เซฟโซนสุดกวนกับเชฟชวนประสาท•ตอนที่ 4

กฎเหล็กของคนหัวดื้อ

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
กลิ่นไอน้ำมันทรัฟเฟิลและพริกไทยดำคั่วใหม่ ๆ ลอยอบอวลจนแสบจมูก แต่บรรยากาศในห้องครัวลับชั้นใต้ดินกลับเย็นเยียบราศีกำลังติดลบ เสียงปึง! ของมีดเชฟดามาสคัสเล่มโตที่ถูกกระแทกลงบนเขียงไม้มะค่าอย่างแรง ทำเอาทีมงานกองถ่ายที่ยืนออกันอยู่หน้าจอจอมอนิเตอร์ถึงกับสะดุ้งเฮือกพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ธันวาไม่ได้ปรายตาแลกล้องหรือใครหน้าไหนทั้งสิ้น นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบคิ้วหนาเข้มจ้องเขม็งไปยังร่างโปร่งของหญิงสาวที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์สแตนเลสด้วยท่าทางกวนประสาทขั้นสุด "ฉันเตือนคุณเป็นครั้งสุดท้ายนะ... พริม" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำ เย็นชาและอันตรายจนคนฟังรู้สึกได้ถึงกระแสไฟฟ้าสถิต "เตาฝั่งนี้ วัตถุดิบเซ็ตนี้ และซอสราดตัวนั้น ห้ามใครหน้าไหนแตะต้องเด็ดขาด โดยเฉพาะคุณ!" พริมกลอกตาขึ้นฟ้าอย่างเบื่อหน่าย เธอปัดเศษแป้งบางเบาที่ติดอยู่ตรงปลายจมูกออกด้วยหลังมือ ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก ยิ้มชนิดที่เอมเมอรัลด์อายส์เองเห็นแล้วยังอยากจะส่งหมัดไปทักทายสักทีสองที "อุ๊ย ตายจริง! เชฟธันวาคะ นี่ห้องครัวรายการแข่งขันนะคะ ไม่ใช่ห้องเก็บสมบัติส่วนตัวของคุณ ที่สำคัญ... ป้ายชื่อก็ไม่ได้แปะไว้ว่า 'ห้ามแตะ' สักหน่อย หรือว่ากลัวคะ? กลัวว่าสูตรลับระดับมิชลินสามดาวของคุณ มันจะถูกคนปากจัดๆ อย่างฉันทำออกมาแล้วรสชาติดีกว่าต้นตำรับจนหมดท่า" "ปากเก่ง" ธันวาก้าวเท้าฉับ ๆ เข้ามาประชิดตัวจนพริมต้องเผลอถอยหลังสะโพกชนขอบโต๊ะ ร่างสูงใหญ่ก้มตัวลงมาเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกัน ระยะห่างระหว่างเราตอนนี้แทบไม่มีช่องว่างให้ลมหายใจผ่าน "คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้าเข้ามาพลิกแพลงสูตรสต็อกเนื้อตุ๋นไวน์แดงที่ฉันใช้เวลาเคี่ยวมาสามวันสามคืน ห้ะ?" "ก็เป็นคนที่มีลิ้นดีกว่าเชฟปากร้ายบางคนไงคะ" พริมเชิดหน้าขึ้นสู้ ไม่ยอมหลบสายตาคมกริบที่ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อนั่นแม้แต่น้อย มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบช้อนสเตนเลสขึ้นมาตักน้ำซอสสีเข้มข้นที่เธอเพิ่งแอบเติม 'ส่วนผสมลับ' ลงไปเมื่อสัปดาห์ก่อนขึ้นมาจ่อริมฝีปากเขา "อ่ะ ลองชิมดูค่ะ แล้วค่อยมาเห่า เอ้ย... ค่อยมาวิจารณ์ฉันทีหลัง" ธันวานิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมกวาดมองชิ้นงานในมือเธอสลับกับใบดื้อรั้นที่เชิดขึ้นท้าทาย ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจวูบหนึ่งเมื่อกลิ่นหอมละมุนที่ไม่คุ้นเคยแต่ชวนน้ำลายสอแตะจมูก กลิ่นของโรสแมรี่สดที่ตัดเลี่ยนด้วยผิวเลมอนขูดบาง ๆ และความเผ็ดร้อนจาง ๆ จากพริกไทยป่นคั่วมือ มันคือการแหกกฎทุกข้อของเขา... แต่มันดันเย้ายวนจนน่าโมโห เชฟหนุ่มขบกรามแน่น สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะก้มลงรับซอสช้อนนั้นเข้าปาก