จะทรงตัวด้วยซ้ำนะตอนนี้ นอนนิ่งๆ เถอะค่ะ ให้ผมได้ดูแลคุณบ้าง"
คำพูดเด็ดขาดแต่แฝงด้วยความทะนุถนอมทำให้รินรดาจำต้องยอมจำนน เธอหลับตาลงอย่างจำยอม ปล่อยให้ความอุ่นละมุนจากผ้าขนหนูค่อยๆ ลูบไล้ไปตามกรอบหน้า ลำneck และเรียวแขนอย่างสุภาพและให้เกียรติ ทุกสัมผัสของกวินเต็มไปด้วยความระมัดระวังราวกับเธอนั้นเป็นแก้วตาดวงใจที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ กลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ จากตัวของชายหนุ่มที่ลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน
เมื่อเช็ดตัวเสร็จเรียบร้อย กวินก็จัดการประคองร่างบางให้นั่งพิงหัวเตียงโดยมีหมอนใบใหญ่หนุนหลังให้มั่นคง เขากวาดสายตามองถ้วยข้าวโอ๊ตอุ่นๆ ก่อนจะตักขึ้นมาเป่าเบาๆ จนไอความร้อนจางลง แล้วจึงยื่นมาจ่อริมฝีปากแห้งผากของเธอ
"อ้าปากนะคะ... ทานสักหน่อยนะ จะได้มีแรงสู้กับไข้"
รินรดากัดริมฝีปากเล็กน้อยด้วยความประหม่า ความใกล้ชิดในยามวิกาลเช่นนี้ทำให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความหวานปนความอึดอัดใจแปลกๆ เธอยอมอ้าปากรับข้าวโอ๊ตรสชาติกลมกล่อมลงคอ รสสัมผัสอุ่นๆ ช่วยบรรเทาความเจ็บคอได้เป็นอย่างดี กวินป้อนเธอคำแล้วคำเล่าด้วยความใส่ใจ คอยใช้ทิชชูเช็ดมุมปากให้เธออย่างนุ่มนวลราวกับเธอกำลังป่วยไข้อยู่ในอ้อมกอดของคนรัก
"อร่อยไหมคะ ฝีมือผมอาจจะไม่เท่าเชฟมืออาชีพ แต่รับรองว่าใส่ความห่วงใยลงไปเต็มร้อยเลยนะ" กวินเอ่ยหยอกล้อเบาๆ เพื่อบรรยากาศความตึงเครียด
รินรดาอดไม่ได้ที่จะหลุดยิ้มบางๆ ออกมา "อร่อยค่ะ... ขอบคุณนะคะคุณกวิน ถ้าไม่ได้คุณ รินคงแย่แน่ๆ เลยค่ะคืนนี้"
"รู้อย่างนี้แล้ว คราวหลังต้องดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีกว่านี้นะคะ อย่าปล่อยให้ตัวเองตากฝนรดน้ำแปลงผักจนดึกดื่นอีกรู้ไหมครับ... เอ๊ย... รู้ไหมคะ" กวินรีบแก้คำพูดของตัวเองเมื่อเผลอใช้คำติดปาก รอยยิ้มเขินๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของเชฟหนุ่ม ทำให้รินรดาหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างเอ็นดู
หลังจากทานข้าวและทานยาเสร็จ รินรดาก็เริ่มมีอาการง่วงงุนจากฤทธิ์ยา กวินช่วยจัดท่านอนให้เธอนอนราบลงไปอย่างสบาย พร้อมกับห่มผ้าห่มให้ถึงคอ ดวงตาคมมองหญิงสาวที่เริ่มเคลิ้มหลับด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอกตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เขารู้ตัวดีว่าความรู้สึกที่มีให้เธอนั้นมันก้าวข้ามคำว่า "เพื่อนบ้านที่ดี" ไปนานแล้ว และคืนนี้... ความใกล้ชิดที่ได้ดูแลเธอก็ทำให้เขาแทบจะเก็บงำความรู้สึกนี้ไว้ไม่ไหวอีกต่อไป
กวินถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ กำลังจะลุกขึ้นยืนเพื่อปล่อยให้เธอได้พักผ่อนตามลำพัง แต่ทว่า... จู่ๆ มือเรียวเล็กที่ควรจะไร้เรี่ยวแรง กลับเอื้อมขึ้นมาคว้าชายเสื้อผ้าลินินของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
รินรดายังคงหลับตาอยู่ ลมหายใจสม่ำเสมอ แต่ริมฝีปากสีซีดกลับขยับเอמהเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน
"...อย่าเพิ่งไปเลยนะคะ... อยู่เป็นเพื่อนรินก่อน... นะคะคุณกวิน"
กวินชะงักกึก ร่างสูงแข็งทื่อราวกับถูกมนต์สะกด เขาก้มลงมองมือเรียวที่กำเสื้อเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหายไปในความมืด และเมื่อเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับใบหน้ายามหลับใหลที่เจือความอ้อนวอนอย่างไม่รู้ตัว หัวใจของชายหนุ่มก็หล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม พร้อมกับเสียงฝีเท้าปริศนาที่ดังขึ้นแว่วๆ จากชั้นล่าง... เสียงเปิดประตูรั้วบ้านที่ดังเอี๊ยดอาด พร้อมกับเสียงเรียกชื่อรินรดาดังลั่นมาจากห้องโถงชั้นล่าง โดยที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเลยว่า ใครคนนั้นจะมาปรากฏตัวที่นี่ในยามวิกาลเช่นนี้!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินรดากับคุณกวินมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ•ตอนที่ 49
ความห่วงใยที่เกินเพื่อน
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!