ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้•ตอนที่ 14

เปิดตัวประธานคนใหม่

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
"ถ้าข้อเสนอของพวกคุณมีค่าแค่นี้ ผมเกรงว่าเก้าอี้ประธานกรรมการบริหารตัวนี้ คงจะใหญ่เกินกว่าที่พวกคุณจะมีความสามารถพอจะนั่งมันแล้วล่ะค่ะ" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เด็ดขาดราวกับคมมีดกรีดผ่านความเงียบงันภายในห้องประชุมใหญ่ของธนาคารพาณิชย์ระดับประเทศ แอร์คอนโทรลเลอร์ที่ปรับอุณหภูมิไว้จนเย็นเยียบ กลับยิ่งทำให้เหงื่อกาฬของเหล่าบอร์ดบริหารรุ่นลายครามไหลซึมลงมาตามขมับ รินทร์ในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดพิเศษจากอิตาลี เนื้อผ้าสีดำสนิททอประกายระยิบระยับล้อกับแสงไฟคริสตัลระย้า เขาไม่ได้นั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ เหมือนผู้มาเยือนทั่วไป แต่เขากำลังประสานมือไว้บนโต๊ะหินอ่อนขัดเงา ดวงตาคมกริบกวาดมองหน้าชายวัยกลางคนทีละคนด้วยแววตาที่เยียบเย็นจนน่าขนลุก นี่คือวินาทีที่บอร์ดบริหารผู้เคยใช้อำนาจกดขี่ ไล่ออก และเหยียดหยามเขาอย่างเลือดเย็นเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ต้องกลายมาเป็นกระต่ายตื่นตูมที่รอคอยความเมตตาจากเงื้อมมือของอดีตพนักงานต๊อกต๋อย "คุณ... คุณรินทร์! นี่มันหมายความว่ายังไงกัน!" ประธานบอร์ดคนเดิมที่เคยขยำใบลาออกของรินทร์ทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ไยดี ส่งเสียงละล่ำละลัก ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความตกใจจนแทบสิ้นสติ เมื่อเอกสารสิทธิ์การถือครองหุ้นร้อยละ 51 ถูกโยนลงตรงหน้า เสียงกระดาษกระทบโต๊ะดัง *ปึก* เบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของทุกคนในห้อง รินทร์ยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม "แปลว่าอะไรอย่างนั้นเหรอครับ... อ้อ, ขอโทษทีค่ะ พอดีฉันติดปากไปหน่อย" รินทร์หัวנסเสียงแผ่วในลำคอ ตั้งใจเปลี่ยนสรรพนามเล่น1ตลกเพื่อตอกย้ำความอัปยศ "หมายถึง... ในฐานะที่ผมเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด และเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะอนุมัติเงินกู้ให้บริษัทปลอมๆ ของไอ้กวิน ผมมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะคัดค้าน... ไม่สิ, มีสิทธิ์ที่จะไล่พวกคุณออกยกชุดต่างหากล่ะครับ" ความโกลาหลย่อมๆ บังเกิดขึ้นทันที เสียงซุบซิบตื่นตระหนกดังขึ้นระงม บอร์ดบริหารหลายคนหน้าซีดเผือดจนแทบจะเป็นลม บางคนถึงกับยกมือขึ้นกุมหน้าอกเพราะโรคหัวใจกำเริบ พวกเขาไม่เคยคาดฝันเลยว่า ชายหนุ่มยากจนที่ไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แม่ในวันนั้น จะพลิกฟื้นขึ้นมาครอบครองอาณาจักรการเงินแห่งนี้ได้ด้วยเวลาเพียงชั่วพริบตา "เป็นไปไม่ได้! คุณเอาเงินที่ไหนมาซื้อหุ้นตั้งครึ่งหนึ่งของธนาคาร! มันต้องเป็นการปลอมแปลงเอกสารแน่ๆ!" กวินที่แอบยืนอยู่มุมห้องเพื่อรอฟังข่าวดีในการอนุมัติสินเชื่อ พุ่งพรวดเข้ามาด้วยความสติหลุด ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด เขายื่นมือสั่นเทาชี้หน้ารินทร์อย่างลืมตัว "แกมันก็แค่ไอ้ขี้แพ้! ไอ้ไส้แห้งที่ฉันเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้!" รินทร์ค่อยๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศอีกครั้ง สายตาของเขาเหลือบมองกวินราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง "ไอ้ขี้แพ้เหรอครับ..." รินทร์เอ่ยทวนคำ เสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล "คนที่กำลังจะล้มละลายเพราะไม่มีปัญญาใช้หนี้ธนาคาร ระหว่างผมกับคุณ... ใครกันแน่คือขี้แพ้ตัวจริง?" น้ำขิงภรรยาอันเป็นที่รัก ซึ่งนั่งเงียบสงบอยู่เคียงข้างมาตลอดในชุดเดรสเรียบหรูสีขาวสะอาดตา เธอยื่นมือเรียวบางมาสัมผัสหลังมือของรินทร์เบาๆ แววตาของเธอมองสามีด้วยความรักและความภาคภูมิใจอย่างหาที่สุดไม่ได้ ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือความเคียดแค้นหลงเหลืออยู่ในดวงตากลมโตคู่นั้น มีเพียงความสงบเยือกเย็นของผู้หญิงที่ผ่านความยากลำบากมาด้วยกันจนรู้ซึ้งว่า อำนาจที่แท้จริงคืออะไร "รินทร์คะ..." น้ำขิงเอ่ยเสียงหวาน นุ่มนวลพอให้คนทั้งห้องได้ยิน "อย่าเสียเวลากับคนนอกที่ไม่มีแม้กระทั่งสิทธิ์จะยืนอยู่ในห้องนี้เลยค่ะ เอกสารการฟ้องร้องคดีฉ้อโกงของบริษัทกวิน ทางฝ่ายกฎหมายจัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ?" "เรียบร้อยยิ่งกว่าผ้าพับไว้แล้วครับที่รัก" รินทร์หันไปยิ้มละมุนให้อย่างอ่อนโยน เคมีหวานละมุนที่ตัด 180 องศากับความโหดเหี้ยมเมื่อครู่ ทำเอาบรรดาบอร์ดบริหารแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี กวินเข่าอ่อนยวบลงไปกองกับพื้นเมื่อได้ยินคำว่า 'ฟ้องร้องคดีฉ้อโกง' เส้นทางชีวิตไฮโซจอมปลอมของเขาพังทลายลงในพริบตาเดียว เงินทอง บ้านหรู รถซูเปอร์คาร์ ทุกอย่างกำลังจะถูกยึดเพื่อชดใช้หนี้สินก้อนโตที่เขาแอบเอาชื่อบริษัทไปค้ำประกันไว้ ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปสู่จุดสะใจขั้นสุด เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* รินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย เลขาหน้าห้องได้รับคำสั่งเด็ดขาดแล้วว่าห้ามให้ใครรบกวนช่วงเวลาสำคัญนี้ เว้นเสียแต่ว่า... จะเป็นเรื่องคอขาดบาดตายจริงๆ ประตูกระจกค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทราคาแพงของชายชราผมขาวโพลนผู้ทรงอิทธิพลระดับประเทศก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มจอมปลอมที่ใครเห็นก็ต้องหนาวสันหลังวาบ และด้านหลังของชายชราคนนั้น คือบุคคลที่รินทร์คาดไม่ถึงที่สุดว่าจะปรากฏตัวขึ้นในสถานที่แห่งนี้... หัวใจของรินทร์กระตุกวูบไปชั่วขณะ เมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาของหญิงสาวผู้กุมความลับทั้งหมดของตระกูล... "สวัสดีค่ะพี่รินทร์... ไม่คิดเลยใช่ไหมคะ ว่าหนูกลับมาจากต่างประเทศเร็วกว่าที่พี่คิด?" ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%