“ถ้าคุณรุจน์ยังไม่หยุดก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของริน... ฉันคงต้องขอบอกว่า ต่อให้เราเคยรู้จักกันมานานแค่ไหน มันก็คงไม่มีความหมายเท่ากับความเกรงใจที่เราควรจะมีให้กันค่ะ”
ฉันเอ่ยขึ้น เสียงของตัวเองไม่ได้สั่นอย่างที่ใจรู้สึก แต่มันกลับราบเรียบจนน่าตกใจ ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณหน้าบ้านไม้หลังเล็ก กวินที่ยืนอยู่ข้างกายขยับตัวเล็กน้อย ไออุ่นจากแผ่นหลังของเขาที่แผ่มาถึงฉันทำให้ความประหม่าที่คุกรุ่นลดน้อยลงไปบ้าง รุจน์จ้องมองฉันด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากแล้วหันหลังเดินกลับไปที่รถสปอร์ตสีดำสนิทที่จอดขวางทางเข้าสวนอยู่
เสียงเครื่องยนต์คำรามเบาๆ ก่อนจะเคลื่อนตัวออกไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นควันจางๆ ที่ลอยมาปะทะจมูกตัดกับกลิ่นดินหลังฝนตกที่ฉันคุ้นเคย มือที่กำโทรศัพท์แน่นค่อยๆ คลายออก ความชื้นจากเหงื่อทำให้หน้าจอที่ดับมืดไปแล้วลื่นปรื๊ดในอุ้งมือ
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามพลางยื่นมือมาแตะที่ไหล่เบาๆ เพื่อเรียกสติ
ฉันหันไปมองกวิน เขายังคงดูใจเย็นเสมอเหมือนแดดยามเช้าที่อบอุ่นแต่ไม่แผดเผา “รินไม่ได้เป็นอะไรค่ะ แค่... รู้สึกว่าบางครั้งเราก็ต้องขีดเส้นตายให้คนบางคนเข้าใจว่าชีวิตเราเปลี่ยนไปแล้ว”
ก่อนที่บทสนทนาจะดำดิ่งไปมากกว่านั้น เสียงแหลมเล็กที่คุ้นหูดังแทรกเข้ามาจากรั้วไม้ข้างบ้าน
“แม่รินจ๋า! วันนี้ป้ามีของดีมาฝากจ้ะ”
ป้าสมศรี เพื่อนบ้านผู้แสนอบอุ่นในชุดผ้ากันเปื้อนสีซีดก้าวเข้ามาพร้อมตะกร้าหวายใบใหญ่ ในนั้นอัดแน่นไปด้วยส้มสีส้มจัดจ้านจนแทบจะเรืองแสงท่ามกลางความเขียวขจีของสวน กลิ่นหอมสดชื่นของเปลือกส้มฟุ้งกระจายไปทั่วราวกับเป็นการปลอบประโลมจากธรรมชาติ
“ป้าสมศรี สวัสดีค่ะ วันนี้ดูส้มจะดกเป็นพิเศษเลยนะคะเนี่ย” ฉันรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วเดินเข้าไปรับตะกร้าจากมือแก
“ดกสิจ๊ะ ปีนี้อากาศเป็นใจ ป้าเลยเก็บมาแบ่งให้แม่รินลองทำแยมดู เห็นกวินบอกว่าช่วงนี้เรากำลังสนใจเรื่องแปรรูปผลไม้ในสวนไม่ใช่หรือ?” ป้าสมศรีหันไปส่งยิ้มกว้างให้กวิน ก่อนจะขยิบตาให้ฉันอย่างมีเลศนัย “คนข้างบ้านเขารู้ดีที่สุดนะว่าเราชอบอะไร แล้วก็คอยเป็นห่วงเป็นใยเราตลอด... ป้าดูออก”
ใบหน้าร้อนผ่าวของฉันเริ่มขึ้นสีแดงก่ำ กวินเพียงแค่หัวเราะเบาๆ ในลำคอแล้วรับตะกร้าไปวางไว้ที่โต๊ะม้านั่งไม้ใต้ต้นมะม่วง “ผมแค่ไม่อยากเห็นรินมัวแต่นั่งหน้าเศร้ากับงานกราฟิกเดิมๆ จนลืมมองผลผลิตดีๆ ในสวนครับ”