ชั่ววินาทีที่รสสัมผัสแรกแตะลงบนปลายลิ้น ดวงตาสีเข้มก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ความนุ่มลุ่มลึกของเนื้อตุ๋นที่ผสานเข้ากับความสดชื่นเปรี้ยวปลายลิ้นและเผ็ดร้อนตัดเลี่ยนอย่างลงตัว มันไม่ใช่แค่ 'ใช้ได้' แต่มมันคือความสมบูรณ์แบบที่เขาเองก็คาดไม่ถึง! "เป็นไงคะ?" พริมกระยิ้มย่องในชัยชนะ เมื่อเห็นสีหน้าอึ้งกิมกี้ของพ่อครัวจอมอีโก้ "รสชาติแบบนี้ ทางกองถ่ายเขาเรียกว่า 'อร่อยจนน้ำตาไหล' ไม่ใช่ 'พังไม่เป็นท่า' อย่างที่คุณสบประมาทไว้หรอกนะ" ธันวาเคี้ยวซอสในปากช้าๆ กลืนลงคอ แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาหญิงสาว แววตาเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความซับซ้อนบางอย่างที่อ่านไม่ออก มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างน่าหมั่นไส้ "ก็แค่ฟลุ๊ค..." เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบา แต่กลับโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้มเนียน "อย่าคิดว่าทำแค่นี้แล้วฉันจะยอมรับฝีมือคุณนะ พริม... เกมนี้มันเพิ่งเริ่มต้น" "เชฟคะ เชฟธันวาคะ!" เสียงทีมงานสาววิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาขัดจังหวะความตึงเครียดที่เกือบจะหวานปนเผ็ดเมื่อครู่ ทำเอาทั้งคู่ต้องผละออกจากกันอย่างเสียดาย "คะ...คะแนนจากห้องส่งทางบ้านและคอมเมนต์ในไลฟ์สดตอนนี้ พุ่งทะยานอันดับหนึ่งแบบฉุดไม่อยู่แล้วค่ะ! ทุกคนบอกว่าเมนู 'สเต็กเนื้อซอสสูตรพิเศษของเชฟธันวาแต่ฝีมือคุณพริม' คือที่สุดแห่งปี!" พริมหันไปเลิกคิ้วใส่ชายหนุ่มทันที ส่งยิ้มหวานหยดย้อยที่ชวนให้คนมองอยากจะจับมาตีสักทีให้หายหมั่นเขี้ยว ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหันกลับมามองตัวแสบประจำรายการอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาเอื้อมมือไปหยิบผ้ากันเปื้อนสีดำขึ้นมาผูกเอวอีกครั้ง ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน "เก่งนักนะ... ไว้คืนนี้เราค่อยไปเคลียร์เรื่อง 'กฎ' ที่คุณฝ่าฝืนกันยาวๆ บนโต๊ะอาหาร" พริมชะงัก หัวใจกระตุกวูบกับน้ำเสียงทุ้มต่ำและแววตาพราวระยับที่เจ้าเล่ห์กว่าปกติ ยั่วยวนและอันตรายจนเธอเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แต่ทว่า... ก่อนที่พริมจะได้สวนคำพูดแสบๆ กลับไปเพื่อกู้หน้า เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากทางบันไดมืดมิดของห้องครัวใต้ดิน พร้อมกับเงาร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตู "ขอโทษทีครับ... พอดีผมได้ยินว่ามีคนกำลังสนุกกับการแหกกฎของผมอยู่พอดี" สิ้นเสียงนั้น ร่างสูงโปรดของ 'ใครบางคน' ที่ทุกคนคาดไม่ถึงก็ก้าวออกมาจากเงาสลัว พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงติดลบในพริบตาเดียว! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและติดตามความแสบปนฟินนี้ด้วยกันเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับเชฟชวนประสาท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%