"สวัสดีค่ะพี่รินทร์... ไม่คิดเลยใช่ไหมคะ ว่าหนูกลับมาจากต่างประเทศเร็วกว่าที่พี่คิด?"
เสียงหัวเราะคิกคักในลำคอของหญิงสาวดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจายเคล้ากับบรรยากาศอันน่าอึดอัดภายในห้องรับแขกของอพาร์ตเมนต์เก่าๆ ที่รินทร์เคยคิดว่ามันคือจุดต่ำสุดในชีวิต รินทร์ยืนนิ่ง ดวงตาคมกริบมองร่างระหงของหญิงสาวที่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยความมั่นใจเกินร้อย ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่าเป็นที่พึ่งยามยาก บัดนี้กลับฉาบเคลือบไปด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ชวนให้อยากกระชากหน้ากากออกเสียให้พ้น
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่สุดในตอนนี้...
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับประตูไม้เก่าๆ บานนั้นกำลังจะหลุดออกจากวงกบ ตามมาด้วยเสียงตะคอกหยาบคายที่ดังทะลุเข้ามาในห้องจนน้ำขิงที่นั่งอยู่บนโซฟาถึงกับสะดุ้งสุดตัว
"เปิดประตูโว้ย! ไอรินทร์! อย่าคิดว่ามุดหัวอยู่ข้างในแล้วจะไม่รู้ว่ามึงอยู่! วันนี้ถ้าไม่มีเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย กูจะหักขามึงทั้งสองข้าง เอาให้พิการเดินไม่ได้ไปตลอดชีวิต!"
เสียงตะโกนเหี้ยมเกรียมพร้อมกับเสียงกระแทกประตูซ้ำๆ ทำให้บรรยากาศในห้องพลิกคว่ำในพริบตา นั่นคือ "เสี่ยชัช" เจ้าหนี้นอกระบบผู้ทรงอิทธิพลในย่านนี้ คนที่กวินส่งมาเพื่อบีบคั้นให้รินทร์จนมุมตั้งแต่ตอนที่เขาถูกไล่อציออกจากงานใหม่ๆ และวันนี้ พวกมันเลือกเวลาที่เหมาะสมเสียเหลือเกินในการเดินทางมาทวงหนี้ พร้อมๆ กับการปรากฏตัวของอดีตคู่หมั้นสาวที่หอบเอาความมั่นใจและคราบน้ำตาปลอมๆ กลับมาเหยียบย่ำเขา
รินทร์เหลือบมองประตูที่สั่นสะเทือน ริมฝีปากหยักลึกแย้มยิ้มเย็นเยียบ รอยยิ้มที่ทำให้น้ำขิง—ภรรยาผู้คอยเคียงข้างเขาในยามยาก—ถึงกับต้องเอื้อมมือมาแตะแขนเขาเบาๆ ด้วยความกังวล
"คุณรินทร์คะ..." น้ำขิงกระซิบ เสียงของเธอนุ่มนวลและสั่นเครือเล็กน้อย แต่นัยน์ตากลมโตคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะเผชิญหน้าทุกอย่างเคียงข้างสามี "ให้ฉันจัดการเรื่องข้างนอกนั่นเองไหมคะ หรือว่า..."
"ไม่ต้องหลับหรอกค่ะที่รัก" รินทร์หันมาตอบภรรยาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แววตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความรักและความคลั่งไคล้อย่างไร้ขีดจำกัด ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนสายตากลับไปเป็นความเย็นชาดุจน้ำแข็งเมื่อหันไปมองประตูหน้า
*แอ๊ด...*
รินทร์ตัดสินใจหมุนลูกบิดเปิดประตูออกไปเองโดยไม่ต้องรอให้พวกมันพังเข้ามา ประตูไม้เก่าๆ เปิดกว้างออก เผยให้เห็นร่างท้วมของเสี่ยชัชที่ยืนหน้าดำคร่ำเครียด ด้านหลังมีสมุนร่างยักษ์อีกสี่คนยืนแยกเขี้ยวใส่ แต่สิ่งที่ทำให้รินทร์มุมปากกระตุกยิ้มอย่างสะใจ ไม่ใช่หน้าตาโกรธเกรี้ยวของพวกมัน—แต่เป็นกองกำลังที่ยืนเรียงรายอยู่ด้านหลังต่างหาก
เสี่ยชัชหัวเราะในลำคออย่างน่าเกลียด "ฮ่าๆๆ นึกว่าจะหดหัวอยู่ในรูตลอดชีพซะอีก ไอ้วันนี้แหละ... หนี้สองแสนห้าหมื่นบาทของมึง ถ้าไม่มีจ่ายวันนี้ กูขอตัดนิ้วมือมึงสักสองนิ้วเป็นการมัดจำ!"
เสี่ยชัชยื่นมือหนาออกมาหวังจะกระชากคอเสื้อของรินทร์ แต่ทว่า...
