"สามวินาทีที่ผ่านมา... คงเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดในชีวิตของพวกคุณสินะคะคุณกวิน"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก หน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูจากผู้จัดการโรงแรมสะท้อนแสงสีฟ้าสว่างวาบเข้ากับใบหน้าซีดเผือดของกวิน ร่างสูงโปร่งของไฮโซหนุ่มผู้เคยผยองพقพาลสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับขณะที่ดวงตาสองข้างเบิกกว้างจนแทบถลนออกมาเมื่อเห็นตัวเลขมหาศาลหลักสิบล้านล้านบาทบนหน้าจอ
มันไม่ใช่เรื่องโกหก... และมันไม่ใช่ความฝัน!
บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่พ่อของกวินภาคนักหนา บัดนี้ถูกคำสั่งซื้อหุ้นล้างพอร์ตจากระบบธนาคารระดับโลกเข้ายึดครองสิทธิ์ขาดภายในพริบตาเดียว เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นติดต่อกันสามครั้งราวกับเสียงเคาะระฆังประหารชีวิต ก่อนที่สถานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของตระกูลกวินจะร่วงหล่นจากจุดสูงสุดกลายเป็นศูนย์อย่างสมบูรณ์แบบ!
"ไม่... ไม่จริง! แกเป็นใครกันแน่ไอ้รินทร์! แกเป็นแค่พนักงานกระจอกๆ ที่ฉันเพิ่งไล่ออกจากบริษัทเมื่อสัปดาห์ก่อนเองนะ!" กวินกรีดร้องออกมาด้วยความสติแตก เขาทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี มือไม้สั่นเทาพยายามจะคลานเข้าไปคว้าชายกางเกงของรินทร์ แต่กลับถูกบอดี้และรักษ์ความปลอดภัยสากลในชุดสูทดำสนิทนับสิบชีวิตเข้ากันตัวไว้อย่างรวดเร็วดุจภูผาเหล็กกล้า
รินทร์ไม่ได้แม้แต่จะชายตามองชายผู้เคยเหยียบย่ำเขาเลยสักนิด สายตาคมกริบแต่ทว่าอบอุ่นของเขากลับทอดมองไปยังหญิงสาวคนเดียวที่ยืนหยัดเคียงข้างเขามาตลอด—น้ำขิง
มือเรียวบางของน้ำขิงยกขึ้นปิดปากด้วยความตกตะลึง ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใส แม้เธอจะรู้ว่าสามีของเธอเปลี่ยนไปหลังจากได้รับระบบลึกลับนั้น แต่วินาทีนี้... ภาพของชายหนุ่มผู้กุมชะตาชีวิตของคนนับหมื่นไว้ในกำมือโดยไม่แม้แต่จะกระพริบตา กลับทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งตกใจ โล่งอก และภาคภูมิใจจนบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้
รินทร์ก้าวเข้าไปใกล้ภรรยาสุดที่รักอย่างนุ่มนวล เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับเธอ ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวนั้นไว้แน่น ฝ่ามือของเขาอบอุ่นและมั่นคงเสมอ แม้ในวันที่พายุร้ายโหมกระหน่ำใส่ชีวิตพวกเขาก็ตาม
"เหนื่อยมามากพอแล้วนะคะคนดีของพี่" รินทร์กระซิบเสียงนุ่ม แววตาที่แข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนล้ำลึกจนคนรอบข้างแทบไม่เชื่อสายตา "ต่อจากนี้ไป... จะไม่มีใครหน้าไหนกล้ามาดูถูกภรรยาของรินทร์คนนี้อีกเป็นอันขาดค่ะ"
น้ำขิงเม้มริมฝีปากแน่นพยักหน้ารับเบาๆ หยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันไหลรินอาบแก้ม ก่อนที่เธอจะโผเข้าสวมกอดร่างหนาของสามีไว้แน่น ซบใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างเพื่อซึมซับความอบอุ่นที่เธอโหยหามานานแรมปี
