"คุณจะตอบได้หรือยังคะว่าใครส่งคุณมา หรือต้องให้ฉันจิบน้ำส้มคั้นสักแก้วก่อนถึงจะได้ยินความจริง"
รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าหัวใจของเธอกลับเต้นรัวราวกับกลองรบ เธอจ้องมองชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้มที่ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางกลิ่นไอของผลไม้ที่กำลังสุกงอม ความหวาดระแวงกัดกินความมั่นใจที่เธอเพียรสร้างมาตลอดหลายเดือน สวนส้มที่ควรจะเป็นที่พักพิง กลับกลายเป็นกับดักที่เธอมองไม่เห็นทางออก
ทว่าก่อนที่ความเงียบงันจะกลายเป็นความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น ร่างสูงโปร่งในผ้ากันเปื้อนสีครีมก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคน กวินไม่ได้เอ่ยคำถาม แต่เขาวางมือหนาลงบนไหล่ของรินรดาอย่างหนักแน่น สัมผัสที่ส่งผ่านไออุ่นนั้นทำให้เธอหายใจได้คล่องขึ้น
"ลูกค้าดูเหมือนจะเข้าใจผิดเรื่องตำแหน่งบูธนะครับ" กวินหันไปยิ้มให้ชายชุดสูทด้วยใบหน้าที่ราบเรียบ แววตาของเขาไม่ได้สั่นไหวไปกับบรรยากาศมาคุแม้แต่น้อย "ตรงนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัวสำหรับเตรียมสินค้า หากไม่รังเกียจ ช่วยขยับออกไปด้านนอกหน่อยได้ไหมครับ คนในงานเริ่มรอกาแฟส้มสูตรพิเศษจากคุณรินกันแล้ว"
ชายชุดสูทมองสบตากวินครู่หนึ่ง ก่อนจะผงกศีรษะรับอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย "ขออภัยครับ คงเป็นความเข้าใจผิดของทางฝ่ายจัดการพื้นที่"
เขาเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้รินรดายืนตัวสั่นอยู่ข้างๆ กวิน รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของสวนส้มเริ่มกลับมาแทนที่ความกังวล เธอพยายามจัดระเบียบความคิดที่กระจัดกระจาย
"เขาเป็นใคร กวิน..." รินรดาพึมพำขณะหยิบถุงส้มบรรจุหีบห่อขึ้นมา มือของเธอสั่นน้อยๆ จนกวินต้องคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ
"ช่างเขาเถอะครับ วันนี้มีงานใหญ่ที่ทุกคนรอคอย อย่าให้เงาของใครมาทำลายความสุขของคนกินเลยนะ" กวินพูดพลางยื่นผ้ากันเปื้อนสีเดียวกันมาคล้องคอให้เธอ "ไปเถอะครับ แถวเริ่มยาวแล้ว เดี๋ยวผมเป็นลูกมือให้เอง"
การเข้าบูธวันนี้วุ่นวายกว่าที่รินรดาคิดไว้มาก ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาเพราะกลิ่นหอมของแยมส้มโฮมเมดและน้ำส้มคั้นสดใหม่ กวินทำหน้าที่ได้อย่างคล่องแคล่ว เขาไม่ใช่แค่เชฟ แต่เขาสามารถเปลี่ยนความเหนื่อยล้าของเธอให้กลายเป็นรอยยิ้มได้ เพียงแค่การสบตาหรือคำพูดหยอกล้อเบาๆ ในยามที่ต้องส่งแก้วน้ำส้มให้กัน
"คุณกวินครับ... จะหวานไปไหนครับเนี่ย คนโสดเขาอิจฉาตาร้อนกันหมดแล้ว" ลุงสมชาย เจ้าของไร่ข้างๆ แซวขึ้นเสียงดังเรียกเสียงหัวเราะจากคนรอบข้าง
กวินไม่ได้ปฏิเสธ เขากลับหัวเราะร่าพลางหยิบผ้าสะอาดมาเช็ดมือที่เปื้อนน้ำส้มให้รินรดาอย่างเบามือ "ก็คนมันมีความสุขครับลุง สวนส้มที่นี่ไม่ได้มีแค่ผลผลิตที่ดี แต่หัวใจคนทำเขาก็ดีกว่า สวนของผมคงไม่สดใสเท่าถ้าขาดริน"
