“ถ้าเชฟถือว่า ‘ความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยายามก็อยู่ที่นั่น’ เป็นหัวใจหลักของจานนี้... งั้นฉันคงต้องบอกว่า มันเป็นความพยายามที่เปล่าประโยชน์ที่สุดเท่าที่ฉันเคยชิมมาเลยค่ะ”
เสียงวิจารณ์ที่ดังชัดถ้อยชัดคำท่ามกลางความเงียบกริบของงานกาล่าดินเนอร์เปิดตัวร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์สาขาใหม่ล่าสุดทำเอาบรรยากาศที่เคยหรูหราดูเย็นเยียบลงทันที แก้วไวน์ในมือของแขกเหรื่อหลายคนชะงักค้าง ราวกับทุกคนในห้องถูกกดปุ่มหยุดเวลา
พริมยืนตระหง่านอยู่กลางโถงจัดเลี้ยง ชุดเดรสสีแดงเพลิงขับเน้นผิวขาวจัดให้ดูโดดเด่นท่ามกลางแสงไฟสลัว เธอไม่ได้หลบสายตาที่กร้าวร้าวของเชฟหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ครัวเปิด แม้แต่นิดเดียว
ธันวา... เชฟหนุ่มเจ้าของฉายา ‘น้ำแข็งขั้วโลกแห่งวงการอาหาร’ วางมีดเชฟลงบนเขียงด้วยจังหวะที่นุ่มนวล ทว่าเสียงกระทบนั้นกลับดังสะท้อนก้องเข้าไปในโสตประสาทของทุกคน เขาค่อยๆ ถอดถุงมือสีขาวออกทีละนิ้ว ดวงตาคมกริบสีเข้มจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ทว่ารังสีความเย็นชาที่แผ่ออกมานั้นทำเอาคนที่อยู่ใกล้เคียงต้องขยับถอยห่าง
“คุณพริม... นักวิจารณ์อิสระที่บอกว่าตัวเองลิ้นทองคำ” ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ามีแรงกดดันบางอย่างซ่อนอยู่ในคำพูดนั้น “ช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมครับว่า ‘เปล่าประโยชน์’ ที่คุณว่า มันรวมถึงการที่ผมยืนเตรียมวัตถุดิบด้วยตัวเองมาสามวันเต็มๆ เพื่อเมนูนี้ด้วยหรือเปล่า”
“การที่เชฟลงทุนลงแรงน่ะเป็นเรื่องดีค่ะ แต่ถ้าผลลัพธ์มันออกมาเหมือนเอาวัตถุดิบราคาแพงไปลอยคอในน้ำเปล่าที่ขาดจิตวิญญาณแบบนี้ การเสียเวลาสามวันก็คือการเสียเวลาเปล่าอยู่ดี” พริมเหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ “รสชาติมันขาดความกล้าหาญค่ะเชฟ... มันสมบูรณ์แบบจนน่าเบื่อ เหมือนชีวิตที่ถูกเขียนสคริปต์ไว้ล่วงหน้า จนไม่หลงเหลือรสชาติของการเป็นอาหารเลยสักนิด”
เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นรอบด้าน พริมไม่สนใจ เธอรู้ดีว่าคำวิจารณ์ของเธอวันนี้จะทำให้เชฟหนุ่มที่อีโก้สูงเสียดฟ้าคนนี้เต้นเร่า แต่ก็นั่นแหละ... นั่นคือหน้าที่ของเธอ ไม่ใช่หรือคะ?
ธันวาเดินลงมาจากแท่นครัวช้าๆ ร่างสูงโปร่งในชุดเชฟสีขาวสะอาดตาดูโดดเด่นและทรงพลังในทุกย่างก้าว เขาหยุดลงตรงหน้าพริม ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้พริมได้กลิ่นหอมจางๆ ของโรสแมรี่และกลิ่นไอความเย็นจากตัวเขา มันเป็นกลิ่นที่น่ารื่นรมย์พอๆ กับความกวนประสาทในดวงตาคู่นั้น
“สมบูรณ์แบบจนน่าเบื่อ... งั้นเหรอ?” เขาโน้มตัวลงมาใกล้ กระซิบเสียงต่ำจนได้ยินกันแค่สองคน “คำวิจารณ์แบบนี้ เขาเรียกว่าพวกหิวแสงหรือพวกไม่มีรสนิยมกันแน่ครับ คุณพริม”
“ฉันหิวค่ะ... แต่หิวอาหารที่อร่อย ไม่ใช่หิวคำแก้ตัวจากเชฟที่ยอมรับความจริงไม่ได้”
พริมโต้กลับทันควัน ดวงตากลมโตสบประสานกับดวงตาคมกริบของอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ เธอเห็นประกายบางอย่างในตาของเขา มันไม่ใช่แค่ความโกรธ แต่มันคือความท้าทายที่ดูอันตรายและน่าเย้ายวนอย่างบอกไม่ถูก
“งั้นลองนี่ดูไหม”
ธันวาเอื้อมมือไปหยิบช้อนเงินจากโต๊ะข้างๆ เขาตักซอสสีเข้มจากจานทดลองในครัวของเขาเองขึ้นมา แล้วยื่นมันมาตรงหน้าพริม “ถ้าคำวิจารณ์ของคุณมันมีมูลมากกว่าแค่การอวดเก่ง ลองชิมอีกรอบด้วยลิ้นของคุณเองสิ... แล้วถ้ามันยังน่าเบื่ออย่างที่คุณว่า ผมจะยอมปิดร้านนี้ถาวรตั้งแต่วินาทีนี้เลย”
คำประกาศกร้าวนั้นทำให้คนทั้งงานเงียบกริบอีกครั้ง พริมชะงักไปครู่หนึ่ง เธอรู้ดีว่านี่คือกับดัก แต่ความดื้อรั้นในใจสั่งให้เธอไม่ยอมถอย เธอขยับเข้าไปใกล้มากขึ้น จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน พริมอ้าปากรับช้อนนั้นเข้ามาในปากอย่างท้าทาย
รสสัมผัสที่ระเบิดออกมา... มันไม่ใช่รสชาติที่เธอคาดคิด
มันคือความร้อนแรงของเครื่องเทศที่ซ่อนตัวอยู่หลังความหวานละมุน มันมีความซับซ้อนที่หยอกเย้าปลายลิ้น ราวกับถูกใครบางคนจูบอย่างแผ่วเบาแล้วตามด้วยแรงกัดที่รุนแรงจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ เธอเบิกตากว้าง ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มสั่นคลอน
ธันวาเฝ้ามองอาการของเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ราวกับเขากำลังอ่านใจเธอออกตั้งแต่ต้น
“เป็นไงครับ” เขาขยับเข้าใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ “ความสมบูรณ์แบบที่น่าเบื่อ... หรือรสชาติที่ทำให้คุณหยุดคิดถึงผมไม่ได้กันแน่”
พริมกำลังจะอ้าปากเถียง แต่แล้วเสียงปรบมือที่ดังขึ้นจากทางเข้างานก็ขัดจังหวะทุกอย่างลง ทุกสายตาหันไปมองร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบที่เดินตรงเข้ามาพร้อมกับแฟลชจากกล้องนักข่าวที่รัวกระทบ
“ยินดีด้วยนะครับเชฟธันวา งานเปิดตัวคืนนี้ดูจะร้อนแรงกว่าที่ผมคาดไว้เยอะเลย”
ชายคนนั้นคือ ‘วิชัย’ เจ้าของกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่และผู้มีอิทธิพลที่ใครๆ ก็รู้ว่าเขากำลังจ้องจะฮุบร้านนี้เพื่อทำเป็นแลนด์มาร์คใหม่ เขาเดินตรงมาที่ทั้งสองคน ก่อนจะหันมามองพริมด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม
“คุณพริม... ดูเหมือนการวิจารณ์ของคุณจะกลายเป็นพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งของพรุ่งนี้เรียบร้อยแล้วนะครับ ว่าแต่... สนใจจะวิจารณ์เรื่อง ‘ความลับ’ ของร้านนี้ต่อเลยไหมครับ?”
พริมรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นกว่าเดิม และเมื่อเธอเหลือบไปเห็นธันวาที่ขยับมายืนบังเธอไว้ราวกับจะปกป้องโดยสัญชาตญาณ เธอจึงตระหนักได้ว่า... สงครามที่แท้จริง เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
หวังว่าตอนแรกจะถูกใจนักอ่านที่รักของเอมเมอรัลด์อายส์นะคะ!
เซฟโซนสุดกวนกับเชฟชวนประสาท•ตอนที่ 1
รสชาติที่ปลายลิ้น
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับเชฟชวนประสาท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!