ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ•ตอนที่ 5

ส้มผลแรกที่หลงเหลือ

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
“คุณช่วยอธิบายทีว่านี่คืออะไร... ในเมื่อฉันเพิ่งก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ได้ไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง” เสียงของรินรดาสั่นพร่าเกินกว่าจะควบคุม มือที่ถือรูปถ่ายใบนั้นสั่นเทาจนขอบกระดาษยับย่น เธอเงยหน้าขึ้นมองความว่างเปล่าเบื้องหน้าด้วยสายตาที่ไม่ได้โฟกัสไปที่สิ่งใดนอกจากความกลัวที่กำลังกัดกินหัวใจ ภาพถ่ายใบนั้นชัดเจนจนน่าขนลุก เงาของใครบางคนที่มีรูปร่างสูงใหญ่กว่าเธอ ยืนซ้อนทับอยู่ด้านหลังอย่างแนบเนียน ใบหน้าในเงานั้นมืดมิด แต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับเด่นชัดจนเหมือนกับว่ามันกำลังเยาะเย้ยความโง่เขลาของเธออยู่ *ครืด...* เสียงกิ่งไม้เสียดสีกับหน้าต่างกระจกดังขึ้นเรียกสติของเธอ รินรดารีบยัดรูปถ่ายลงในกระเป๋ากางเกงก่อนจะพุ่งตัวออกไปที่ระเบียงหลังบ้าน ความเงียบงันของสวนส้มที่ดูเหมือนจะหลับใหลอยู่ตลอดเวลาบัดนี้กลับดูมีชีวิตชีวาด้วยเสียงลมที่พัดไหวในทิศทางที่แปลกประหลาด กลิ่นดอกมะลิแห้งที่จางไปเมื่อครู่กลับมาอบอวลรุนแรงขึ้นอีกครั้ง เธอตัดสินใจก้าวเท้าลงสู่พื้นดินที่เปียกชื้นของสวน สัมผัสได้ถึงไอเย็นที่เยือกแข็งขึ้นจนผิดปกติ ท่ามกลางกอหญ้าที่รกรุงรังและกิ่งก้านของส้มสายพันธุ์เก่าที่ขาดการดูแลมานานหลายปี สายตาของรินรดาก็ปะทะเข้ากับบางอย่างที่น่าประหลาดใจ... ต้นส้มต้นหนึ่งที่แยกตัวออกมาอยู่โดดเดี่ยวท้ายสวน เปลือกไม้ของมันแตกลายงาดูแห้งกรอบราวกับจะยืนต้นตาย แต่ทว่า กิ่งก้านที่ดูไร้ชีวิตเหล่านั้นกลับโอบอุ้มผลส้มสีทองอร่ามเอาไว้หนึ่งผล... เพียงผลเดียวเท่านั้นที่ยังคงเปล่งประกายท้าทายความเสื่อมโทรมของกาลเวลา “ริน? คุณออกมาทำอะไรที่นี่ดึกดื่นแบบนี้” น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยทำเอารินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอหมุนตัวกลับไปพบกวินที่ยืนอยู่ตรงแนวรั้วไม้ระแนง เขาสวมเสื้อยืดสีเทาซีดและกางเกงขายาวที่เปื้อนดิน ดวงตาคมคายคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความอบอุ่นเหมือนแดดยามเช้าอย่างที่เคยเป็น แต่มีความกังวลที่ปิดไม่มิดฉายชัดอยู่ลึกๆ เมื่อเขามองเห็นท่าทางหวาดระแวงของเธอ “กวิน... ฉันเจอสิ่งนี้ในกล่องไม้ใต้พื้นกระดาน” รินรดาควักรูปถ่ายใบนั้นออกมามือสั่น เธอไม่ได้ตั้งใจจะบอกความจริงกับเขาในตอนนี้ แต่ความกลัวที่กัดกินจิตใจทำให้เธอโหยหาที่พึ่งพิง “ใคร... ใครบางคนถ่ายรูปฉันตอนที่ฉันยังไม่ทันได้แนะนำตัวกับใครเลยด้วยซ้ำ” กวินเดินเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิในร่างกายของเขา เขาหยิบรูปถ่ายไปพินิจ สายตาของเขาเปลี่ยนไปทันทีที่เห็นเงาประหลาดหลังร่างของรินรดา กล้ามเนื้อกรามของเขาสันนูนขึ้นจากการขบฟันแน่น