เคมีที่ผสมผสานระหว่างความเด็ดขาดอย่างไร้ความปรานีต่อศัตรู และความคลั่งรักสุดซึ้งที่มีต่อภรรยา ทำให้บรรยากาศในห้องจัดเลี้ยงหรูหราแห่งนี้เต็มไปด้วยแรงกระแทกทางอารมณ์ที่รุนแรง ผู้จัดการโรงแรมและบรรดาแขกเหรื่อต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เพราะเกรงว่าจะไปสะกิดอำนาจมืดมหาศาลที่ชายหนุ่มผู้นี้ถือครองอยู่
แต่ทว่า... เกมธุรกิจระดับโลกไม่ได้จบลงแค่การล้างบางบริษัทกระจอกๆ ของกวินเท่านั้น
"ท่านประธานครับ..." เสียงทุ้มของเลขาคนสนิทที่เพิ่งก้าวเข้ามาใหม่ดังขึ้นขัดจังหวะความหวานชื่น ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษโค้งคำนับให้รินทร์ด้วยความเคารพสูงสุด ก่อนจะยื่นแท็บเล็ตหน้าจอสีดำสนิทที่แสดงแผนผังโครงสร้างองค์กรระดับประเทศให้เขาพิจารณา "รายชื่อคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ และบุคคลที่จะเข้ามาช่วยท่านร่วมสร้างอาณาจักรธุรกิจในโปรเจกต์ 'พันล้านดอลลาร์' ถูกคัดกรองเสร็จสิ้นตามบัญชาแล้วครับ"
รินทร์ค่อยๆคลายอ้อมกอดจากน้ำขิงอย่างทะนุถนอม เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปรับสีหน้ากลับมาเป็นมหาเศรษฐีผู้เยือกเย็นและทรงอำนาจอีกครั้ง สายตากวาดมองรายชื่อนับร้อยชีวิตบนหน้าจอแท็บเล็ตด้วยความพินิจพิเคราะห์
การสร้างอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่... ลำพังเงินตราอย่างเดียวไม่มีทางเพียงพอ หากแต่ต้องอาศัย 'คน' ที่มีความสามารถและความภักดีอย่างแท้จริงเข้ามาขับเคลื่อน
"คนแรก... ดร. 3 มิติ ผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ระดับโลกที่เพิ่งลาออกจากซิลิคอนวัลเลย์เพราะถูกบริษัทเก่าหักหลัง" รินทร์เอ่ยชื่อขึ้นลอยๆ แต่กลับทำให้ผู้บริหารระดับสูงหลายคนที่แอบฟังอยู่ถึงกับหน้าถอดสี
"จัดการส่งเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวไปรับเธอมาค่ะ" รินทร์ออกคำสั่งเสียงเรียบ "บอกเธอว่า... ธนาคารของเราพร้อมลงทุนให้อิสระร้อยเปอร์เซ็นต์ในการสร้างสิ่งที่เธอฝัน"
"รับทราบครับท่านประธาน" เลขาขานรับอย่างรวดเร็ว
"ส่วนคนที่สอง..." รินทร์เลื่อนนิ้วไปที่โปรไฟล์ถัดไป มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความน่ากลัวของผู้ล่าที่กำลังสนุกสนานกับเกมกระดาน
"อดีตประธานบริหารธนาคารคู่แข่ง... คนที่เคยปฏิเสธการปล่อยกู้ให้ผมในวันที่ผมลำบากที่สุดเมื่อสามปีก่อน"
น้ำขิงเงยหน้าขึ้นมองสามีด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย เธอลอบสังเกตแววตาคมกริบนั้น คล้ายกับว่ารinทร์กำลังวางแผนการที่ล้ำลึกยิ่งกว่าการแค่แก้แค้นแบบเด็กๆ
"คุณจะดึงเขามาทำไมคะรินทร์? คนแบบนั้นไว้ใจได้หรือคะ?" น้ำขิงเอ่ยถามด้วยความห่วงใยตามประสาภรรยา
รินทร์หันกลับมาสบตาภรรยา พร้อมกับยิ้มละมุนที่มอบให้เธอคนเดียวเท่านั้น มือหนายื่นไปเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา "ความแค้นที่ดีที่สุด... ไม่ใช่การทำลายเขาให้ย่อยยับไปกับตาค่ะคุณขิง แต่คือการทำให้เขาต้องก้มหัวลงมาทำงานรับใช้คนที่เขาเคยเหยียดหยาม... ให้เขาได้เรียนรู้ว่าอำนาจที่แท้จริงภายใต้ร่มเงาของธนาคารที่เราเป็นเจ้าของ มันน่ากลัวกว่าการตกนรกทั้งولิ์ขนาดไหน"
