ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้•ตอนที่ 13

ความลับที่ยังไม่มีใครรู้

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
“ฉันไม่เชื่อว่าเด็กส่งเอกสารต๊อกต๋อยคนนั้น จะมีปัญญาซื้อหุ้นบล็อกล๊อตใหญ่ขนาดนี้ได้ในชั่วข้ามคืน!” เสียงกระแทกแก้วไวน์ดังลั่นห้องรับรองวีไอพีของโรงแรมหรู กวินส่งเสียงคำรามด้วยความขัดแย้งในอก ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและริษยา ดวงตาคู่คมฉายแววระแวงสงสัยจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ เอกสารรายงานการถือครองหุ้นของบริษัทคู่แข่งถูกกำจนยับยู่ยี่ในมือของเขา ปลายเดือนก่อน รินทร์ยังเป็นแค่ลูกจ้างกระจอกๆ ที่เขาใช้ให้ไปซื้อกาแฟ แต่วันนี้... ชื่อของรินทร์กลับปรากฏขึ้นในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่เขากำลังหมายปอง “คุณกวินใจเย็นๆ ก่อนค่ะ...” เสียงหวานแหลมของหญิงสาวคู่ควงเอ่ยขึ้น พร้อมกับวางมือเรียวลงบนลาดไหล่ของเขาเพื่อลูบเบาๆ อย่างเอาใจ “บางที... เขาอาจจะแค่ใช้ชื่อนําหน้าแทนใครสักคน หรือไม่ก็กู้เงินนอกระบบมาเล่นหุ้นวัดดวงก็ได้นะคะ คนเราถ้าจู่ๆ จะรวยขึ้นมาเป็นร้อยล้านพันล้าน มันต้องมีที่มาที่ไปสิคะ ไม่มีทางที่พนักงานเงินเดือนกระจอกๆ จะพลิกชีวิตได้สะอาดหรอกค่ะ” คำพูดนั้นสะกิดใจกวินขึ้นมาทันที ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยประกายแห่งความเจ้าเล่ห์ จริงส... ไม่มีทางสะอาดแน่นอน! กวินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ความหวาดระแวงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความมั่นใจจอมปลอม “เธอพูดถูก... คนอย่างไอ้รินทร์ไม่มีปัญญาหาเงินร้อยล้านด้วยน้ำพักน้ำแรงหรอก มันต้องยักยอกเงินบริษัทเก่า หรือไม่ก็ไปเป็นนกต่อให้กลุ่มทุนสีเทาแน่ๆ แบบนี้มันต้องมีหลักฐานมัดตัว!” ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของระเบียงกระจกใสซึ่งห่างออกไปไม่ไกล บรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยความนุ่มนวลและเงียบสงบ น้ำขิงกำลังยืนมองวิวเมืองยามค่ำคืนด้วยรอยยิ้มบางๆ สายลมเย็นที่พัดผ่านทำให้เส้นผมสีดำสนิทลู่ไปตามกรอบหน้า เสื้อผ้าเรียบง่ายที่เธอสวมใส่ไม่ได้ลดทอนรัศมีสง่างามและความอ่อนโยนในตัวเธอลงเลยแม้แต่น้อย รินทร์เดินเข้ามาจากด้านหลังอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะสวมกอดเอวบางของภรรยาเข้าหาตัวอย่างทะนุถนอม ปลายคางได้รูปเกยลงบนลาดไหล่ของเธอ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวของน้ำขิงช่วยชำระล้างความเหนื่อยล้าจากการจัดการเรื่องธุรกิจนับร้อยล้านในวันนี้ให้มลายหายไปจนหมดสิ้น “หนาวไหมคะคนดี?” เสียงทุ้มนุ่มเอמהกระซิบข้างใบหูของเธอ น้ำขิงส่ายหัวเบาๆ รอยยิ้มหวานละมุนระบายบนริมฝีปาก เธอยกมือขึ้นสัมผัสมืออุ่นที่โอบเอวเธอไว้ “ไม่หนาวเลยค่ะ... แต่ขิงเป็นห่วงคุณมากกว่า วันนี้คุณประชุมเครียดมาทั้งวัน แถมชื่อของคุณเริ่มเป็นที่พูดถึงในแวดวงไฮโซแล้วนะคะ มีแต่คนอยากรู้ว่าเบื้องหลังของ ‘นักลงทุนปริศนา’ คนนี้คือใคร” รินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ สายตาทอประกายลึกล้ำคมกริบ “ปล่อยให้พวกมันสงสัยไปเถอะค่ะ... ความสงสัยนั่นแหละ คือดอกเบี้ยก้อนแรกที่พวกมันต้องจ่ายให้กับการดูถูกเราในอดีต” “คุณรินทร์คะ...” น้ำขิงหันกลับมาเผชิญหน้ากับสามี ดวงตากลมโตคู่นั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยที่บริสุทธิ์ “ขิงไม่ได้กลัวความยากลำบากเลยนะคะ ขอแค่เรายังอยู่ด้วยกันแบบนี้ ขิงก็มีความสุขมากแล้ว... แต่ถ้าการที่คุณแก้แค้นพวกเขา มันทำให้คุณต้องเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับเรื่องอันตราย ขิง... ขิงไม่อยากได้เงินพวกนั้นเลยค่ะ” หัวใจของรินทร์กระตุกวูบ ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทรวงอก มือหนายกขึ้นประคองแก้มเนียนของภรรยาด้วยความรักและทะนุถนอมอย่างที่สุด นิ้วโป้งเกลี่ยไล้พวงแก้มใสอย่างแผ่วเบา “เชื่อใจสามีคนนี้นะคะ, น้ำขิง...” รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง “เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ผมได้มา มันสะอาดบริสุทธิ์ยิ่งกว่าหยาดเหงื่อของพวกมันเสียอีก และที่สำคัญ... ผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้าย หรือแม้แต่ทำให้คุณต้องลำบากใจอีกแม้แต่วินาทีเดียว” เคมีที่อบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความรักของทั้งคู่ ช่างตัดกับความตึงเครียดของโลกธุรกิจเบื้องล่างอย่างสิ้นเชิง แต่วินาทีแห่งความหวานนั้นก็กินเวลา1ได้ไม่นานนัก เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงพูดคุยดังเซ็งแซ่ก็ใกล้เข้ามาทางประตูระเบียงฝั่งเชื่อมต่อ “เชิญทางนี้เลยครับคุณกวิน! ผมรับรองว่าข้อมูลที่เราได้มาวันนี้ จะต้องกระชากหน้ากากไอ้เศรษฐีใหม่จอมปลอมคนนั้นให้ร่วงลงมาแน่ครับ!” เสียงของเลขาหน้าห้องของกวินดังขึ้น รินทร์ขยับตัวบังร่างของน้ำขิงไว้เล็กน้อย ดวงตาคมกริบหันไปมองต้นเสียงด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก เขารู้ทันทีว่ากวินกำลังเดินเข้ามาในหลุมพรางที่เขาขุดรอไว้ กวินก้าวออกมาที่ระเบียงพร้อมกับสีหน้าสะใจเต็มประดา แต่เมื่อสายตาของเขาปะทะเข้ากับร่างของรินทร์และน้ำขิงที่ยืนอยู่ตรงนั้นพอดี รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าของไฮโซหนุ่มก็พลันแข็งค้างทันที “แก...!” กวินอุทานออกมาเสียงดังด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าจะได้เจอคู่อริเก่าในสถานที่ระดับไฮโซเช่นนี้ รินทร์ไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขายังคงยืนกอดอกด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับเจ้าของสถานที่ตัวจริง สายตาที่มองกวินเปรียบเสมือนผู้ล่าที่กำลังมองเหยื่อเดินเข้ามากองตรงหน้า “บังเอิญจังเลยนะคะคุณกวิน...” รินทร์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่น้ำเสียงนั้นกลับทรงพลังจนทำให้กวินรู้สึกหนสันหลังวาบ “หรือว่า... กลิ่นเงินของผมมันหอมจนดึงดูดให้คุณต้องเดินมาหาถึงที่นี่กันแน่?” “ปากดีนักนะแก!” กวินกัดฟันกรอดด้วยความโมโห ความอับอายที่เคยโดนรินทร์หักหน้าในอดีตพรั่งพรูขึ้นมาผสมโรงกับความริษยาในปัจจุบัน “คิดว่ารวยขึ้นมาหน่อยแล้วจะกร่างได้งั้นเหรอ? แกเอาเงินสกปรกมาจากไหนถึงกล้ามาเหยียบที่นี่! บอกมานะว่าแกไปโกงใครมา!” น้ำขิงขยับตัวออกมาข้างกายรินทร์ ดวงตาคู่สวยฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจน เธอกำลังจะอ้าปากตอกกลับความไร้มารยาทของกวิน