เขาเงียบไปนานจนความเงียบเริ่มกลายเป็นความอึดอัด “อย่าเพิ่งตัดสินใจอะไรไปตอนนี้เลยริน” กวินเอ่ยเสียงเบา เขาหันไปมองต้นส้มเก่าแก่ต้นนั้นด้วยแววตาที่ซับซ้อน “ต้นส้มต้นนี้... คุณย่าของผมเคยบอกว่ามันเป็นต้นแรกที่ถูกปลูกในที่ดินแถบนี้ มันไม่ได้ออกผลมานานกว่ายี่สิบปีแล้ว การที่วันนี้มันมีผลส้มงอกงามออกมา... มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และรูปถ่ายใบนี้ก็เช่นกัน” “คุณหมายความว่ายังไง?” รินรดาถามเสียงสั่น “คุณรู้อะไรใช่ไหมกวิน?” กวินไม่ได้ตอบทันที เขาเดินตรงไปที่ต้นส้มต้นนั้น เอื้อมมือหนาไปจับกิ่งไม้ที่ดูเหมือนจะหักได้ทุกเมื่ออย่างทะนุถนอม ราวกับเขากำลังสัมผัสร่างกายของใครบางคน “ที่ดินผืนนี้มีความลับที่ถูกฝังไว้ใต้รากของมันริน ความอบอุ่นที่คุณรู้สึกได้ในบางช่วงเวลา ไม่ใช่แค่ลมพัด แต่เป็นคำเตือน... และคนในรูปนี้ เขาไม่ใช่คนแปลกหน้าที่ไหนเลย เขาคือคนที่คุณคิดว่าไม่มีอยู่จริงมาตลอดชีวิต” รินรดาชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ เธอเดินเข้าไปใกล้กวินจนชิด เขาก้มหน้าลงมามองเธอ ดวงตาของเขาฉายความเจ็บปวดที่เธอไม่เคยเข้าใจ “คุณย่าเคยทิ้งสมุดบันทึกไว้ให้ผมเล่มหนึ่ง ในนั้นมีรูปถ่ายของหญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนคุณไม่มีผิดเพี้ยน... แต่เธอคนนั้นตายไปตั้งแต่วันที่ส้มในสวนนี้หยุดออกผลเมื่อยี่สิบปีก่อน” “ไม่จริง... ฉันเพิ่งมาที่นี่ ฉันไม่เกี่ยวอะไรกับอดีตของที่นี่เลยนะ!” “แต่รอยยิ้มของคนในเงาใบนั้น...” กวินยื่นรูปถ่ายกลับมาให้เธอ นิ้วโป้งของเขาชี้ไปที่มุมปากของเงาในรูปที่บิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ “มันไม่ใช่เงามนุษย์ แต่มันคือตราประทับของคนที่กำลังรอให้ใครสักคนมาสานต่อพันธสัญญาที่เขาทำไว้ และดูเหมือนว่า... สิ่งนั้นกำลังจะเริ่มขึ้นในคืนนี้” ทันใดนั้น เสียงลมพายุที่จู่ๆ ก็พัดกระโชกแรงราวกับโลกทั้งใบกำลังจะแตกสลายกิ่งไม้รอบตัวสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง ผลส้มสีทองเพียงผลเดียวบนต้นเก่าแก่ลูกนั้นร่วงหล่นลงสู่มือของรินรดาโดยที่ไม่มีใครไปแตะต้องมัน เนื้อผลไม้ที่ควรจะสดกลับแห้งเหือดไปในพริบตา เหลือเพียงเมล็ดสีดำสนิทที่วางนิ่งอยู่ในฝ่ามือของเธอ พร้อมกับเสียงกระซิบข้างหูที่ดังชัดเจนจนหัวใจแทบหยุดเต้น *“กลับมาเสียที... รินรดา”* รินรดาหันขวับไปมองด้านหลังทันที แต่ทว่า กวินที่ยืนอยู่ตรงหน้าเมื่อครู่กลับหายไปแล้ว! ทิ้งไว้เพียงแสงไฟจากบ้านของเขาที่กะพริบถี่ๆ ราวกับจะเตือนภัย และเงาที่ซ้อนทับเธอในรูปถ่าย... บัดนี้ได้ขยับขยายตัวออกไปจากกระดาษ จนกลายเป็นรูปร่างสูงใหญ่ที่กำลังก้าวออกมาจากเงามืดของต้นส้ม เดินตรงเข้ามาหาเธออย่างช้าๆ! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของรินรดานะคะ สวนส้มปลายฟ้าจะรอทุกคนในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%