คำพูดนั้นเรียบง่ายแต่ทว่ามีพลังดึงดูด รินรดาหน้าร้อนผ่าว เธอหลบสายตาไปทางอื่น พยายามสนใจกับการตักแยมใส่ขวด แต่รอยยิ้มกลับแต้มอยู่บนมุมปากอย่างห้ามไม่อยู่ ความกลัวเรื่องชายชุดสูทเมื่อครู่ถูกปัดตกไปชั่วขณะด้วยไออุ่นจากกวิน
"คุณนี่นะ... พูดอะไรไม่เกรงใจคนฟังเลย" เธอตำหนิเบาๆ แต่ปลายเสียงกลับเต็มไปด้วยความเอ็นดู
"ผมพูดความจริงครับ" กวินขยับเข้ามาใกล้ขึ้นจนกลิ่นหอมสะอาดของเขาผสานกับกลิ่นเปลือกส้ม "และผมสัญญาว่าไม่ว่าใครจะส่งใครมา หรือจะเกิดอะไรขึ้นกับสวนแห่งนี้ ผมจะไม่มีวันปล่อยให้คุณต้องเผชิญหน้ากับมันคนเดียว"
ท่ามกลางความวุ่นวายของการค้าขาย เสียงหัวเราะ และคำชื่นชมในรสชาติผลไม้ บรรยากาศดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบจนน่าตกใจ ความสุขที่เธอปลูกมากับมือเริ่มออกดอกออกผลในหัวใจของเธอเช่นกัน แต่แล้วในขณะที่งานใกล้เลิก รินรดาก็สังเกตเห็นบางอย่างผ่านหางตา
ในระยะไกล ชายชุดสูทคนเดิมไม่ได้กลับไปอย่างที่เขาอ้าง แต่เขากำลังยืนคุยกับ 'ใครบางคน' อยู่หลังต้นไม้ใหญ่ริมทางเดิน และคนคนนั้น... ก็คือคนคุ้นเคยที่เธอไว้วางใจที่สุดในไร่
รินรดาชะงักมือที่กำลังเก็บของ กวินสังเกตเห็นความผิดปกติจึงมองตามไป ทันทีที่เขาเห็นใบหน้าของคนที่กำลังคุยอยู่กับชายแปลกหน้า ดวงตาของเชฟหนุ่มที่เคยอ่อนโยนก็เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง
"ริน... อย่าหันไปมองตรงๆ นะ" กวินกระซิบเสียงต่ำจนเธอขนลุก
"ทำไมล่ะคะ... นั่นมันคุณป้าพรรณ ไม่ใช่เหรอ"
"ใช่ และป้าพรรณกำลังยื่นเอกสารบางอย่างให้เขา เอกสารที่ผมจำได้แม่นว่ามันมีตราประทับของโฉนดที่ดินสวนส้มผืนนี้!"
ก่อนที่รินรดาจะทันได้ประมวลผลคำพูดนั้น ชายชุดสูทก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดรูปบางอย่างให้ป้าพรรณดู ใบหน้าของหญิงวัยกลางคนที่เคยใจดีกลับซีดเผือดลงทันที ก่อนที่เธอจะทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นท่ามกลางความตื่นตระหนกของคนที่เดินผ่านไปมา
"มีบางอย่างผิดปกติแล้วริน คุณรออยู่ตรงนี้ ห้ามไปไหนเด็ดขาดจนกว่าผมจะกลับมา!" กวินทิ้งทุกอย่างไว้ตรงนั้นก่อนจะวิ่งฝ่าฝูงชนมุ่งหน้าไปทางหลังต้นไม้
รินรดามองตามแผ่นหลังของกวินด้วยความสับสน ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังเมื่อเห็นป้าพรรณหยิบโทรศัพท์เครื่องหนึ่งขึ้นมาแล้วกดวางสาย ก่อนจะหันมาสบตากับเธอจากระยะไกล... สายตาที่ป้าพรรณมองมานั้นไม่ใช่ความสงสาร แต่เป็นความเสียใจที่เปี่ยมไปด้วยการบอกลา
"ริน... วิ่งไปที่รถ เดี๋ยวนี้!" เสียงของป้าพรรณตะโกนขึ้นมาในความเงียบ ก่อนที่เสียงเครื่องยนต์ของรถคันหนึ่งจะคำรามลั่นตรงมาทางบูธของเธอโดยไม่มีท่าทีว่าจะเบรก!
สวนส้มปลายฟ้าหวังว่าทุกท่านจะมีความสุขและลุ้นไปกับก้าวต่อไปของรินรดานะคะ
ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ•ตอนที่ 30
กำลังใจจากพระเอก
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!