หน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของรินรดายังคงเรืองแสงวาบ ข้อความตัวอักษรสีแดงจากสำนักพิมพ์ในเมืองกรุงประกาศชัดเจนถึงกำหนดเส้นตายที่ถูกร่นเข้ามาอย่างไม่ปรานี และนั่นยังไม่น่ากลัวเท่าเงาตะคุ่มของอดีตสามีที่ยืนอยู่ตรงรั้วไม้หน้าสวน เสียงผลักประตูรั้วก๊อกแก๊กดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของยามสาย บ่งบอกว่าผู้มาเยือนไม่ได้มาดี และเขาไม่ได้มาเพียงเพื่อพูดคุย
"ริน... พี่รู้ว่าเธออยู่ที่นี่" เสียงทุ้มห้วนที่คุ้นเคยดังลอดเข้ามา พร้อมกับร่างหนาในชุดสูทพับแขนเสื้อที่เดินดุ่มเข้ามาเหยียบย่ำแปลงผักสลัดออร์แกนิกที่เธอกำลังฟูมฟัก
รินรดายืนนิ่งค้าง มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกวินกำลังเดินตามเข้ามาใกล้ เพื่อถามไถ่ด้วยความห่วงใย โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า... พายุที่เธอกลัวที่สุด ได้มาถึงหน้าประตูบ้านแล้ว
"มีอะไรหรือเปล่าริน... เสียงเอะอะนี่มัน..." กวินชะงักฝีเท้าเมื่อก้าวพ้นมุมเรือนกระจก ภาพตรงหน้าคือชายแปลกหน้าในชุดคนเมืองกำลังยืนประจันหน้ากับรินรดา ร่างบางนั้นสั่นเทาจนน่าใจหาย สายตาที่เธอมองผู้มาเยือนเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและบาดแผลเก่าที่ถูกกระชากให้เปิดออก
เชฟหนุ่มผู้เคยอบอุ่นดั่งแสงแดดยามเช้า เปลี่ยนสีหน้าเป็นความเย็นชาในเสี้ยววินาที ร่างสูงก้าวเข้ามาบังหน้าหญิงสาวไว้โดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณความเป็นนักปกป้องตื่นตัวเต็มที่ มือหนาวางลงบนไหล่บางเบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและมั่นคงให้เธอรู้ว่าเธอไม่ได้เผชิญหน้ากับมันตามลำพัง
"คุณเป็นใคร และเข้ามาในพื้นที่ส่วนบุคคลได้อย่างไรครับ" กวินเอ่ยถาม น้ำเสียงนุ่มแต่ก้องกังวานและเต็มไปด้วยความกดดัน
ผู้ชายคนนั้นหัวנסในลำคอ สายตากวาดมองกวินตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยาม ก่อนจะแค่นยิ้ม "อ๋อ... ชู้รักคนใหม่สินะ ถึงว่าล่ะ ทำไมถึงกล้าหนีคดีฟ้องร้องแล้วมาเล่นขายของอยู่แถวนี้ ริน เธอนี่มันไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ เกาะผู้ชายกินไปวันๆ!"
"คุณธีร์!" รินรดาหวีดร้องออกมาด้วยความคับแค้นใจ แรงฮึดบางอย่างผลักให้เธอก้าวพ้นแผ่นหลังของกวิน ดวงตาคู่สวยที่เคยหมองเศร้าตอนนี้ฉายแววเด็ดเดี่ยว น้ำตาที่คลอหน่วยไม่ได้ร่วงหล่นด้วยความอ่อนแออีกต่อไป "ฉันไม่ได้หนี และเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ฟ้องร้องกัน มันเป็นหยาดเหงื่อของฉันที่คุณฉ้อโกงไปต่างหากล่ะ!"