เราสามคนนั่งล้อมวงกันใต้ร่มไม้ ป้าสมศรีหยิบปอกส้มด้วยความชำนาญ พลางชวนคุยเรื่องสัพเพเหระตั้งแต่เรื่องดินไปจนถึงสูตรลับการทำอาหาร ความรู้สึกแปลกประหลาดอย่างหนึ่งค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในอกของฉัน มันไม่ใช่ความตื่นเต้นเหมือนตอนอยู่ในเมือง แต่มันคือความรู้สึก 'ปลอดภัย' เหมือนหยั่งรากลึกลงไปในดินที่คุ้นเคย การที่ได้นั่งปอกส้ม กินผลไม้สดๆ ที่คนข้างบ้านเอามาให้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเดดไลน์งาน หรือสายตาตัดสินของใคร มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่อย่างแท้จริง... เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวที่ไม่จำเป็นต้องมีสายเลือดเดียวกัน
“แม่ริน... บางทีนะ คนเราก็เหมือนส้มต้นนี้นี่แหละ” ป้าสมศรีพูดพลางส่งส้มกลีบหนึ่งให้ฉัน “ช่วงที่มันยังไม่สุกดี เราก็ต้องอดทนรอให้แดดให้ฝนมันหล่อเลี้ยง ถ้าใจร้อนไปเด็ดมาทานก่อน มันก็ไม่อร่อยหรอก แต่ถ้าเราตั้งใจดูแลมัน ถึงเวลาที่มันพร้อม... รสชาติที่ได้มันจะหวานชื่นใจที่สุด”
คำพูดของป้าเปรียบเสมือนกุญแจที่ไขล็อกความวุ่นวายในใจฉัน ฉันมองส้มในมือ สลับกับใบหน้าของกวินที่กำลังมองมาด้วยสายตาที่แสดงถึงความเชื่อมั่น
“ขอบคุณนะคะป้าสมศรี รินจะจำคำของป้าไว้นะคะ”
เราใช้เวลาช่วงบ่ายไปกับการแลกเปลี่ยนสูตรอาหารและเรื่องราวตลกๆ ในหมู่บ้าน จนกระทั่งตะวันเริ่มคล้อยต่ำ แสงสีทองส้มทอดตัวผ่านกิ่งไม้ กวินเดินไปส่งป้าสมศรีที่หน้าบ้าน ก่อนจะเดินกลับมาหาฉันที่ยังคงนั่งกอดตะกร้าส้มอยู่ใต้ต้นไม้
“รินครับ” เขาเรียกชื่อฉันเบาๆ น้ำเสียงของเขาดูต่างไปจากปกติ “มีเรื่องหนึ่งที่ผมยังไม่ได้บอกริน... เรื่องที่คุณรุจน์มาหาผมเมื่อวาน”
ฉันเงยหน้าขึ้น หัวใจเต้นแรงขึ้นมาทันที “เรื่องอะไรคะ?”
กวินนั่งลงข้างๆ เว้นระยะห่างพอดีๆ แต่มันกลับทำให้ฉันรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวเบาบางลง เขาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกง มันเป็นจดหมายที่ดูเก่าและมีรอยยับเหมือนถูกเปิดอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“เขาไม่ได้มาเพื่อตามหาคุณในฐานะคนรักเก่าอย่างที่รินคิดหรอกครับ... แต่เขามาเพื่อสิ่งนี้”
เขายื่นกระดาษให้ฉัน มือฉันสั่นเล็กน้อยขณะรับมาคลี่ออก เมื่อสายตาไล่อ่านบรรทัดแรก หัวใจฉันก็แทบหยุดเต้น ชื่อผู้ส่งที่คุ้นตาและเนื้อความในจดหมายที่ระบุถึง 'ที่ดินในสวนส้ม' ทำให้ความจริงที่ฉันเคยหลงลืมไปนานผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องความรัก แต่มันคือการประกาศสงครามแย่งชิงพื้นที่ที่มีความทรงจำของพ่อฉันซ่อนอยู่ใต้ผืนดินนี้
กวินมองฉันด้วยสายตาที่ลึกซึ้งก่อนจะกระซิบ “เขาไม่ใช่แค่คนเก่าที่แวะมาทักทายริน... แต่เขาคือคนที่เซ็นชื่อในสัญญาฉบับที่กำลังจะเปลี่ยนชีวิตรินไปตลอดกาล”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้สวนส้มปลายฟ้านะคะ ขอให้ทุกท่านมีความสุขในทุกวันเหมือนที่รินกำลังเรียนรู้ที่จะมีความสุขค่ะ
ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ•ตอนที่ 13
เพื่อนบ้านผู้หวังดี
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจอุ่นไอในสวนส้ม: ความสุขที่ปลูกได้ข้างบ้านคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!