ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ•ตอนที่ 24

คำปฏิเสธที่หนักแน่น

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
“คุณรินรดาคะ นี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะเปลี่ยนที่ดินรกร้างราคาตกต่ำให้เป็นเงินก้อนโตจนคุณใช้ไปได้ตลอดชีวิต โปรดอย่าให้ความดื้อรั้นมาทำลายอนาคตของตัวเองเลยค่ะ” น้ำเสียงเรียบเฉยแต่ทว่าเชือดเฉือนของผู้หญิงในชุดสูทสีเทาคมกริบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโถงไม้ของบ้านรินรดา เอกสารสัญญาฉบับหนาถูกเลื่อนมาวางบนโต๊ะไม้โอ๊กเก่าแก่ราวกับจะกดทับหัวใจของหญิงสาวให้จมลงไปในดิน รินรดาไม่ได้มองเอกสารนั้น สายตาของเธอกวาดมองออกไปนอกหน้าต่าง มองเห็นกิ่งก้านของต้นส้มที่เธอดูแลมากับมือในช่วงปีที่ผ่านมา เปลือกนอกของผลส้มสะท้อนแสงแดดเป็นประกายสีส้มทอง ราวกับอัญมณีที่กำลังสื่อสารกับเธอว่าที่นี่ไม่ใช่แค่ที่ดิน แต่มันคือลมหายใจ “ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะคะคุณดารินทร์” รินรดาหันกลับมาสบตากับอีกฝ่ายด้วยแววตาที่สงบนิ่ง ทว่าแฝงไปด้วยความแข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน “แต่คำตอบของรินยังคงเดิมค่ะ ไม่ขาย และจะไม่ขายไม่ว่าคุณจะเสนอราคาเพิ่มขึ้นอีกกี่เท่าตัวก็ตาม” “คุณคงไม่เข้าใจว่าธุรกิจที่ดินรายใหญ่อย่างเราทำงานอย่างไร” ดารินทร์แค่นยิ้มที่มุมปาก มือที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะกดดัน “เราไม่ได้มาเพื่อขอร้อง แต่เรามาเพื่อให้คุณเลือก… จะจบสวยๆ พร้อมเงินเข้าบัญชี หรือจะจบแบบที่ต้องหอบเสื้อผ้าออกจากสวนนี้ไปโดยไม่มีอะไรเหลือติดมือเลย” กลิ่นหอมจางๆ ของชาสมุนไพรและกลิ่นดินชื้นจากสวนภายนอกลอยเข้ามาปะทะจมูก รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กน้อยในมือตัวเอง แต่เธอก็เลือกที่จะกำหมัดแน่นซ่อนไว้ใต้โต๊ะ “ถ้าความหมายของ ‘การไม่มีอะไรเหลือ’ คือการที่รินต้องเสียที่ดินผืนนี้ไป รินก็ยอมรับมันได้ค่ะ” รินรดาตอบเสียงดังฟังชัด แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมาข้างนอก “เพราะสำหรับริน สิ่งที่ไม่มีอะไรเหลือจริงๆ คือการที่ตื่นมาแล้วไม่เห็นสวนส้ม ไม่เห็นกิ่งไม้ที่รินปลูกกับมือ และไม่เห็นรากฐานชีวิตที่รินตั้งใจสร้างขึ้นมาที่นี่” ดารินทร์หัวเราะหึในลำคอ ดวงตาคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้องราวกับกำลังประเมินค่าทุกตารางนิ้วด้วยความสมเพช “ความฝันกินไม่ได้หรอกนะคะรินรดา” “แต่ความสุขทำให้ชีวิตมีความหมายค่ะ” เสียงทุ้มนุ่มทว่าหนักแน่นแทรกขึ้นมาจากประตูห้องโถงที่เปิดค้างไว้ กวินยืนอยู่ตรงนั้น ในมือของเขายังถือกระถางสมุนไพรที่เพิ่งขุดมา กลิ่นของดินและใบไม้ที่เกาะบนเสื้อผ้าของเขาดูขัดกับภาพลักษณ์เนี้ยบกริบของดารินทร์อย่างสิ้นเชิง กวินเดินตรงเข้ามาหยุดข้างๆ รินรดา มือหนาวางลงบนเก้าอี้ที่หญิงสาวนั่งอยู่เพียงแผ่วเบา แต่สัมผัสนั้นกลับแผ่ซ่านความอุ่นใจมาให้เธออย่างมหาศาล เขาไม่ได้หันไปมองดารินทร์ด้วยซ้ำ แต่สายตาของเขามุ่งตรงไปยังเอกสารบนโต๊ะ “คุณน่าจะได้รับคำตอบที่ชัดเจนพอแล้วนะครับ” กวินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สุภาพทว่าเย็นเยียบ “การรบกวนเจ้าของบ้านบ่อยครั้งเกินไปไม่ใช่สิ่งที่ ‘ผู้ดี’ เขาทำกัน” ดารินทร์ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอจัดชุดสูทให้เข้าที่พลางปรายตามองทั้งสองคนด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา “ดีค่ะ… ในเมื่อพวกคุณยืนยันจะรักษา ‘ความสุข’ ที่ว่านี้ไว้ งั้นก็เตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่กำลังจะตามมาให้ดีก็แล้วกัน กฎหมายมีช่องโหว่เสมอ และสวนส้มของพวกคุณอาจจะไม่ใช่เขตพื้นที่ส่วนบุคคลอีกต่อไปในไม่ช้านี้” ประโยคนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันตา รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักๆ มาวางทับบนหน้าอก แต่เธอก็ยังคงเชิดหน้าขึ้น “เชิญค่ะ” รินรดากล่าวสั้นๆ เมื่อร่างในชุดสูทสีเทาเดินจากไปจนลับสายตา รินรดาก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง กวินยังคงยืนนิ่งอยู่ข้างๆ เขาไม่ได้พูดอะไร แต่หยิบแก้วชาที่เริ่มเย็นชืดออกไปและรินน้ำชาอุ่นๆ มาวางแทนที่ “รินทำดีแล้วครับ” เขาพึมพำเบาๆ “ไม่ต้องกลัว ผมอยู่ตรงนี้” “กวินคะ... ถ้าเขาจะเอาที่ดินไปจริงๆ รินจะทำยังไง” รินรดาเงยหน้าถามเขา ดวงตาที่เคยแน่วแน่เริ่มมีรอยร้าวของความกังวล กวินมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ เขาหยิบสร้อยข้อมือไม้แกะสลักที่เคยสลักชื่อสวนของเธอขึ้นมาถือไว้ “เราจะสู้ด้วยกันครับ ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินเพื่อหาหลักฐานยืนยันสิทธิ์ของเรา ผมก็จะไม่ปล่อยให้ที่ดินผืนนี้หลุดมือไป” ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังจมดิ่งอยู่ในความเงียบ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็นจังหวะที่ผิดปกติ รินรดาลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูด้วยความสงสัย แต่เมื่อบานประตูเผยออก ภาพที่เห็นกลับไม่ใช่พนักงานส่งของหรือเพื่อนบ้านที่คุ้นเคย แต่เป็นร่างของชายวัยกลางคนที่ดูทรุดโทรมและเปียกปอนไปด้วยหยาดฝนที่เริ่มตกลงมาอย่างหนัก ชายคนนั้นหอบหายใจถี่ ก่อนจะยื่นจดหมายซองสีน้ำตาลที่เปียกชื้นมาให้เธอ “คุณรินรดา... ผมขอโทษครับ ผมถูกบังคับให้มาแจ้งข่าวนี้... สัญญาเช่าที่ดินของคุณถูกยกเลิกแล้วครับ และมีคำสั่งให้ขับไล่คุณภายใน 48 ชั่วโมง” รินรดารับจดหมายนั้นมาด้วยมือที่สั่นเทา เธอฉีกซองออกอย่างรีบร้อนเพื่อหวังว่ามันจะเป็นเพียงการข่มขู่ แต่เมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความบรรทัดสุดท้าย ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงก็ถาโถมเข้ามา จนเธอแทบยืนไม่อยู่ เมื่อพบว่าชื่อผู้ลงนามในคำสั่งยึดคืนที่ดินนั้น... คือคนเดียวกับคนที่เธอไว้ใจที่สุดในชีวิต ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลุ้นระทึกกับรินรดาในสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - สวนส้มปลายฟ้า
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%