ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ•ตอนที่ 46

ขุดบ่อพักน้ำ

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
เสียงกระแทกของโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะไม้สักเก่าๆ ในเรือนเพาะชำ ดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด รินรดายังคงยืนนิ่ง คล้ายร่างทั้งร่างถูกตรึงไว้ด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและประกาศิตที่เพิ่งขาดหายไปจากปลายสาย เมื่อครู่ น้ำเสียงของพี่ชายคนเดียวที่ห่างเหินกันไปนานนับปี ไม่ได้โทรมาเพื่อไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบ หากแต่มาพร้อมกับประกาศิตทางกฎหมายและเอกสารสิทธิ์ที่ถูกอ้างสิทธิ์ทับซ้อนบนผืนดิน "สวนส้มปลายฟ้า" แห่งนี้ ลมหายใจของเธอกระชั้นถี่ขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใส ที่ซึ่งต้นส้มสายน้ำผึ้งกำลังแตกยอดอ่อนสีเขียวขจี ท่ามกลางแดดจัดยามบ่ายที่แผดเผาจนพื้นดินแห้งผาก ปัญหาเรื่องภัยแล้งที่เธอกลุ้มใจมาตลอดสัปดาห์ ดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องเล็กจิ๋วไปถนัดตา เมื่อเทียบกับพายุลูกใหญ่ที่กำลังพัดกระหน่ำเข้ามาทำลายรากฐานชีวิตที่เธอเพิ่งสร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและหัวใจ รินรดายกมือขึ้นกอดตัวเองโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเย็นเฉียบจนเธอต้องสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ลางสังหรณ์ที่เคยเตือนใจไว้เมื่อคืน ไม่ได้เกินจริงเลยแม้แต่น้อย "ถ้าคุณยังยืนเหม่อแบบนี้ ดินตรงแปลง A อาจจะแห้งจนรากส้มขาดน้ำตายก่อนที่พายุลูกใหม่จะมาถึงนะคะ" น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ย่างกรายเข้ามาอย่างมั่นคง กวินก้าวเข้ามาในเรือนเพาะชำพร้อมกับขวดน้ำเย็นจัดในมือ เขาไม่ได้เอ่ยทักทายด้วยคำหวานตามปกติ แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองใบหน้าที่ซีดเผือดของรินรดาด้วยความห่วงใยที่ซ่อนไว้ไม่มิด รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบซ่อนโทรศัพท์มือถือไว้ใต้กองสมุดบันทึกแปลงเกษตรอย่างรวดเร็ว แม้จะช้าเกินกว่าที่ดวงตาช่างสังเกตของชายหนุ่มจะมองไม่เห็นก็ตาม "รินไม่ได้เหม่อค่ะ... แค่กำลังคิดเรื่องการจัดการน้ำ" เธอฝืนยิ้มบางๆ ส่งให้ แต่รอยยิ้มนั้นไปไม่ถึงดวงตาที่ไหวระริก กวินไม่ได้คาดคั้น เขาวางขวดน้ำลงบนโต๊ะ ปลายนิ้วเรียวยาวแตะเบาๆ ที่ขอบโต๊ะไม้ ใกล้กับมือของเธอที่กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว "เรื่องน้ำในคลองชลประทานที่กำลังจะแห้งขอด ไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ด้วยการคิดลำพังคนเดียวได้หรอกนะคะ รินก็รู้... สวนส้มของรินดินร่วนปนทราย การเก็บความชื้นต่ำมาก ถ้าฝนไม่ตกตามฤดูกาลในอีกสองสัปดาห์นี้ ผลผลิตครึ่งหนึ่งที่เราฟูมฟักมาอาจจะเสียหาย" คำพูดของกวินตรงกับปัญหาเฉพาะหน้าที่เธอกำลังเผชิญอยู่พอดี รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความจริงจังและความพร้อมที่จะช่วยเหลือเสมอมา น้ำใจที่สม่ำเสมอนี้ทำให้หัวใจที่กำลังหวาดหวั่นอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด "กวินเคยบอกว่า... เราควรขุดบ่อพักน้ำใช่ไหมคะ?" รินรดาเอ่ยถามเสียงเบา ราวกับต้องการหาที่ยึดเหนี่ยวจิตท่ามกลางพายุที่กำลังก่อตัว กวินพยักหน้ารับทันที ไม่มีร่องรอยของการลังเล "ใช่ครับ — เอ่อ ใช่ค่ะ" เขาเผลอหลุดคำเคยชินตามประสาผู้ชาย แต่เมื่อเห็นรินรดายิ้มขำเล็กน้อยกับความพยายามจะปรับตัวตาม เธอก็ส่ายหัวเบาๆ อย่างเอ็นดู "ฉันหมายถึง... ใช่ค่ะ การขุดบ่อบาดาลตื้นร่วมกับการทำบ่อพักน้ำขนาดใหญ่ จะช่วยเก็บบาดาลใต้ดินและน้ำฝนสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉินได้เป็นอย่างดี แม้ว่าต้นทุนจะสูงและต้องใช้เครื่องจักรหนักเข้ามาปรับพื้นที่ แต่ถ้าทำตอนนี้ เรายังพอมีเวลาทันก่อนที่ภัยแล้งจะมาเยือนเต็มรูปแบบ" รินรดานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วระหว่างเงินเก็บก้อนสุดท้ายที่เหลืออยู่กับการปกป้องสวนส้มแห่งนี้ ท่ามกลางความกดดันจากปัญหาครอบครัวที่เพิ่งเข้ามาแทรกแซง การลงทุนครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการเกษตรอีกต่อไป แต่มันคือการประกาศกร้าวว่าเธอกำลังจะปักหลักสู้ และจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแย่งชิ้นส่วนของความสุขนี้ไปเด็ดขาด "ถ้าอย่างนั้น..." รินรดาสูดหายใจเข้าลึก แววตาที่เคยอ่อนล้ากลับมาเปล่งประกายความมุ่งมั่นอีกครั้ง "เราลงมือกันเลยดีไหมคะ? ฉันไม่อยากรอให้สายเกินไป" รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของกวิน เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและพลังบวกที่แผ่ซ่านออกมาอย่างชัดเจน "ถ้าคุณว่าอย่างนั้น ผมจะติดต่อไป1ในผู้รับเหมาที่ไว้ใจได้ทันที พรุ่งนี้เช้า รถแม็คโครคันใหญ่จะเข้ามาเคลียร์พื้นที่แปลงท้ายสวน" ตลอดช่วงบ่าย บรรยากาศในสวนส้มปลายฟ้าเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหว กวินช่วยรินรดาวัดพื้นที่และกำหนดจุดขุดบ่อพักน้ำอย่างรอบคอบ ทั้งคู่เดินเคียงคู่กันไปตามร่องสวน ท่ามกลางแสงแดดสีทองยามเย็นที่เริ่มอ่อนแสงลง กลิ่นหอมจางๆ ของดินแห้งที่ถูกลมพัดโชยมาผสมผสานกับกลิ่นอายความสดชื่นของใบส้ม ทำให้รินรดารู้สึกผ่อนคลายจากความตึงเครียดเมื่อตอนกลางวันได้บ้าง แม้ในใจลึกๆ เงาความกังวลเรื่องเอกสารสิทธิ์และคำขู่ของพี่ชายจะยังคงเกาะกุมอยู่ แต่การได้เห็นกวินลงแรงช่วยจัดการปัญหาตรงหน้าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ก็ทำให้เธอกล้าที่จะก้าวเดินต่อไปทีละก้าว เมื่อพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า ทอแสงสีส้มอมชมพูระเรื่อปกคลุมทั่วผืนไร่ ทั้งคู่ก็ยืนพักเหนื่อยอยู่ริมแปลงส้มท้ายสวน กวินส่งผ้าขนหนูผืนเล็กให้รินรดา ซึ่งเธอกลรับมาด้วยรอยยิ้มขอบคุณ "เหนื่อยไหมคะ?" กวินเอ่ยถาม น้ำเสียงอ่อนโยนราวกับสายลมยามค่ำคืน "เหนื่อยค่ะ... แต่ก็มีความสุขดี" รินรดาตอบตามความรู้สึกจริง ดวงตากลมโตมองไปยังพื้นที่ว่างเปล่าที่ถูกขีดเส้นเตรียมไว้สำหรับบ่อพักน้ำ "พรุ่งนี้สวนของเราจะมีชีวิตชีวาขึ้นอีกเยอะเลยนะคะ" กวินพยักหน้ารับ รอยยิ้มอบอุ่นประดับอยู่บนมุมปาก เขากำลังจะเอ่ยคำพูดบางอย่างเพื่อปลอบประโลมจิตใจเธอเพิ่มเติม ทันใดนั้น... *กริ๊งงงง!* เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องเดิมที่ถูกซ่อนไว้ใต้สมุดบันทึกในเรือนเพาะชำดังแผ่วลอดออกมา ท่ามกลางความเงียบของยามเย็นที่คืบคลานเข้ามา รินรดาสะดุ้งเฮือก หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกใจ กวินหันมามองเธอด้วยแววตาฉงน "ใครโทรมาดึกดื่นค่ำมืดป่านนี้ หรือว่ามีเรื่องอะไรด่วนเกี่ยวกับผู้รับเหมาหรือเปล่า?" รินรดาส่ายหัวช้าๆ ปลายมือเย็นเฉียบลงถนัดตา เธอเดินกลับไปที่เรือนเพาะชำด้วยฝีเท้าที่หนักอึ้งราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งหลัง หน้าจอโทรศัพท์มือถือปรากฏชื่อ "พี่ชาย" โชว์หรี่แสงสว่างวาบ แต่สิ่งที่ทำให้เลือดในกายเธอกลายเป็นน้ำแข็ง ไม่ใช่แค่การโทรซ้ำของเขา... หากแต่เป็นข้อความภาพที่ถูกส่งตามหลังมาพร้อมกัน มันคือภาพถ่ายโฉนดที่ดินฉบับจริง ที่ถูกประทับตรารับรองการจำนองโดยสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง พร้อมกับข้อความสั้นๆ ใต้ภาพที่อ่านแล้วทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก *“พรุ่งนี้... ฉันจะพาคนมารังวัดที่ดิน และเธอก็เตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกไปจากสวนของฉันได้เลย รินรดา”* รินรดายืนนิ่งค้าง มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกวินกำลังเดินตามเข้ามาใกล้ เพื่อถามไถ่ด้วยความห่วงใย โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า... พายุที่เธอกลัวที่สุด ได้มาถึงหน้าประตูบ้านแล้ว (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมปลูกความสุขและเดินทางเติบโตไปพร้อมกับสวนส้มปลายฟ้าเสมอนะคะ)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%