คำพูดนั้นเรียบง่าย... แต่กลับทรงพลังและเย็นเยียบจนสั่นสะสันหลังวาบ
ในขณะที่รินทร์กำลังไล่เรียงรายชื่อบุคคลสำคัญที่จะเข้ามาเป็นเสาหลักในการสร้างอาณาจักรการเงินไร้พ่าย กวินที่นั่งหมดสภาพอยู่มุมห้องก็แอบกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยจิตสังหาร เขาค่อยๆ ควักโทรศัพท์มือถือสำรองที่ซ่อนไว้ออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทรอบตัวที่ไม่มีใครสังเกตเห็น นิ้วสั่นเทากดโทรออกไปยังเบอร์ต้องห้าม—เบอร์ของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเขตภาคเหนือ ผู้ชายที่ติดหนี้บุญคุณพ่อของเขาอยู่ และพร้อมจะทำลายทุกอย่างให้พินาศหากมีเงินก้อนโตมากพอ
'แกคิดว่าจะชนะฉันได้จริงๆ งั้นเหรอไอ้รินทร์... ฝันไปเถอะ!' กวินคิดในใจอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่สัญญาณโทรศัพท์กำลังดังขึ้นปลายสาย
ติ๊ด... ปลายสายกดรับ
"ว่าไงคุณกวิน... มีเรื่องอะไรถึงได้ร้อนรนโทรมาดึกดื่นป่านนี้?" เสียงทุ้มแหบพร่าและอันตรายดังลอดออกมาจากลำโพงเบาๆ
กวินเหลือบตาขึ้นมองรินทร์ที่กำลังโอบกอดน้ำขิงด้วยความรักใคร่ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาและเหงื่อ
"ผมมีงานใหญ่จะจ้างคุณ... งานที่จะทำให้ไอ้สารเลวคนหนึ่งหายไปจากโลกนี้ตลอดกาล!"
แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... ก่อนที่กวินจะได้เอ่ยชื่อเป้าหมายออกไป ประตูห้องจัดเลี้ยงบานใหญ่ก็ถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยแรงมหาศาล!
ร่างของบอดี้การ์ดส่วนตัวของกวินที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกลอยละลิ่วเข้ามานอนแน่นิ่งอยู่แทบเท้า พร้อมกับรองเท้าหนังราคาแพงที่ก้าวเหยียบลงบนเศษกระจกแตกเสียงดังกรอบแกรบ
ร่างสูงสง่าในชุดสูทรarmaniสีเทาเข้มปรากฏตัวขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง ใบหน้าคมคายนั้นเยือกเย็นไร้อารมณ์ แต่ดวงตากลับคมกริบราวนิตยสารแฟชั่นชั้นนำ ทว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนในห้องถึงกับหยุดหายใจ คือรอยสักรูปตราสัญลักษณ์ลับที่ข้อมือซ้าย—สัญลักษณ์ของ 'ประธานกรรมการผู้ควบคุมกฎหมายสูงสุดแห่งเครือข่ายการเงินโลก' ที่แม้แต่รินทร์ยังต้องหันไปมองด้วยความประหลาดใจ
"ขอโทษทีที่เข้ามาขัดจังหวะความสนุก..." ผู้มาใหม่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น่าเกรงขามจนขั้วหัวใจของทุกคนสั่นสะท้าน
"พอดีผมได้รับคำสั่งด่วนจากสำนักงานใหญ่... ให้มาตรวจสอบบัญชีของ 'หุ้นส่วน' คนใหม่ ที่ท่านประธานรินทร์เพิ่งเซ็นอนุมัติเมื่อห้าวินาทีที่แล้ว... แต่ดูเหมือนว่า 'หุ้นส่วน' คนนั้น จะกำลังต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญอยู่สินะครับ?"
รินทร์หรี่ตามองผู้มาใหม่ รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากทันที... เกมที่เขาวางไว้ ดูท่าจะสนุกกว่าที่คิดไว้เสียอีกค่ะ!
---
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนเค้กวานิลลามาโดยตลอดนะคะ!
ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้•ตอนที่ 22
หุ้นส่วนที่หวังดี
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!