ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้•ตอนที่ 25

ทุ่มเงินเพื่อความถูกต้อง

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
เสียงปรบมือในห้องจัดเลี้ยงหรูหราระดับห้าดาวดังเซנקระหึ่มขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเย่อหยิ่งของกวินที่กำลังยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนเวที ในฐานะประธานกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิการกุศลเพื่อเด็กด้อยโอกาส แสงไฟสปอตไลท์สาดส่องลงบนร่างในชุดสูทสั่งตัดพิเศษของเขา ท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบชื่นชมจากเหล่าไฮโซและนักธุรกิจแนวหน้าของเมืองที่มารวมตัวกันในค่ำคืนนี้ รินทร์ยืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่ที่มุมมืดของห้อง สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องไปยังชายผู้เคยเหยียดหยามเขาอย่างไร้ความปรานี รอยยิ้มพึงใจที่ถูกส่งมาให้เมื่อครู่ยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ ขณะที่น้ำขิง ภรรยาผู้เป็นที่รัก ยืนเคียงข้างด้วยมือที่เอื้อมมาสัมผัสแขนของเขาเบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและพลังใจ "เขาคงคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ที่สุดในค่ำคืนนี้แล้วสินคะ..." น้ำขิงกระซิบเสียงแผ่วเบa ดวงตากลมโตฉายแววรู้ทันสามี "รินทร์... คุณวางแผนอะไรไว้อยู่แน่ๆ ใช่ไหมคะ?" รินทร์หันมาสบตาภรรยา รอยยิ้มละมุนละไมที่มอบให้น้ำขิงช่างแตกต่างจากแววตาน้ำแข็งที่เขามีต่อคนบนเวทีอย่างสิ้นเชิง มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางนั้นไว้แน่น "แค่จะไปร่วมทำบุญ... ในแบบที่ท่านประธานกวินไม่มีวันลืมต่างหากล่ะที่รัก" บนเวที พิธีกรสาวสวยกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเร้าใจ "และในช่วงเวลาสำคัญของค่ำคืนนี้ค่ะ! การประมูลไอเทมการกุศลชิ้นเอก 'สร้อยเพชรนิลกาฬแห่งรัตติกาล' รายได้ทั้งหมดสมทบทุนสร้างอาคารเรียน โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ห้าล้านบาทค่ะ!" กวินยิ้มรับคำสรรเสริญจากรอบด้าน เขามองลงมายังผู้ร่วมงานด้วยสายตาเหนือกว่า ราวกับต้องการประกาศให้ทุกคนเห็นว่าในแวดวงสังคมนี้ อำนาจและเงินตราคือสิ่งที่กำหนดทุกสิ่งอย่างแท้จริง "ผมขอเปิดประมูลที่สิบล้านบาทครับ เพื่อเป็นเกียรติแก่เด็กๆ และเพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงของบริษัทเรา" เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที เหล่าเศรษฐีหลายคนพากันพยักหน้ารับและไม่กล้าสู้ราคาต่อ เพราะรู้ดีว่านี่คือเกมสร้างภาพลักษณ์ที่กวินตั้งใจจะใช้ผูกขาดเรตติ้งทางธุรกิจในไตรมาสนี้ พิธีกรยิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้น "สิบล้านบาทครั้งที่หนึ่ง... สิบล้านบาทครั้งที่สอง..." "ยี่สิบล้านบาทค่ะ" เสียงนุ่มนวลแต่กังวานใสราวกระดิ่งเงินดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทุกสายตาทั่วทั้งห้องหันขวับไปมองยังต้นเสียงทันที ร่างของน้ำขิงก้าวออกมาจากเงามืดเล็กน้อย