“ถ้าคุณยังเอาตะหลิวเคาะกระทะเสียงดังแบบนั้นอีกครั้งเดียว ฉันจะถือว่าคุณจงใจทำลายโสตประสาทของโปรดิวเซอร์ และเราคงต้องคุยกันยาวเรื่องสัญญาจ้าง”
พrimกระแทกแฟ้มเอกสารสีดำลงบนโต๊ะเตรียมอาหารเสียงดังสนั่น จนเศษแป้งที่โรยไว้บนเคาน์เตอร์ฟุ้งกระจายขึ้นมาเกาะตามปลายจมูกรั้นของเธอ ดวงตากลมโตฉายแววเอาเรื่องและพร้อมจะเปิดศึกเต็มพิกัด เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นเบייהล่างให้เชฟปากร้ายหน้าดุคนนี้ข่มเหงเล่นในรายการอาหารเฮงซวยนี่เด็ดขาด
ธันวาหยุดมือจากการหั่นเนื้อปลาแซลมอนในมือ ใบมีดคมกริบหยุดนิ่งสนิทคาเขียงไม้ เชฟหนุ่มเจ้าของมิชลินสตาร์สองดวงถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างเหลืออด เขายังไม่ได้ชายตาแลหน้าโปรดิวเซอร์สาวตัวแสบด้วยซ้ำ แต่แผ่นหลังกว้างที่ไหวตามจังหวะหายใจเข้าออกนั้นกลับแผ่รังสีความหงุดหงิดออกมาจนบรรยากาศในห้องครัวสสตูดิโอคุคริกอั่วน่านับถือว่าเป็นเตาปฏิกรณ์ปรมาณูย่อมๆ
“ถ้าคุณมีเวลาว่างมาเดินกระแทกส้นสูงจับผิดเสียงตะหลิวของผม ทำไมไม่เอาสมองอันปราดเปรื่องของคุณไปคิดว่า จะทำยังไงให้เรตติ้งรายการปากกล้าของคุณมันไม่ดิ่งลงเหวตั้งแต่เทปแรกดีกว่าครับ คุณพริม”
ธันวายอมหันกลับมาเผชิญหน้า ดวงคมกริบดูลึกล้ำราวกับห้วงสมุทรสีเข้มจ้องมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาดูแคลนระคนรำคาญ รอยยิ้มหยันที่มุมปากนั่นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนพริมอยากจะหยิบมีดปังตอมาสับเป็นชิ้นๆ ให้รู้แล้วรู้รอด
“นี่คุณ! อย่ามาดูถูกฉันนะ!” พริมก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดขอบเคาน์เตอร์ ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาลดลงเหลือแค่ปลายนิ้วกั้น กลิ่นอายความเป็นผู้ชายปะปนกับกลิ่นหอมจางๆ ของโรสแมรี่และเลมอนลอยเข้าแตะจมูกจนเธอต้องเผลอชะงักไปชั่ววินาที “โปรดิวเซอร์คนนี้แหละที่จะทำให้รายการ ‘เชฟซึนชวนชิม’ ของคุณกลายเป็นไวรัลทั่วประเทศ ไม่ใช่เพราะอาหารรสชาติห่วยแตกของคุณหรอกนะ แต่เป็นเพราะฝีปากของฉันนี่แหละที่จะสับเละคุณออกอากาศ!”
“ปากเก่งจังนะครับ ระวังตัวไว้เถอะ ปากแบบนี้แหละมักจะพาตัวเองตกม้าตายคาเตาทำอาหารของผมทุกราย”
ธันวาโน้มตัวเข้าหาด้วยความเร็วที่เหนือกว่า ความสูงของเขาทำให้พริมต้องเงยหน้าขึ้นมอง ปลายจมูกเกือบจะชนกันอยู่รอมร่อ หากไม่ใช่เพราะสัญชาตญาณการเอาตัวรอดสั่งให้พริมรีบถอยหลังไปหนึ่งก้าว หัวใจของเธอคงเต้นรำไปถึงดาวเนปจูนด้วยความตกใจและ... ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่วิ่งพล่านในอก
“ถอยไปไกลๆ เลยนะ เชฟเฮงซวย ใครอนุญาตให้เข้าใกล้ฉันไม่ทราบ” พริมยกแฟ้มขึ้นมาป้องกันหน้าอกตัวเองราวกับกำแพงเมืองจีน พวงแก้มเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ ไม่ใช่เพราะเขินอาย... แต่เป็นเพราะความโกรธล้วนๆ แน่นอนว่าเธอต้องบอกตัวเองแบบนั้น
“ผมไม่ได้อยากเข้าใกล้คุณนักหรอก ถ้าเลือกได้ ผมคงขอให้ช่องเปลี่ยนโปรดิวเซอร์เป็นหุ่นยนต์ยังจะดีกว่าคุยกับมนุษย์ป้าปากจัดอย่างคุณ” ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะโยนมีดทำครัวลงในอ่างล้างจานเสียงดังเคร้ง “แต่ในเมื่อผู้ใหญ่บังคับให้เราต้องมาติดแหง็กอยู่ในโปรเจกต์นี้ด้วยกันในฐานะ ‘เชฟ’ กับ ‘โปรดิวเซอร์’ สัญญานรกนั่นบังคับให้เราต้องทำเทปแรกให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ ถ้าคุณไม่อยากให้รายการเจ๊งไม่เป็นท่า ก็หุบปากแล้วฟังบรีฟจากผมซะ”
พrimเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยตวัดมองค้อนจนแทบจะควักออกมาปาใส่หน้าเขาได้อยู่แล้ว ยอมรับก็ได้ว่าเธอไม่มีทางเลือก สัญญาผูกMOU ระหว่างเธอกับผู้บริหารสถานีโทรทัศน์นั้นโหดร้ายยิ่งกว่าโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม ถ้าเทปนี้พัง เธอก็ต้องโบกมือลาตำแหน่งโปรดิวเซอร์มือทองที่ไต่เต้ามาด้วยหยาดเหงื่อ
“โอเค! อยากเสนอเมนูบ้าบออะไรก็ว่ามา ฉันให้เวลาคุณสามนาที ถ้ามันไม่เวิร์ก ฉันจะแก้สคริปต์ใหม่ให้คุณกลายเป็นตัวตลกประจำรายการซะเลย!” พริมทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้สตูลทรงสูงเชิงกรานกระแทกกับเบาะเสียงดัง คว้าแท็บเล็ตขึ้นมาเตรียมจดด้วยท่าทีฮึกเหิม
ธันวาปรายตามองท่าทางพยศเหมือนลูกแมวป่าของเธอแล้วมุมปากหยักลึกก็กระตุกขึ้นอย่างนึกสนุก เขาขยับเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์อีกนิด น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมาเต็มไปด้วยความท้าทายที่ทำเอาคนฟังต้องขนลุกเกรียว
“เมนูแรกที่จะทำให้คุณเงียบปากแล้วกราบผมออกอากาศ คือ ‘สเต็กเนื้อซอสไวน์แดงสูตรลับเฉพาะ’ แต่มันมีเงื่อนไข...” ธันวาเว้นจังหวะ โน้มใบหน้าคมคายเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปากของเธอจนพrimต้องกลั้นหายใจ “คุณต้องเป็นคนชิมมันเป็นคนแรก และต้องตอบให้ได้ว่าในซอสนี้มีส่วนผสมลับอะไรบ้าง ถ้าทายผิด... คุณต้องเป็นคนล้างจานในสตูดิโอนี้ไปตลอดซีซั่น”
พริมเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจะเถียงกลับ แต่ยังไม่ทันจะได้เปล่งเสียงสักแอะ ประตูสตูดิโอบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท ร่างสูงโปร่งของดารานายแบบชื่อดังซึ่งเป็นแขกรับเชิญกิตติมศักดิ์ก้าวเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะร่า
“สวัสดีครับทุกคน! ผมมาสายไปหรือเปล่าเอ่ย พอดีรถติดนิดหน่อย... อ้าว เชฟธันวา คุณพริม ทำไมบรรยากาศมันดูชวนหายใจไม่ออกแบบนี้ล่ะครับ หรือว่าผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรสวีตกันหรือเปล่า?”
ทั้งคู่ผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต พริมรีบกระโดดลงจากเก้าอี้หน้าตาตื่น ขณะที่ธันวาตีสีหน้าเรียบเฉยราดน้ำแข็งใส่บรรยากาศทันที
แต่ทว่า... สายตาของธันวาที่ตวัดกลับมามองพริมอีกครั้งในเสี้ยววินาทีนั้น กลับเต็มไปด้วยประกายระยิบระยับบางอย่างที่ทรงพลังและอันตรายยิ่งกว่าเดิม
...และก่อนที่พริมจะได้เอ่ยปากทักทายแขกรับเชิญ เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเธอก็สั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับหน้าจอที่สว่างวาบ เผยให้เห็นข้อความจากเบอร์แปลกปริศนาที่ส่งตรงเข้ามาขัดจังหวะชีวิตของเธอในวินาทีเป็นตาย:
*[ระวังตัวไว้ให้ดี คนที่คุณกำลังร่วมงานด้วยไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด และความลับในครัวนั้นกำลังจะฆ่าคุณ]*
เอมเมอรัลด์อายส์ขอขอบพระคุณนักอ่านที่รักทุกท่านสำหรับการติดตามตอนที่ 2 นี้ด้วยนะคะ!
เซฟโซนสุดกวนกับเชฟชวนประสาท•ตอนที่ 2
รายการที่ใครก็ไม่ต้อนรับ
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับเชฟชวนประสาท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!