เสียงตบโต๊ะดังสนั่นจนทีมงานกองถ่ายรายการวาไรตี้ชื่อดังสะดุ้งสุดตัว กล้องทุกตัวในสตูดิโอจับภาพมาที่มุมครัวจำลองทันทีอย่างไร้การนัดหมาย เมื่อนักวิจารณ์อาหารสาวฝีปากกล้าอย่างพริมยืนกอดอก จ้องมองเชฟหนุ่มดีกรีมิชลินสตาร์ด้วยแววตาที่พร้อมจะเผาพริกเผาเกลือใส่หน้าเขาได้ทุกเมื่อ
"คุณธันวาคะ นี่มันรายการทำอาหารสำหรับคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่ห้องผ่าตัดหัวใจมนุษย์! จะให้ฉันมานั่งกินเมนูฟิวชั่นล้ำยุคที่ใส่โฟมรสเห็ดทรัฟเฟิลกับซอสแอสฟัลต์อะไรนี่เหรอคะ? คนดูทางบ้านเขาดูแล้วจะอิน หรือจะนึกว่าคุณไปเก็บตัวอย่างสารเคมีมาจากดาวอังคารกันแน่"
พริมพ่นคำพูดรัวเร็วดั่งปืนกล รอยยิ้มเยาะที่มุมปากสวยบ่งบอกชัดเจนว่าเธอไม่ได้มาเพื่อเล่นๆ ธันวาถอนหายใจยาว พักมีดสเตนเลสสตีลลงบนเขียงไม้อย่างใจเย็น แต่ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากลับฉายแววความหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด
"ถ้าคุณพริมใช้สมองส่วนหน้าวิเคราะห์สักนิด ไม่ใช่เอาแต่อคติมาตัดสิน เมนูนี้ผมตั้งใจรังสรรค์เพื่อสะท้อนความเรียบง่ายที่ซับซ้อน แต่ถ้าคุณไม่เข้าใจศิลปะการทำอาหารระดับสูง ก็พูดมาตรงๆ เถอะค่ะว่าลิ้นของคุณมันรับได้แค่รสชาติธรรมดาๆ ทั่วไป" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมบาดลึกจนคนฟังอยากจะหยิบตะหลิวมาเคาะกบาลคนพูดสักที
"นี่คุณว่าฉันลิ้นจระเข้เหรอคะไอ้เชฟหน้าตาย!" พริมปรี่เข้าไปประชิดโต๊ะเตรียมอาหาร กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบอ่อนๆ ปะทะเข้ากับกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศพรีเมียมบนตัวเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบเดียวจนได้ยินเสียงลมหายใจ
โปรดิวเซอร์รายการที่ยืนอยู่หลังมอนิเตอร์ถึงกับเหงื่อตก กลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ เพราะเคมีที่ปะทะกันแบบไฟลุกทุ่งนี้ดันเรตติ้งพุ่งกระฉูดจนทีมงานไม่กล้าแม้แต่จะสั่งคัท
"ผมไม่ได้พูด คุณพูดเองต่างหากครับ" ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สายตาคมกวาดมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามสะกดกลั้นไว้ "แต่ในเมื่อคุณมั่นใจนักว่าคอนเทนต์รีวิวรสชาติบ้านๆ ของคุณมันเจ๋งกว่างานศิลปะของผม... เรามาเดิมพันกันไหมล่ะครับ"
"เดิมพัน?" พริมหรี่ตาลงอย่างระแวง ทว่าความท้าทายในแววตากลับลุกโชนยิ่งกว่าเดิม "ว่ามาค่ะ ถ้าฉันชนะ คุณต้องกราบขอโทษแล้วยอมรับออกอากาศเลยว่าสไตล์อาหารของฉันมันปังกว่าความเว่อร์วังอลังการดาวล้านดวงของคุณ!"
"แล้วถ้าผมชนะล่ะ?" ธันวาก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนพริมต้องเอนตัวถอยหลังโดยอัตโนมัติ ทว่าสะโพกกลับชนเข้ากับขอบเคาน์เตอร์ครัวจนหนีไปไหนไม่ได้ "ถ้าผมชนะ คุณต้องเป็นแขกรับเชิญกิตติมศักดิ์ในรายการของผมทุกเทปตลอดซีซั่นนี้... แบบไร้เงื่อนไข"
"ได้! ใครป๊อดขอให้ทำอาหารไหม้ตลอดชีวิต!"
การท้าพิสูจน์ฝีมือเริ่มต้นขึ้นทันทีในเวลาจำกัดเพียงสามสิบนาที บรรยากาศในสตูดิโอกลายเป็นสนามรบขนาดย่อม พริมเลือกวัตถุดิบพื้นบ้านง่ายๆ อย่างไข่เจียวหมูสับและน้ำพริกปลาทู แต่เธอยกระดับมันด้วยเทคนิคการทอดกรอบนอกนุ่มในที่สืบทอดสูตรลับเฉพาะตัว ขณะที่ธันวาเลือกทำเมนูเนื้อวากิวผัดพริกเกลือแบบไทยแท้แต่จัดจานด้วยความประณีตบรรจงราวกับงานประติมากรรมชั้นสูง
เสียงตะหลิวกระทบกระทะดังระรัวแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะของคนทั้งคู่ พริมปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ขณะที่ธันวาแอบเหลือบมองท่าทางคล่องแคล่วเอาจริงเอาจังของเธอ แววตาเย็นชาในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความชื่นชมระคนเอ็นดูอย่างเงียบเชียบ มือหนายื่นหยิบจานกระเบื้องสีขาวมาวางข้างๆ เธอโดยไม่พูดอะไรสักคำ
"ไม่ต้องมาทำเป็นใจดีค่ะ ฉันทำเองได้" พริมสะบัดหน้าหนี แต่ริมฝีปากกลับแอบอมยิ้มโดยไม่รู้ตัว
"ผมไม่ได้ใจดี แค่ไม่อยากให้คุณแพ้แบบหมดรูปแล้วมาโวยวายใส่ผมทีหลังต่างหาก" ธันวาตอบเสียงเรียบ แต่กลับยื่นผ้าเย็นส่งให้เธอซับเหงื่อ
สามสิบนาทีผ่านไป อาหารทั้งสองจานถูกวางลงบนโต๊ะกรรมการกิตติมศักดิ์ กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วสตูดิโอ กรรมการชิมอย่างตั้งใจ ท่ามกลางความเงียบที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ ก่อนที่ประธานกรรมการจะประกาศผลด้วยรอยยิ้ม
"และผู้ชนะในยกนี้คือ..."
จังหวะนั้นเอง ประตูกระจกบานใหญ่ของสตูดิโอก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพง พร้อมด้วยรอยยิ้มหวานหยดที่ทำเอาบรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันตาเห็น
"สวัสดีค่ะทุกคน... ธันวาคะ แพรมาเซอร์ไพรส์คุณตามสัญญาแล้วนะ"
เอมเมอรัลด์อายส์หวังว่าตอนที่ 6 นี้จะทำให้คุณผู้อ่านลุ้นระทึกและตื่นเต้นจนวางไม่ลงนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
เซฟโซนสุดกวนกับเชฟชวนประสาท•ตอนที่ 6
ปะทะกลางกองถ่าย
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับเชฟชวนประสาท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!