โดยมีรินทร์เดินเคียงคู่ประกบด้วยท่าทีสง่างามราวกับราชวงศ์ที่หลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่นชั้นนำ กวินขมวดคิ้วแน่น สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความตกใจและระคนดูถูกเมื่อเห็นว่าเป็นใคร "อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้ก็ไอ้พนักงานตกงานกับเมียนี่เอง เอาเงินจากไหนมาเล่นสนุกในงานระดับนี้ โฮะๆ หรือว่าแอบขโมยบัตรใครเข้ามารึเปล่า?" เสียงหัวเราะเยาะเบาๆ ดังขึ้นจากกลุ่มคนสนิทของกวิน แต่น้ำขิงไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอกลับเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยความมั่นใจที่ได้รับมาจากสามีผู้ยืนอยู่เคียงข้าง รินทร์ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น เขาก้าวเท้าขึ้นไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เสียงรองเท้าหนังราคาแพงกระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนก้องราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตายสำหรับกวิน "ขโมยงั้นเหรอ? กวิน... นายยังตาถั่วเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ" "แกหมายความว่ายังไงไอ้รินทร์! อย่ามาทำกร่างในงานนี้นะ เวทีนี้ไม่ใช่ที่สำหรับพวกยาจกไร้ค่าอย่างแก!" กวินขึ้นเสียงด้วยความไม่พอใจ ใบหน้าเริ่มแดงก่ำด้วยความอับอายที่มีคนจ้องมองนับร้อยคู่ รินทร์ไม่ได้โกรธเคือง เขากลับหัวเราะในลำคอเบาๆ ช่างเป็นเสียงหัวเราะที่เย็นเยียบจนคนฟังต้องขนลุกซู่ มือหนาควักกระเป๋าเสื้อสูทหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิททำจากวัสดุพิเศษไร้รอยต่อ—บัตรเครดิตอภิสิทธิ์สูงสุดที่จำกัดจำนวนคนถือครองทั่วโลกไม่ถึงสิบใบ—ขึ้นมาคั่นไว้ระหว่างนิ้ว "ยี่สิบล้านมันน้อยไปหน่อยสำหรับการทำบุญสร้างชื่อเสียงให้บริษัทของฉัน..." รินทร์กวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่น่าเกรงขาม "ผมขอเปลี่ยนจาก 'การประมูล' เป็น 'การบริจาคสมทบทุนแบบเหมาจ่าย' แทนก็แล้วกัน" พิธีกรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "มะ... หมายความว่าอย่างไรคะคุณท่าน?" "ห้าร้อยล้านบาท... เข้าบัญชีมูลนิธิเดี๋ยวนี้" สิ้นคำพูดนั้น ทั่วทั้งห้องจัดเลี้ยงตกอยู่ในความเงียบงันสนิท ชนิดที่แม้แต่เข็มตกสักเล่มก็คงจะได้ยิน ทุกคนอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ห้าร้อยล้านบาท! นั่นคือตัวเลขที่แม้แต่บริษัทใหญ่ของกวินยังต้องใช้เวลาทำกำไรเป็นปีๆ แต่นี่คือเงินบริจาคส่วนบุคคลที่ชายหนุ่มผู้เคยถูกไล่ออกอย่างไร้เยื่อใยควักจ่ายออกมาได้หน้าตาเฉย! กวินหน้าซีดเผือด เขาส่ายหัวรัวๆ อย่างไม่เชื่อหูตัวเอง "เป็นไปไม่ได้! โกหก! แกมันแค่ไอ้กระจอกที่เพิ่งถูกฉันไล่ออกจากบริษัทเมื่อเดือนก่อน จะเอาปัญญาที่ไหนมามีเงินห้าร้อยล้าน! แกปลอมแปลงเอกสารแน่ๆ!" รินทร์ปรายตามองกวินด้วยความสมเพช ราวกับกำลังมองมดปลวกตัวจ้อย "ปลอมงั้นเหรอ? งั้นก็เชิญท่านประธานกวินผู้ทรงเกียรติ เป็นสักขีพยานในการรูดบัตรครั้งนี้ด้วยตัวเองเลยดีไหมล่ะ?" เขาส่งบัตรสีดำสนิทให้กับเจ้าหน้าที่ธนาคารที่ยืนตัวสั่นด้วยความตื่นเต้นอยู่ข้างเวที เจ้าหน้าที่รับบัตรด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะเสียบมันลงในเครื่องรูดพกพาพิเศษ ท่ามกลางความลุ้นระทึกของแขกเหรื่อทุกคนในงานที่ต่างยืดคอเข้ามามอง *ติ๊ด! แกร๊ก...