ธีร์หัวเราะลั่นอย่างไม่สะทกสะท้าน "หลักฐานก็อยู่ในมือฉัน เธอจะเอาปัญญาที่ไหนมาสู้ฟ้อง สัญญาโง่ๆ นั่นเธอก็เป็นคนเซ็นเองไม่ใช่หรือไงริน กลับกรุงเทพฯ กับฉันซะดีๆ อย่ามาทำให้วงศ์ตระกูลเขาเสื่อมเสียไปมากกว่านี้เลย"
บรรยากาศในสวนส้มเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ไหวและเสียงหายใจหอบถี่ของรินรดา กวินขยับตัวเข้าประชิดยิ่งขึ้น มือหนาบีบไหล่เธอเบาๆ เป็นเชิงห้ามไม่ให้เธอใช้อารมณ์ตอบโต้กับคนประเภทนี้ ดวงตาคมกริบของเชฟหนุ่มจ้องมองธีร์อย่างไม่เกรงกลัว
"ถ้าคุณยังไม่ยอมออกไปจากที่นี่ ผมคงต้องใช้สิทธิ์ของเจ้าของพื้นที่เชิญคุณออกไปตามกฎหมาย... หรือไม่ก็ด้วยวิธีของผมเอง" กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่น่าขนพองสเกล เสน่ห์ความอบอุ่นหายวับไปกับตา เหลือเพียงความนิ่งขรึมอันทรงพลังของชายหนุ่มที่พร้อมปกป้องคนที่เขารัก
ธีร์หน้าเสียไปเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีเอาจริงของกวินประกอบกับรูปร่างที่สูงใหญ่กว่า เขาทำได้เพียงกัดฟันกรอด ชี้หน้าขู่รินรดา "เธอจำคำฉันไว้ริน เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ แน่ หมายศาลรอบหน้าเธอได้นอนคุกแน่!"
พูดจบ ธีร์ก็สะบัดหน้าเดินกระแทกเท้าออกไปจากสวนส้ม ทิ้งรอยเท้าสกปรกไว้บนแปลงผักออร์แกนิกที่รินรดาทุ่มเทแรงกายแรงใจปลูกขึ้นมาด้วยความรัก
ทันทีที่แผ่นลับตาของอดีตสามีหายไป รั้งร่างที่แข็งเกร็งของรินรดาก็ทรุดฮวบลงทันที โชคดีที่กวินคว้าตัวเธอไว้ได้ทัน อ้อมแขนกว้างโอบกอดเธอไว้แนบอก ใบหน้าหวานซบลงกับอกเสื้อของชายหนุ่ม ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายฟ้าอายดิน ความกดดัน ความหวาดกลัว และความอัดอั้นที่เก็บงำไว้แรมเดือนระเบิดออกมาเป็นหยาดน้ำตา
"ไม่เป็นไรแล้วนะริน... ผมอยู่ตรงนี้แล้ว" กวินกระซิบปลอบโยน มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างเบามือ ถ่ายทอดความอบอุ่นทั้งหมดที่เขามีเพื่อเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำของเธอ
พวกเขายืนกอดกันท่ามกลางความเงียบของสวนส้มอยู่ครู่ใหญ่ จนกระทั่งเสียงฝีเท้าอึกทึกและเสียงพูดคุยเจื้อแจ้วดังขึ้นมาจากทางหน้าปากซอย รินรดารีบผละออกจากอ้อมกอดของกวิน ยกมือขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้าอย่างลวกๆ
ป้าบัว ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านอีกราวๆ ห้าสี่คนเดินถือจอบ เสียม และถังปูนเข้ามาในสวน ภาพที่ทุกคนเห็นคือรินรดากำลังยืนตาแดงก่ำอยู่ข้างกวิน และรอยเท้าแปลกปลอมที่ย่ำยีแปลงผักสลัด
"อ้าวหนูริน ตาเกวิน เกิดเรื่องอะไรขึ้นรึเปล่าลูก ทำไมหน้าตาตื่นกันอย่างนั้น" ป้าบัวเอ่ยถามด้วยความตกใจ พร้อมกับวางอุปกรณ์ในมือลง รีบเดินเข้ามาโอบไหล่หญิงสาว
"มีคนมารังควานแม่หนูรินเหรอจ๊ะพ่อหนุ่ม" ชาวบ้านอีกคนเอ่ยเสริมด้วยความขุ่นเคือง
กวินส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะระบายยิ้มบางๆ เพื่อคลายสถานการณ์ "ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้วครับป้า แค่หมาบ้าหลงเข้ามาเห่าหอนแถวนี้เฉยๆ ตอนนี้ไล่มันกลับไปแล้วครับ"
คำตอบติดตลกของกวินทำให้ทุกคนอมยิ้ม แต่แววตาของชาวบ้านต่างรู้ดีว่าเรื่องนี้คงไม่ใช่แค่เรื่องเล็กน้อย ผู้ใหญ่บ้านกวาดสายตามองรอยเท้าบนพื้นแปลงผัก ก่อนจะถอนหายใจยาว
"ไอ้คนใจร้ายเอ๊ย มาทำลายน้ำพักน้ำแรงของเด็กผู้หญิงตัวคนเดียวได้ลงคอ" ผู้ใหญ่บ้านสบถเบาๆ ก่อนจะหันมามองหน้าชาวบ้านทุกคนที่พากันพยักหน้ารับอย่างพร้อมเพรียง "เอ้า! ไหนๆ พวกเราก็มากันครบมือแล้ว วันนี้เราไม่ได้มาแค่คุยเรื่องขุดบ่อเก็บน้ำนะ... เรามาช่วยกันจัดการสวนของหนูรินใหม่ทั้งหมดด้วย!"
