“ถ้าคุณยังฝืนยืนตากแดดแบบนั้น ต้นส้มพวกนี้คงไม่ทันได้เฉาหรอกค่ะ รินนั่นแหละที่จะเป็นลมไปเสียก่อน”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสเย็นเฉียบของขวดน้ำแร่ที่ถูกนำมาแนบข้างแก้มของรินรดา หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปสบตาคนมาใหม่ กวินยืนอยู่ตรงนั้น หมวกปีกกว้างของเขามีหยดเหงื่อเกาะพราว แต่ดวงตาคมคายที่มักจะอ่อนโยนเสมอในยามนี้กลับฉายแววกึ่งดุระคนเป็นห่วง
รินรดายกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม เธอวางกรรไกรตัดแต่งกิ่งลงในตะกร้าสาน ก่อนจะถอนหายใจยาว “มันร้อนจนเหมือนอากาศจะลุกเป็นไฟเลยนะคะกวิน รินแค่อยากตรวจดูความชื้นในดินอีกรอบ ถ้าท่อส่งน้ำตัวที่สามมีปัญหาขึ้นมา... ทุกอย่างที่เราวางแผนกันไว้ตั้งแต่ฤดูหนาวจะกลายเป็นศูนย์ทันที”
กวินไม่ตอบในทันที เขาเดินเลี่ยงไปที่หัวจ่ายน้ำระบบน้ำหยดที่เขาสร้างขึ้นด้วยมือตัวเอง เขาหมุนวาล์วเล็กน้อย จังหวะการเคลื่อนไหวที่มั่นคงและเชี่ยวชาญนั้นทำให้รินรดารู้สึกใจชื้นขึ้นมาอย่างประหลาด ท่ามกลางความร้อนระอุระดับสี่สิบองศาของช่วงบ่ายแก่ๆ ที่ทำให้ใบไม้รอบสวนส้มดูหม่นแสงลง แต่พื้นที่บริเวณนี้กลับเขียวขจีท้าทายเปลวแดด ราวกับเป็นโอเอซิสเล็กๆ ที่แยกตัวออกมาจากความโหดร้ายของฤดูกาล
“รินเชื่อใจผมไหม?” กวินถามขึ้นโดยไม่หันมามอง
“เรื่องอะไรคะ?”
“ทุกเรื่อง” เขาหันกลับมา แสงแดดที่ลอดผ่านกิ่งก้านส้มลงมาตกกระทบใบหน้าครึ่งหนึ่งของเขา ทำให้เงาที่ทอดลงมาดูนุ่มนวล “รินกำลังพยายามควบคุมธรรมชาติมากเกินไปหรือเปล่า? เราวางระบบน้ำไว้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว สิ่งที่สวนต้องการตอนนี้ไม่ใช่ความกังวลของคุณ แต่มันต้องการพักผ่อน... เหมือนกับเจ้าของสวนนั่นแหละ”
รินรดาเม้มริมฝีปาก เธอเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนแคร่ไม้ใต้ต้นส้มใหญ่ซึ่งเป็นมุมโปรด แผ่นหลังที่เคยเกร็งเครียดค่อยๆ ผ่อนคลายลงเมื่อลมร้อนที่พัดผ่านสวนหอบเอากลิ่นหอมจางๆ ของเปลือกส้มและดินที่ชุ่มชื้นมาปะทะจมูก เธอสังเกตเห็นกวินเดินตามมา แล้วเขาก็ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เว้นระยะห่างไว้อย่างให้เกียรติเสมอเช่นเคย
“วันนี้ตอนที่รินรดน้ำแปลงผักสลัด รินเห็นนกตัวหนึ่งค่ะ” เธอเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “มันบินมาเกาะที่ปากก๊อกน้ำ พยายามจะจิบน้ำที่หยดลงมา มันดูหิวโหยเหลือเกินค่ะกวิน... รินเลยรู้สึกว่า ถ้าเราไม่ทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ สิ่งมีชีวิตเล็กๆ เหล่านี้จะไม่มีที่พึ่งเลย”
กวินหันมามองเธอ สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ฉายแววกังวลของหญิงสาว เขาเอื้อมมือไปหยิบเศษใบไม้แห้งที่ติดอยู่บนไหล่ของเธอออกอย่างเบามือ “รินคะ สวนไม่ใช่เครื่องจักร และชีวิตก็ไม่ได้มีตารางเวลาที่แน่นอน ความสวยงามของมันอยู่ที่การปรับตัวค่ะ ต้นส้มพวกนี้แข็งแกร่งกว่าที่คุณคิด ร่างกายของคุณก็เช่นกัน... อย่าใจร้ายกับตัวเองเพียงเพราะอยากจะใจดีกับทุกสิ่งรอบตัวเลยนะคะ”
บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดลง มีเพียงเสียงแมลงในฤดูร้อนที่แผดเสียงดังระงมเป็นระยะ ทว่าในมุมเล็กๆ ใต้เงาไม้นี้ กลับมีความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้น มันเป็นความอบอุ่นที่สวนทางกับอากาศภายนอก เป็นความรู้สึกที่รินรดาไม่อาจหาคำนิยามได้ชัดเจน นอกจากความอุ่นใจที่เปรียบเสมือนลมหายใจของสวนส้มแห่งนี้
กวินขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อเชิ้ตของเขา “ผมเกือบลืมบอกไป... ตอนที่ไปรับของที่ไปรษณีย์ในเมือง ผมเจอจดหมายจ่าหน้าถึงคุณวางอยู่ในตู้จดหมายรวม”
รินรดาขมวดคิ้ว จดหมายในยุคสมัยนี้เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก เธอรับมันมา พินิจดูตราประทับที่ดูแปลกตา มันไม่ใช่จดหมายจากสำนักพิมพ์ที่เธอเคยร่วมงาน และไม่ใช่จดหมายจากทางบ้าน ทันทีที่เธอใช้มีดพกขนาดเล็กกรีดเปิดซองและดึงกระดาษด้านในออกมาอ่าน สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
กวินที่เฝ้ามองอยู่เริ่มขยับตัวเข้ามาใกล้ “เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ?”
รินรดานิ่งค้าง กระดาษในมือสั่นไหวเล็กน้อย เธออ่านทวนประโยคเดิมซ้ำไปซ้ำมา จนกระทั่งเงยหน้าขึ้นมองกวินด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา “กวิน... จดหมายฉบับนี้ส่งมาจากอดีตคู่ค้าของคุณพ่อ”
“คู่ค้าของคุณพ่อคุณ?” กวินทวนคำด้วยน้ำเสียงฉงน
“เขาบอกว่า... สวนส้มผืนนี้ไม่ได้มีแค่สิ่งที่อยู่บนดิน แต่มีบางอย่างถูกฝังไว้ใต้รากของต้นส้มที่เก่าแก่ที่สุดในสวน... ต้นที่คุณบอกว่ามันอาจจะยืนต้นตายถ้าเราไม่ดูแลให้ดี” รินรดาเว้นจังหวะ เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบจะกลืนไปกับสายลม “และเขายังทิ้งท้ายไว้ว่า... ถ้าผมไม่รีบขุดมันขึ้นมาเสียตอนนี้ ความลับที่เขาเก็บไว้ให้คุณพ่ออาจจะไม่มีโอกาสได้เห็นแสงตะวันอีกตลอดกาล”
รินรดาลุกขึ้นยืนทันทีอย่างลืมตัว เธอหันไปมองต้นส้มใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงมุมสุดของพื้นที่ สลับกับมองจดหมายในมือที่เริ่มมีความชื้นจากเหงื่อของเธอเอง ขณะที่กวินรีบลุกขึ้นยืนตาม เขาขมวดคิ้วแน่นด้วยความกังวล สายตาของเขามองไปยังต้นส้มต้นนั้น แล้วหันกลับมามองรินรดาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป... ราวกับเขารู้อะไรบางอย่างที่ไม่ได้บอกเธอ
“ริน... อย่าเพิ่งทำอะไรบุ่มบ่ามนะคะ” กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
แต่ก่อนที่รินรดาจะได้ถามอะไรต่อ เสียงเครื่องยนต์รถยนต์ปริศนาที่ดังแว่วมาจากทางเข้าสวนก็ทำให้ทั้งคู่ชะงัก รถคันสีดำสนิทที่คุ้นตาแล่นเข้ามาจอดนิ่งสนิทท่ามกลางฝุ่นที่ตลบอบอวล และคนขับที่ก้าวลงมานั้น... คือคนเดียวกับที่ทำให้หัวใจของรินรดาเต้นผิดจังหวะด้วยความหวาดหวั่นที่สุดในชีวิต
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันไออุ่นในสวนส้มแห่งนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สวนส้มปลายฟ้า
ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ•ตอนที่ 51
สวนในฤดูร้อน
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!