* เสียงเครื่องรูดบัตรทำงานอย่างรวดเร็ว พร้อมกับไฟสัญญาณสีเขียวที่สว่างวาบขึ้น ทันใดนั้น เครื่องพิมพ์ใบเสร็จก็เริ่มพ่นกระดาษยาวออกมาพร้อมกับเสียงดนตรีแสดงผลการทำธุรกรรมสำเร็จดังลั่นห้อง เจ้าหน้าที่ธนาคารก้มลงอ่านตัวเลขบนหน้าจอด้วยความตื่นตะลึงจนแทบจะทรุดลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้น เขาเงยหน้าขึ้นมองรินทร์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคารพสูงสุดราวกับกำลังมองเทพเจ้าผู้ประทานชีวิต "กา... การทำธุรกรรม... สำเร็จลุล่วงสมบูรณ์ครับ!" เสียงเจ้าหน้าที่สั่นเครือ "ยอดเงินห้าร้อยล้านบาทเข้าบัญชีมูลนิธิเรียบร้อยแล้วครับท่านประธาน!" ฮือออ—! เสียงอุทานด้วยความตกใจดังระเบิดขึ้นทั่วทั้งห้อง กวินทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นเวทีอย่างไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าของเขาซีดเผือดไร้สีเลือด เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มกรอบหน้า ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่า ตัวเองเพิ่งหาเรื่องกับใครเข้า รินทร์ก้าวขึ้นไปบนเวทีอย่างช้าๆ เสียงรองเท้ากระทบพื้นแต่ละก้าวเปรียบเสมือนเสียงฝีเท้าของมัจจุราชที่เดินเข้ามาใกล้ เขาหยุดยืนตรงหน้ากวินที่กำลังเงยหน้ามองเขาด้วยความสั่นเทัว ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อีกฝ่ายหัวใจแทบหยุดเต้น "ทีนี้... บริษัทของคุณที่กำลังจะล้มละลายและต้องมากู้เงินธนาคารของผม... คิดว่ายังมีสิทธิ์มาพูดจาดูถูกใครอีกไหมล่ะครับ?" กวินอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก น้ำตาแห่งความสิ้นหวังไหลรินอาบแก้ม รินทร์เหยียดยิ้มเย็นชา ก่อนจะหันไปโอบเอวภรรยาที่เดินตามขึ้นมาสมทบด้วยสายตารักใคร่ลึกซึ้ง น้ำขิงมองหน้าสามีด้วยหัวใจที่พองโต ความสะใจและความอบอุ่นหลอมรวมกันจนแทบจะกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ แต่ก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยระดับสูงของโรงแรมก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับโทรศัพท์มือถือที่หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าด่วนจากบอร์ดบริหารสูงสุดของบริษัทกวิน "คุณกวินครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! หุ้นของบริษัทเรากำลังดิ่งลงเหอะเพราะธนาคารใหญ่ระงับวงเงินกู้ทั้งหมดกะทันหัน และ... และมีคำสั่งซื้อกิจการทั้งหมดถูกกว้านซื้อโดยผู้ถือหุ้นปริศนาคนเดียว..." กวินเบิกตาโพรงสุดขีด เขาดึงสายตากลับมามองรินทร์ที่กำลังยืนยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ร่างกายของกวินสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อความจริงอันโหดร้ายกระแทกเข้าใส่หน้าอย่างจัง... ผู้ถือหุ้นปริศนาก็คือคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้เอง! —ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความสะใจและเคมีหวานๆ ในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%