แต่รินทร์กลับยกมือขึ้นแตะแขนเธอเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม “เงินของผมจะมาจากไหน... มันก็เรื่องของผมค่ะคุณกวิน” รินทร์ก้าวเข้าไปใกล้กวินทีละก้าว แรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวของรินทร์ทำให้ไฮโซหนุ่มผู้เย่อหยิ่งถึงกับต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว “แต่ที่น่าสนใจกว่า... คือคุณกำลังร้อนรนจนเนื้อตัวสั่น เพราะกลัวว่าความไร้ความสามารถของคุณ จะถูกความสำเร็จของผมกลบจนมิดต่างหากล่ะคะ” “แก...!” กวินหน้าดำคร่ำเครียดจนแทบจะระเบิด มือทั้งสองข้างกำแน่นจนเล็บจิกเข้า ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของกวินก็แผדเสียงดังขึ้นอย่างทำลายบรรยากาศ กวินหยิบขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด แต่เพียงแค่กวาดสายตาดูชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ สีหน้าที่เคยโกรธเกรี้ยวก็แปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในพริบตา มันคือสายโทรด่วนจาก ‘ธนาคารกลาง’... สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ที่กำลังจะอนุมัติเงินกู้ก้อนสุดท้ายให้บริษัทของเขารอดพ้นจากการล้มละลาย! กวินรีบกดรับสายด้วยมือที่สั่นเทา เปิดลำโพงเฉพาะกิจต่อหน้าทุกคน เพื่อหวังจะใช้ชื่อเสียงของธนาคารมาข่มขวัญรินทร์ “ฮัลโหลครับ! ผมกวินนะ ทางธนาคารอนุมัติวงเงินสินเชื่อให้ผมแล้วใช่ไหมครับ?” กวินกรอกเสียงถามด้วยความร้อนรน ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของผู้อำนวยการอาวุโสจะดังลอดออกมาผ่านลำโพง ชัดเจนจนทุกคนในบริเวณนั้นได้ยินกันถ้วนหน้า *[“เรียนคุณกวิน... ทางเราต้องขออภัยอย่างยิ่งที่จะแจ้งให้ทราบว่า คณะกรรมการบริหารระดับสูงเพิ่งมีคำสั่งด่วนที่สุดเมื่อสักครู่นี้ ให้ระงับการพิจารณาคำขอสินเชื่อของคุณทั้งหมด และ...”] * กวินยิ้มกริ่มอย่างได้ใจ รีบแทรกขึ้นทันที “ระงับทำไมครับ? หรือว่าเอกสารมีปัญหา? เดี๋ยวผมจัดการให้—!” *[“ไม่ใช่เรื่องเอกสารครับคุณกวิน...”]* เสียงปลายสายกล่าวตัดบทด้วยน้ำเสียงไร้เยื่อใยและเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น *[“แต่เป็นเพราะคำสั่งตรงจาก ‘ผู้ถือหุ้นใหญ่สูงสุด’ ของธนาคารเรา... ท่านเพิ่งเซ็นคำสั่งแบนบริษัทของคุณทุกกรณี และสั่งห้ามสถาบันการเงินใดๆ ในเครือปล่อยกู้ให้คุณเด็ดขาด... เพราะท่านบอกว่า... คุณไม่มีคุณสมบัติแม้แต่จะมาเป็นลูกค้าของธนาคารด้วยซ้ำครับ!”]* โลกทั้งใบของกวินคล้ายจะพังทลายลงในพริบตา ใบหน้าของเขาไร้สีเลือด ดวงเบิกกว้างด้วยความช็อกสุดขีด เขาทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นพรมทันทีโดยไม่เหลือศักดิ์ศรีใดๆ หลงเหลืออยู่ รินทร์ก้มมองกวินที่นั่งหมดสภาพอยู่แทบเท้า รอยยิ้มอบอุ่นถูกแทนที่ด้วยแววตาเยือกเย็นดั่งปีศาจ เขาก้มลงกระซิบข้างหูของกวินด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ได้ยินกันแค่สองคน **“ยินดีต้อนรับสู่โลกของผม... และขอบคุณที่ทำให้ผมรู้ว่า การเหยียบย่ำสวะอย่างแก มันสะใจกว่าที่คิดไว้เยอะเลยล่ะครับ”** --- (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "เค้กวานิลลา" เสมอมานะคะ!)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%