ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ•ตอนที่ 14

พายุฤดูร้อน

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
“สัญญาฉบับนั้น... มันหมายความว่าอย่างไรคะกวิน” ฉันเค้นถามคำถามนั้นออกไปท่ามกลางเสียงฟ้าคำรามที่ดังกระหึ่มมาจากขอบฟ้าไกล แผ่นหลังของกวินที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าดูแข็งเกร็งราวกับหินผา เขานิ่งเงียบไปนาน ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามองฉัน สายตาที่เคยอบอุ่นเหมือนแดดยามเช้าบัดนี้กลับวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกพายุซัดกระหน่ำ “ริน... ฟังผมนะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคุยเรื่องนั้น” กวินกระชากเสียงต่ำพลางคว้าข้อมือฉันให้เดินกึ่งวิ่งตามเขาไปที่โรงเก็บอุปกรณ์ “พายุลูกนี้ไม่ใช่พายุธรรมดา กรมอุตุฯ เพิ่งประกาศเตือนภัยระดับสูงสุด ถ้าเราไม่รีบไปกางตาข่ายป้องกันสวนส้มโซนหน้า ส้มที่กำลังรอการเก็บเกี่ยวทั้งหมดจะร่วงหล่นเสียหายภายในคืนนี้!” ฉันกัดริมฝีปากแน่น ความหวาดหวั่นเรื่องสัญญาประหลาดนั่นถูกกดทับไว้ด้วยความตระหนักถึงชีวิตและหยาดเหงื่อที่ฉันทุ่มเทให้กับสวนแห่งนี้มาตลอดหลายเดือน กวินไม่ปล่อยให้ฉันได้ใช้ความคิด เขาโยนเชือกเส้นหนามาให้ฉันก่อนจะคว้าตาข่ายไนลอนผืนยักษ์ขึ้นบ่า ท้องฟ้าเหนือสวนส้มจากเดิมที่เป็นสีครามสดใส บัดนี้กลับกลายเป็นสีเทาหม่นอมม่วงชวนขนลุก ลมกรรโชกแรงเริ่มพัดเอาเศษใบไม้และกิ่งไม้แห้งปลิวว่อนไปทั่วพื้นที่ กลิ่นดินเปียกชื้นที่โชยขึ้นมาคือสัญญาณเตือนว่าฝนห่าใหญ่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่นาที “ริน! ทางขวา! ช่วยดึงเชือกให้ตึงที่สุด!” เสียงของกวินแทบจะหายไปกับเสียงลมหวีดหวิว ฉันออกแรงดึงสุดกำลังจนฝ่ามือแสบระบม แรงลมปะทะร่างจนฉันเซไปมา กวินกระโจนเข้ามาประคองเอวฉันไว้แน่น ลมหายใจของเขาที่รดอยู่ข้างหูทำให้ฉันใจสั่นไหวอย่างประหลาด ท่ามกลางความโกลาหลของธรรมชาติ เราสองคนกลายเป็นจุดเชื่อมโยงเดียวที่ยึดเหนี่ยวกันไว้ในความมืดมิดที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา “ผมจะไม่ยอมให้สวนของคุณเสียหายเด็ดขาด” เขาพึมพำขณะสบตาฉัน ตาข่ายผืนใหญ่ถูกกางออกคลุมต้นส้มที่กำลังออกผลดกเต็มต้น กวินใช้ความชำนาญขึงมันเข้ากับเสาหลักอย่างรวดเร็วและมั่นคง มือหนาหยาบกร้านของเขาที่ประสานเข้ากับมือฉันในช่วงเสี้ยววินาทีนั้นมันอบอุ่นเสียจนฉันลืมความกลัวในใจไปชั่วขณะ ทันใดนั้น ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาใกล้จนแสงสว่างวาบทำให้ฉันเห็นเงาร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ตรงปากทางเข้าสวน มันเป็นร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มที่ดูขัดกับบรรยากาศสวนส้มที่โคลนตมกำลังเริ่มท่วมขัง ชายผู้นั้นยืนนิ่งท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างหนัก ราวกับว่าเขาไม่ได้รู้สึกถึงความพยศของพายุเลยแม้แต่น้อย “นั่นใครคะกวิน...” ฉันถามเสียงสั่น พลางพยายามเพ่งมองผ่านม่านฝนที่หนาตา กวินชะงักไปในทันที แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นความขุ่นมัวที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน เขาขยับตัวมาบังฉันไว้ข้างหลังโดยสัญชาตญาณ มือของเขาที่เปียกชุ่มบีบไหล่ฉันแน่นราวกับจะเตือนให้ฉันถอยห่าง “เข้าบ้านไปซะริน... เดี๋ยวนี้!” เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดจนฉันใจหาย ทว่าชายปริศนาคนนั้นกลับเดินฝ่าพายุเข้ามาหาเราอย่างช้าๆ ก้าวของเขาหนักแน่นและมั่นคงจนน่าประหลาด ยิ่งเข้าใกล้ฉันยิ่งเห็นใบหน้าของเขาชัดขึ้น... ใบหน้าที่ดูคุ้นเคยอย่างน่าใจหาย เหมือนภาพถ่ายใบเก่าในสมุดบันทึกที่แม่เคยเก็บไว้ก่อนท่านจากไป เขาส่งยิ้มบางๆ ที่ดูเย็นเยียบให้ฉัน ก่อนจะหยุดยืนตรงหน้ากวินแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้ฉันต้องหยุดหายใจ “ผมมาตามหาเจ้าของสวนตัวจริงตามสัญญา... รินรดา ถึงเวลาที่คุณต้องรับรู้ความจริงที่ว่า ‘สัญญา’ ฉบับนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน... แต่มันคือเรื่องของสายเลือดที่ไม่มีใครลบเลือนได้” กวินกำหมัดแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาหันมามองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและปิดบังอะไรบางอย่างมาตลอด “ริน... อย่าเชื่อเขานะคะ” หยดฝนปะทะใบหน้าฉันจนพร่ามัว แต่ทว่าความจริงที่กำลังจะเปิดเผยในอีกไม่กี่อึดใจนี้ ดูจะเย็นเยียบยิ่งกว่าพายุที่กำลังถาโถมสวนส้มของฉันเสียอีก หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้คุณรี้ดผู้น่ารักของสวนส้มปลายฟ้าตื่นเต้นไปกับความลับที่กำลังจะเปิดเผยนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%