เซฟโซนสุดกวนกับเชฟชวนประสาท•ตอนที่ 5

คำชมที่พยายามซ่อน

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
“ถ้าจะมาเพื่อสร้างบรรยากาศงานศพให้ร้านฉัน ก็ไสหัวไปก่อนที่ฉันจะเอาตะหลิวฟาดหน้าคุณเสียก่อนนะคะ” เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก สายตาคมกริบดุจมีดโกนของเชฟหนุ่มจ้องเขม็งไปที่ร่างในชุดสูทเนี้ยบกริบซึ่งก้าวออกมาจากเงามืด ผู้มาเยือนคือ ‘ศัตรูหัวใจ’ ทางธุรกิจที่พริมไม่อยากเจอหน้ามากที่สุดในวินาทีนี้ “ใจร้อนเหมือนเดิมเลยนะธันวา” ชายคนนั้นขยับยิ้มที่มุมปาก “ผมแค่แวะมาดูว่า ‘เซฟโซน’ ที่คุณหวงนักหวงหนา วันนี้จะมีอะไรดีพอจะดึงดูดนักวิจารณ์ปากร้ายอย่างคุณพริมให้มานั่งจมปลักอยู่ที่นี่ได้” พริมที่ยืนกำมือแน่นอยู่ข้างกายขยับตัวก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ดวงตาคู่สวยฉายแววท้าทาย “ที่นี่จะดีแค่ไหน ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องเสือกค่ะคุณศรุต อีกอย่าง... ฝีมือคุณน่ะ ต่อให้เอามาใส่จานทองคำ คนเขาก็ยังจำได้ว่ามันห่วยแตกไม่ต่างจากนิสัยเจ้าของร้าน” ศรุตหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะกวาดสายตามองพริมด้วยท่าทีคุกคาม “ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ระวังจะโดนคนเขา 'ปิดปาก' จนพูดไม่ออกเอาได้นะ” บรรยากาศพุ่งสูงถึงขีดสุดก่อนที่ธันวาจะขยับตัวเข้ามาขวางหน้าพริมไว้ ร่างสูงใหญ่ของเขาบังมิดราวกับกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันทลายลงได้ “ถ้ายังไม่ไสหัวไป ฉันจะโยนคุณออกไปเอง ไม่ต้องรอให้พนักงานมาลาก” ศรุตเหยียดยิ้มทิ้งท้ายก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงไอความเย็นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ พริมถอนหายใจยาว ความมั่นใจที่เคยมีลอยหายไปกับลมเมื่อครู่ เธอทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเดิมด้วยอาการมือสั่นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว “มือสั่นเชียว? กลัวเหรอ” เสียงของธันวาดึงเธอกลับสู่ความเป็นจริง เขาไม่ได้หันมามอง แต่กำลังง่วนอยู่กับการเช็ดเคาน์เตอร์บาร์ด้วยท่าทางนิ่งเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ไม่ได้กลัวค่ะ แค่... รำคาญ” พริมตอบเสียงเรียบ พยายามคุมน้ำเสียงให้ปกติที่สุด “ว่าแต่... อาหารที่ค้างอยู่บนโต๊ะเนี่ย จะให้กินต่อหรือจะทิ้งคะ? ถ้าจะทิ้งก็รีบมาเก็บไป อย่ามาวางเกะกะให้เสียบรรยากาศ” ธันวาหยุดมือที่กำลังเช็ดจาน เขามองเธอผ่านเงาสะท้อนของตู้กระจก พริมไม่ได้สังเกตเห็น แต่เขามองเห็นทุกอย่าง... เห็นจังหวะที่เธอกลืนน้ำลาย เห็นแววตาที่สั่นไหวแต่กลับพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางถือดี “อยากกินก็กินไป ถ้ากินไม่ลงก็เททิ้งซะ ฉันไม่เลี้ยงใครฟรีๆ หรอกนะ” เขาพูดพลางเดินเลี่ยงเข้าไปในครัว พริมเหลือบมองจานสเต็กที่วางอยู่บนโต๊ะอีกครั้ง