เสียงเคาะกระจกห้องครัวสเตนเลสสตีลดังขึ้นสามครั้งติด เป็นจังหวะที่ไร้ซึ่งความปรานี ราวกับยมทูตที่เคาะเรียกวิญญาณ พริมสะดุ้งเล็กน้อย เธอละสายจากกระทะทองเหลืองที่กำลังเคี่ยวซอสสูตรพิเศษ ปรายตามองร่างสูงของเชฟหนุ่มที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูด้วยสีหน้าเรียบเฉยจนน่าหมั่นไส้ ดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้มองหน้าเธอ แต่มันกวาดตามองความสะอาดรอบครัวด้วยเรดาร์ระดับมิชลินสตาร์
"ถ้าจะทำซอสราดเนื้อให้รสชาติเหมือนน้ำล้างเท้าควาย กรุณาไปทำที่หลังร้านนะคะ คุณพริม"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยਨชาเอ่ยขึ้นทันทีที่ประตูเลื่อนเปิดออก ธันวาปรายตามองเธอด้วยแววตาที่เย้ยหยันนิดๆ ตามสไตล์คนปากร้ายที่หาความหวานไม่เจอในชีวิตประจำวัน
พrimวางตะหลิวลงบนเคาน์เตอร์เสียงดังเคร้ง เธอหันขวับไปเผชิญหน้ากับเขา รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย "ถ้าลิ้นของคุณมันแยกแยะไม่ออกระหว่าง 'ไวน์แดงซัดดารา' กับ 'น้ำล้างเท้าควาย' แนะนำให้ไปแผนกหูตาคอจมูกค่ะเชฟ ไม่ใช่มายืนเห่าโฮ่งๆ อยู่ในครัวส่วนตัวของฉัน"
"ปากเก่ง" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาประชิดตัวจนพริมต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติ แผ่นหลังของเธอชนเข้ากับตู้เย็นสเตนเลสเย็นเยียบ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของเชฟหนุ่มโน้มตัวลงมา กักขังเธอไว้ระหว่างวงแขน "ปากดีแบบนี้ คอยดูเถอะ... ถ้าผลวิจารณ์ออกมาห่วยแตก ฉันจะเอาชื่อคุณไปแขวนประจานหน้าร้าน ว่าเป็นนักวิจารณ์ลิ้นจระเข้"
"เชิญเลยค่ะ!" พริมเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลคู่นั้นโดยไม่หลบเลี่ยง แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอกด้วยความใกล้ชิดที่อันตรายเกินต้านทาน "แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้าบทความของฉันทำให้ร้านคุณเจ๊งขึ้นมา คนแรกที่จะหัวเราะเสียงดังที่สุดก็คือฉันนี่แหละ!"
ธันวาชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบไหววูบชั่วพริบตา ก่อนจะกลับมาเรียบสนิทดังเดิม เขามองริมฝีปากที่ขยับเถียงฉอดๆ นั้นด้วยประกายตาที่แปลกประหลาด ความโกรธเกรี้ยวที่เคยมีมันเจือจางลง เหลือเพียงความรู้สึกบางอย่างที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ กลิ่นอายของเครื่องเทศและไวน์แดงอบอวลรอบตัว ทว่าบรรยากาศกลับเปลี่ยนจากความดุเดือดเป็นการปะทะทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งขึ้น ธันวาไม่ได้ขยับตัวถอยหนี เขายังคงยืนค้ำร่างเธอไว้ ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นมาปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของเธอออกอย่างเบามือ—สัมผัสที่อ่อนโยนจนพริมถึงกับลมหายใจสะดุด
"ทำไม..." พริมเผลอหลุดปากถาม เสียงเบาราวกับกระซิบ ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความสงสัยที่อัดแน่นอยู่ในอก "ทำไมคุณต้องทำตัวเป็นกำแพงเหล็กใส่ทุกคนด้วยคะ ธันวา? ทำไมต้องทำตัวเย็นชา ปากร้าย และผลักไสคนอื่นตลอดเวลา ทั้งที่จริงๆ แล้ว..."
เธอเว้นวรรค กลืนก้อนสะอื้นเล็กๆ ลงคอ สายตาสำรวจใบคร่าคมคายที่ดูเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัดเมื่อยามไร้รอยยิ้มเยาะหยัน
ธันวาชะงักกึก มือที่ค้างอยู่กลางอากาศลดลงช้าๆ แววตาที่เคยแข็งกร้าวฉายร่องรอยของความเจ็บปวดและความหวาดระแวงอย่างปิดไม่มิด เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ราวกับกลัวว่ามองหน้าเธอแล้วความลับที่เก็บซ่อนไว้จะหลุดรอดออกมา
"เธอไม่เข้าใจหรอก..." เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งจองหอง "โลกของฉันมันไม่ได้สวยงามเหมือนบทความรีวิวอาหารหรูๆ ของคุณ พริม... ในวงการนี้ ถ้าใครรู้ว่าจุดอ่อนของฉันคืออะไร พวกมันพร้อมจะเหยียบฉันให้จมดินโดยไม่ลังเล"
พริมใจกระตุกวาบ คำพูดเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นนั้นทำให้เธอรับรู้ได้ทันทีว่า ภายใต้ความเย่อหยิ่งและท่าทีเย็นชาที่เขาใช้ปกป้องตัวเอง มันคือเกราะกำบังของคนที่เคยถูกทำร้ายจนไม่กล้าไว้ใจใครอีก
"แล้วฉันล่ะคะ..." พริมเอ่ยเสียงแผ่ว ความรู้สึกบางอย่างในใจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "ฉันเป็นหนึ่งในพวกที่จะทำร้ายคุณด้วยเหรอ?"
ธันวาหันกลับมามองเธอ ดวงตาสีนิลคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าของเธอที่เต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนแทบจะสัมผัสกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกันและกัน ความตึงเครียดเปลี่ยนเป็นความหวานล้ำที่ชวนให้ใจสั่นระทึก เชฟหนุ่มจ้องมองริมฝีปากเธอนิ่งนาน ราวกับกำลังชั่งใจระหว่างความถูกต้องกับความรู้สึกที่โหยหา
บรรยากาศกำลังดำเนินไปสู่จุดที่หัวใจของทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ทว่า...
*กริ๊ง!*
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นทำลายความเงียบงันลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงตะโกนเรียกชื่อธันวาด้วยความตื่นตระหนกจากผู้จัดการร้านที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในครัว
"เชฟครับ! แย่แล้วครับ! มีแขกวีไอพีคนสำคัญมารอพบที่หน้าร้าน... และ... และเขากำลังถือใบสั่งปิดปรับปรุงชั่วคราวจากกระทรวงสาธารณสุขมาด้วยครับ!"
ธันวาสบถออกมาคำหนึ่งอย่างหัวเสีย ร่างสูงผละออกจากพrimทันที แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาและดุดันดั่งเดิมในพริบตา เขาสบตากับพริมเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ก่อนจะหมุนตัวเดินสาวเท้าก้าวออกไปจากห้องครัวอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้พริมยืนค้างอยู่ตรงนั้น หัวใจเต้นระรัวด้วยความตกใจและเป็นห่วงระคนปนเปกัน
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
**- เอมเมอรัลด์อายส์ -**
เซฟโซนสุดกวนกับเชฟชวนประสาท•ตอนที่ 7
รอยร้าวในความเย็นชา
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับเชฟชวนประสาท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!