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนซาบซึ้ง "เอ่อ... แต่ว่า งานขุดบ่อน้ำมันหนักมากเลยนะคะ ทุกคนมีไร่มีสวนของตัวเอง..."
"โอย หนักหนาอะไรกันเล่าหนูริน" ลุงมั่น ชาวสวนผลไม้รุ่นลายครามตบบ่าเธอเบาๆ หัวเราะเสียงดังร่า "พวกเรากินน้ำพริกฝีมือหนูรินมาก็หลายมื้อ ช่วยกันแค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก อีกอย่าง บ่อเก็บน้ำในสวนเธอนี่แหละ ที่จะทำให้ส้มและผักของพวกเราพลอยได้อานิสงส์รอดตายแล้งไปด้วย!"
รอยยิ้มและแววตาจริงใจของชาวบ้านรอบตัว ทำให้หัวใจที่กำลังแตกสลายของรินรดาค่อยๆ ถูกประสานเข้าหากันทีละนิด ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่ความหวาดกลัวเมื่อครู่ เธอหันไปมองกวิน ซึ่งส่งยิ้มอ่อนโยนและพยักหน้าให้เธออย่างให้กำลังใจ
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมากระทบผืนดินในสวนส้ม เสียงหัวอก เสียงพูดคุย และเสียงเหล็กกระทบพื้นดินดังประสานกันเป็นจังหวะแห่งชีวิต ภาพของชาวบ้านต่างวัยที่ช่วยกันลงแรงขุดดิน ปรับหน้าดิน และซ่อมแซมแปลงผักที่เสียหาย กลายเป็นภาพความประทับใจที่งดงามเกินกว่าจะบรรยาย
รินรดายืนมองภาพเหล่านั้นด้วยความรู้สึกตื้นตันใจ น้ำตาที่เคยไหลเพราะความเสียใจ กลับกลายเป็นหยาดน้ำตาแห่งความซาบซึ้ง เธอไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว... ที่นี่ไม่ใช่แค่ที่หลบภัย แต่มันคือ "บ้าน" ที่แท้จริง
ขณะที่ทุกคนกำลังช่วยกันทำงานอย่างแข็งขัน เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกวินก็สั่นขึ้น ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อหยิบขึ้นมาดูหน้าจอ ปลายสายคือทนายความคนสนิทที่เขาว่าจ้างให้ช่วยตรวจสอบคดีของรินรดา
กวินกดรับสายและเดินปลีกตัวออกมาห่างจากกลุ่มคนเล็กน้อย น้ำเสียงปลายสายรีบร้อนและตื่นตระหนกจนทำให้หัวใจของกวินกระตุกวูบ
"คุณกวินครับ... ผมเพิ่งเช็คข้อมูลเส้นทางการเงินล่าสุดของอดีตสามีคุณรินรดา ปรากฏว่า... เอกสารสัญญาที่เขาใช้ฟ้องร้องรินรดา เป็นเอกสารปลอมแปลง และไอ้คนสั่งการเบื้องหลังตัวจริง ไม่ใช่แค่สามีเก่าของเธอ... แต่เป็นบริษัทแม่ที่คุณรินรดาเคยทำงานด้วย และพวกมันกำลังวางแผนจะยึดครองกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนนี้ทั้งหมดในสัปดาห์หน้าครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความอบอุ่นในสวนส้มแห่งนี้นะคะ
ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ•ตอนที่ 47
งานหนักที่ไม่โดดเดี่ยว
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!