กลิ่นหอมฟุ้งของซอสไวน์แดงที่ธันวาเคี่ยวเองกับมือยังคงยั่วน้ำลายไม่เสื่อมคลาย เธอหยิบมีดและส้อมขึ้นมาอย่างถือตัว ก่อนจะหั่นเนื้อชิ้นพอดีคำเข้าปาก... รสสัมผัสที่ละลายในปากทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง อร่อย... อร่อยจนอยากจะร้องไห้ “ห่วยแตก” เธอพึมพำออกมาทั้งที่ปากยังเคี้ยวเนื้อชุ่มฉ่ำนั่นอยู่ “เนื้อเหนียวไปนิด รสชาติซอสก็ออกจะหวานเลี่ยน... อุตส่าห์เป็นเชฟมิชลินนะเนี่ย ฝีมือตกต่ำลงหรือเปล่าคะ?” ธันวาที่แอบยืนดูอยู่หลังกรอบประตูครัวถึงกับแค่นยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว เขาเห็นพริมหลับตาลงช้าๆ ขณะลิ้มรสชาติอาหารที่เขาตั้งใจปรุง เห็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเธอที่แม้จะพยายามหุบลงแทบจะทันที แต่มันก็ชัดเจนพอที่จะทำให้หัวใจที่เย็นชาของเขาสั่นไหว เขาเดินออกมาจากครัวช้าๆ จงใจทำเสียงฝีเท้าให้หนักแน่นจนพริมต้องสะดุ้งสุดตัว เธอรีบวางส้อมลงราวกับเด็กที่ถูกจับได้ว่าแอบกินขนม “ฉันได้ยินนะที่พูดว่า ‘เหนียว’ แต่เห็นตักเข้าปากไปไม่หยุดแบบนั้น สงสัยคงจะหิวโซมากจนลืมรสสัมผัสที่แท้จริงไปแล้วล่ะมั้ง” พริมหน้าแดงระเรื่อ เธอรีบเช็ดปากด้วยผ้าเช็ดปากอย่างลวกๆ “ฉันก็แค่... กำลังวิจารณ์ในฐานะนักวิจารณ์อาหารค่ะ มันเป็นหน้าที่ที่ต้องกินให้หมดเพื่อจะได้รู้ว่ามัน ‘แย่’ แค่ไหน” “งั้นเหรอ?” ธันวาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นหอมสะอาดแบบผู้ชายและกลิ่นเครื่องเทศอ่อนๆ จากตัวเขาทำเอาพริมลมหายใจสะดุด “ถ้าแย่ขนาดนั้น... แล้วทำไมถึงยิ้มตอนกินล่ะ?” “ฉันไม่ได้ยิ้ม! คุณตาฝาด!” เธอสวนกลับทันควัน แต่น้ำเสียงกลับสั่นพร่า “งั้นเหรอ...” ธันวาก้มลงมองจานอาหารที่เกือบจะว่างเปล่า ก่อนจะโน้มตัวลงไปกระซิบใกล้ใบหูของหญิงสาว “งั้นลองชิม ‘จานพิเศษ’ ที่ฉันยังไม่ได้เสิร์ฟดูหน่อยไหมล่ะ? รับรองว่ารสชาติต่างจากที่เธอเพิ่งกินไปลิบลับเลย” พริมหันไปสบตากับเขา ดวงตาของเธอไหวระริก ท่ามกลางความเงียบที่เริ่มกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ธันวาก็เอื้อมมือมาแตะที่มุมปากของเธอเบาๆ เช็ดคราบซอสที่เปื้อนอยู่ด้วยนิ้วโป้งของเขาอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ร้อนผ่าวทำเอาสมองของพริมว่างเปล่าไปชั่วขณะ ในจังหวะที่หัวใจทั้งสองเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาของบุคคลที่ทำให้บรรยากาศในร้านเปลี่ยนจากความอบอุ่นกลายเป็นความตึงเครียดขึ้นมาทันที “ขอโทษทีนะที่ขัดจังหวะ แต่ดูเหมือนว่า 'เจ้าของที่แท้จริง' จะกลับมาทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของเขาแล้วนะ... ธันวา” เอมเมอรัลด์อายส์หวังว่าตอนที่ 5 นี้จะทำให้คุณผู้อ่านตื่นเต้นจนวางไม่ลงนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับเชฟชวนประสาท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%