ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ•ตอนที่ 48

หยาดเหงื่อกับความหวัง

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
"ฉันบอกว่าฉันไหวค่ะคุณกวิน... วางซุปนั่นลงเถอะนะคะ" น้ำเสียงของรินรดาแห้งผากและสั่นพร่า ร่างบางภายใต้เสื้อคลุมไหมพรมตัวโคร่งกำลังนั่งขดตัวอยู่บนโซฟาตัวยาวในห้องนั่งเล่น มือเรียวพยายามจะคว้าแฟ้มเอกสารบัญชีแปลงส้มบนโต๊ะมาตรวจต่อ แต่ปลายนิ้วกลับสั่นเทาจนแทบจะจับปากกาไม่มั่นคง ความร้อนระอุแผ่ซ่านไปทั่วผิวเนื้อจนดวงหน้าหวานซ่านสีแดงจัดด้วยพิษไข้ รอบตัวเธอยังคงหลงเหลือความหวาดหวั่นจากโทรศัพท์สายล่าสุด... เสียงทุ้มต่ำของทนายความหนุ่มรุ่นน้องที่คอยช่วยเหลือเรื่องคดีความ ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *“เอกสารสัญญาปลอมแปลง... บริษัทแม่กำลังวางแผนจะยึดครองกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนนี้ทั้งหมดในสัปดาห์หน้า”* ถ้อยคำเหล่านั้นหนักอึ้งราวกับก้อนหินที่ทับถมลงบนอก ทันทีที่วางสายจากทนายความ ร่างกายที่ฝืนตรากตรำทำงานหามรุ่งหามค่ำมาตลอดสามเดือนเต็มเพื่อเคลียร์บัญชีและดูแลแปลงส้มก็ประท้วงอย่างรุนแรง ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เล่นงานเธอจนล้มพับลงกลางห้องครัว ดีที่กวินแวะมาดูแปลงผักและไขกุญแจเข้ามาเห็นพอดี กวินไม่เอ่ยคำใดสักคำ ชายหนุ่มนิ่งเงียบอย่างที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน ความอบอุ่นที่มักฉายชัดในแววตาคู่นั้น ถูกแทนที่ด้วยประกายความกังวลและร่องรอยของความโกรธขิงที่ถูกสะกดกลั้นไว้อย่างมิดชิด เขาวางชามซุปไก่ตุ๋นยาจีนส่งกลิ่นหอมกรุ่นลงบนโต๊ะ ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ นั่งคุกเข่าลงตรงหน้าโซฟา มือหนาเอื้อมออกไปแตะหน้าผากมนที่ร้อนฉ่าอย่างแผ่วเบา "ตัวร้อนจัดขนาดนี้ ยังจะดื้อหยิบเอกสารขึ้นมาดูอีกเหรอคะริน" น้ำเสียงของกวินนุ่มนวล ทว่าเด็ดขาดจนรินรดาต้องชะงัก ดวงตากลมโตที่รื้นไปด้วยหยาดน้ำใสเงยขึ้นสบตาเขา ความอ่อนแอที่พยายามอดกลั้นมาตลอดพังทลายลงในวินาทีนั้น หยาดน้ำตาอุ่นร่วงเผาะลงบนหลังมือของชายหนุ่ม "ริน... รินกลัวค่ะคุณกวิน" เสียงสะอื้นหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก "ที่ดินผืนนี้... ต้นส้มทุกต้น แปลงผักทุกแปลง หยาดเหงื่อทุกหยดที่เราช่วยกันปลูกปั้นมันขึ้นมา... ถ้าพวกมันเอาไปได้ รินจะไม่เหลืออะไรเลย... ความฝันของริน ความพยายามทั้งหมด... มันกำลังจะพังทลายลงใช่ไหมคะ" กวินไม่ได้ปลอบโยนด้วยคำพูดหวานเลี่ยน เขายืดยตัวขึ้น โอบประคองร่างที่สั่นเทาของหญิงสาวเข้าหาอกกว้างอย่างทะนุถนอม รินรดารู้สึกได้ถึงไออุ่นและจังหวะการเต้นของหัวใจที่มั่นคงของชายหนุ่ม กลิ่นอายสะอาดๆ ของแดดและดินจางๆ จากตัวเขาทำให้ความหวาดกลัวในใจสงบลงทีละน้อย "ฟังผมนะริน" กวินกระซิบชิดขมับนุ่ม มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยอย่างอ่อนโยน "ตราบใดที่ผมยังยืนอยู่ตรงนี้... ตราบใดที่ดินในสวนส้มปลายฟ้านี้ยังผลิตผลิดอกออกผลด้วยหยาดเหงื่อและความรักของเรา ไม่มีใครหน้าไหนทั้งนั้นที่จะแย่งอะไรไปจากคุณได้ สัญญาปลอมนั่นเหรอคะ? ให้มันเป็นหน้าที่ของกฎหมายและความจริงเถอะค่ะ ส่วนตอนนี้... หน้าที่ของคุณมีอย่างเดียวเท่านั้น คือการหาย Aไข้ แล้วพักผ่อนซะ" รินรดากะพริบตาไล่หยาดน้ำตา มองลึกเข้าไปในดวงตาคมคายที่สะท้อนภาพความห่วงใยอย่างจริงใจ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจที่เหนื่อยล้า เธอพยักหน้ารับช้าๆ ยอมปล่อยให้ความอ่อนแอทั้งหมดที่มีถูกโอบอุ้มไว้ด้วยอ้อมแขนของชายหนุ่มข้างบ้านคนนี้ ช้อนเซรามิกสีขาวตักซุปไก่ร้อนๆ ขึ้นเป่าเบาๆ ก่อนจะจ่อริมฝีปากบาง รินรดายอมอ้าปากรับรสชาติกลมกล่อมที่ช่วยบรรเทาความเจ็บคอ ความเหนื่อยอ่อนและฤทธิ์ยาที่ผสมอยู่ในอาหารทำให้เปลือกตาของเธอนักหนาขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุด ศีรษะเล็กก็เอนซบลงกับลาดไหล่กว้างของกวิน ลมหายใจที่เคยติดขัดเริ่มผ่อนคลายและสม่ำเสมอขึ้น กวินนั่งนิ่งประคองร่างของหญิงสาวไว้อย่างนั้นเนิ่นนาน สายตาคมกริบทอดมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกที่สะท้อนภาพความมืดมิดของยามค่ำคืนในไร่ส้ม แววตาอบอุ่นอ่อนโยนเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุดันราวกับนักล่า เขารู้ดีว่าบริษัทแม่กลุ่มนั้นเป็นใคร และอดีตสามีของรินรดาเป็นเพียงหมากตัวกระจ้อยร่อยแค่ไหนในเกมนี้ พวกมันคิดจะใช้เล่ห์เหลี่ยมทางกฎหมายรังแกผู้หญิงตัวคนเดียวที่กำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่... ช่างเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดมหันต์เสียจริง มือหนาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอย่างไร้เสียง กดต่อสายหาบุคคลสำคัญที่เขาไม่เคยคิดจะติดต่อมาหลายปี "สวัสดีครับพี่... ผมกวินเองครับ... พอดีผมมีเรื่องอยากให้ช่วยตรวจสอบเส้นทางการเงินและเบื้องหลังของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังกลุ่มหนึ่ง... ใช่ครับ เอาให้พังไม่เป็นท่าเลยนะพี่ ผมยอมจ่ายทุกราคา..." ยังไม่ทันที่กวินจะได้ยินเสียงตอบรับจากปลายสาย เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* ท่ามกลางความเงียบสงัดยามวิกาล เสียงเคาะนั้นหนักแน่นและจงใจข่มขวัญ กวินขมวดคิ้วมุ่น วางสายโทรศัพท์ลงอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้รื่นรดาตื่น ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่หน้าต่างเพื่อแอบมองผ่านม่านมู่ลี่ ภายใต้แสงไฟสลัวจากเสาไฟหน้าบ้าน ร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูรั้ว มือข้างหนึ่งถือซองเอกสารสีน้ำตาลใบใหญ่ ส่วนมืออีกข้างกำลังกดกริ่งซ้ำๆ รัวๆ ราวกับจะประกาศกร้าวให้คนในบ้านรับรู้ถึงการมาเยือนอันไม่ได้รับเชิญ และเมื่อชายแปลกหน้าคนนั้นเงยหน้าขึ้นสบตากับกล้องวงจรปิดหน้าบ้าน กวินก็ต้องชะงักกึก—ใบหน้านั้น... คือทนายความส่วนตัวของประธานบริษัทใหญ่คู่กรณี ที่ไม่น่าจะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ในเวลาเที่ยงคืนแบบนี้ได้! *รอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของชายแปลกหน้าคนนั้น... กำลังส่งสัญญาณเตือนภัยครั้งสุดท้ายว่า "เกมพลิก" ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว* --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินรดากับคุณกวินมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%