*หมับ!*
ข้อมือของเสี่ยชัชถูกคว้าเอาไว้แน่นด้วยมือของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทที่ก้าวออกมาจากมุมมืดอย่างรวดเร็วดุจภูตผี ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสิบคู่ดังสะท้อนก้องไปทั่วทางเดินแคบๆ ของอพาร์ตเมนต์ บอดี้การ์ดในชุดสูทสากลระดับพรีเมียม สวมแว่นตากันแดดสีดำสนิท รูปร่างสูงใหญ่ราวกับนักกีฬาคู่อริ ปรากฏกายขึ้นปิดล้อมทางเดินทั้งสองฝั่งอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับกองทัพทหารลาดตระเวน
เสี่ยชัชหน้าถอดสีทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ข้อมือที่ถูกบีบไว้รู้สึกเหมือนถูกคีมเหล็กหนีบจนกระดูกแทบแหลก "เฮ้ย! พวกมึงเป็นใครวะ! ปล่อยกูนะเว้ย!"
รินทร์ก้าวเท้าถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวอย่างสง่างาม ปัดเสื้อเชิ้ตของตนเองเบาๆ ราวกับรังเกียจฝุ่นละออง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงพลังจนทุกคนในที่นั้นต้องขนลุกซู่
"ทวงหนี้เหรอคะ? พอดีเลยค่ะ ช่วงนี้ฉันกำลังมองหาที่ระบายอารมณ์อยู่พอดี"
คำพูดนั้นไม่ได้ออกจากปากของรินทร์เพียงลำพัง แต่เสียงของหัวหน้าบอดี้การ์ดร่างยักษ์ที่ก้าวออกมาก้มศีรษะให้รินทร์อย่างนอบน้อม ก็ดังประสานขึ้นทันที
"ท่านประธานครับ... ทีมหน่วยรักษาความปลอดภัยพิเศษประจำธนาคาร พร้อมปฏิบัติคำสั่งแล้วครับ จะให้จัดการพวกเศษสวะนี่อย่างไรดีครับ?"
คำว่า "ท่านประธาน" และคำว่า "ธนาคาร" กระแทกเข้าใส่โสตประสาทของเสี่ยชัชและสมุนจนหน้าซีดเผือด หญิงสาวอดีตคู่หมั้นที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ภายในห้องถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อหูตัวเอง รินทร์... ผู้ชายที่เธอเพิ่งทิ้งไปเพราะคิดว่าเป็นแค่พนักงานออฟฟิศไส้แห้ง กลายเป็นเจ้าของธนาคารตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?!
เสี่ยชัชตัวสั่นเทา เหงื่อกาฬแตกพลั่กเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับรินทร์ที่เวลานี้แผ่รังสีอำมหิตออกมาราวกับพญามัจจุราช
รินทร์ยิ้มมุมปาก ก้าวเข้าไปใกล้เสี่ยชัชที่ตอนนี้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นเพราะแรงกดดันมหาศาล มือหนายื่นไปตบเบาๆ ที่แก้มของเจ้าหนี้นอกระบบด้วยจังหวะที่เยือกเย็นและสะใจที่สุด
"จำไว้นะคะ... คนที่จะกำหนดว่าใครควรเป็นหนี้ และใครควรล้มละลาย" รินทร์ก้มลงกระซิบข้างหูเสี่ยชัชด้วยน้ำเสียงกระซิบที่เยือกเย็นที่สุด "ไม่ใช่พวกแก... แต่คือฉันต่างหาก"
ในวินาทีนั้นเอง ก่อนที่เสี่ยชัชจะทันได้เปล่งเสียงร้องขอชีวิต เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูในกระเป๋าเสื้อของรินทร์ก็แผדเสียงดังขึ้น หน้าจอปรากฏชื่อสายเรียกเข้าจากบุคคลที่รินทร์รอคอยมาตลอดทั้งวัน—"กวิน" ศัตรูตัวฉกาจที่กำลังจะยื่นเรื่องกู้เงินก้อนโตที่สุดในชีวิตกับธนาคารของเขา
รินทร์กดรับสายทันทีโดยไม่ลังเล เปิดสปีกเกอร์โฟนให้ทุกคนได้ยินเสียงปลายสายที่กำลังหอบหายใจด้วยความร้อนรน
"ฮัลโหล! รินทร์ใช่ไหมวะ! แกช่วยเซ็นอนุมัติวงเงินกู้ห้าร้อยล้านให้ฉันด่วนเลยนะ ไม่งั้นฉันจะแฉแกให้หมดเปลือก!"
รินทร์แย้มยิ้มกว้าง ดวงตาส่องประกายความอำมหิตอย่างงดงาม ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ดังชัดเจนจนกวินที่อยู่ปลายสายต้องสะارت
"ยินดีด้วยนะคะคุณกวิน... พอดีฉันเพิ่งปฏิเสธคำขอของคุณไปเมื่อวินาทีที่แล้วเองค่ะ"
--------------------------------------------------
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้เค้กวานิลลานะคะ!
ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้•ตอนที่ 15
เมื่ออดีตไล่ล่า
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมเป็นเจ้าของธนาคารที่คุณกำลังจะกู้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!